วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ชัยชนะเหนือความกดดัน ฟิลิปปี 4. 4 - 7

โครงคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2022

พระธรรม                    ฟิลิปปี 4. 4 - 7

หัวเรื่อง :                     ชัยชนะเหนือความกดดัน

 


คำนำ

            สภาพเศรษฐกิจและสังคมทุกวันนี้ สร้างความกดดันมากมายจริงๆ แต่คริสเตียนสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะเหนือความกดดันได้ ด้วยการมอบภาระปัญหาที่กดดันนั้น ไว้กับพระเจ้า  ผู้ทรงสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อันเลวร้ายให้กลายเป็นพระพร   จากพระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้  ให้เรามาใคร่ครวญอีกครั้ง ว่าจะเอาชนะความกดดันที่เกิดขึ้นได้อย่างไร...

โครงเรื่อง

1.        ต้องไม่ท้อแท้ในจิตใจ  (ข้อ 4)

1.1   โดยชื่นชมยินดีในพระเจ้า   ฮบก 3.18-19

1.2   ชื่นชมยินดีทุกเวลา  สดุดี  5:11  

1.3   จงชื่นชมยินดีเถิด    ฟิลิปปี 1:19  

2.        ต้องไม่ตระหนกตกใจ  (ข้อ 5)

2.1   เพราะเป็นโอกาสสำแดงความเชื่อออกมาต่อหน้าคนทั้งปวง

2.2   เพราะพระเจ้าทรงสถิตด้วย   “ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”   สดด 46.1, สดด 139

3.        ต้องไม่กระวนการวายใจ  (ข้อ 6)

3.1   เพราะพระเจ้าจะทรงฟังคำอธิษฐาน   สดุดี 31:7 , 139:2 , 139:4  

3.2   เพราะพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐาน    ลูกา 18.1-8, เยเรมีย์ 33.

สรุป    

ทุกคนมีความกดดัน ทุกๆ วันเราเผชิญกับความกดดัน  ทุกๆ การงานที่ทำมีความกดดัน  ให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ที่สามารถช่วยเราให้เอาชนะความกดดันได้

 

 

1.       ต้องไม่ท้อแท้ในจิตใจ  (ข้อ 4)

“จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา   ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า   จงชื่นชมยินดีเถิด”

            พระธรรมสุภาษิตกล่าวว่า “ใจร่าเริง เป็นยาอย่างดี”  หาดคริสเตียนเกิดความท้อแท้ในจิตในแล้ว เราคงไม่สามาถมีกำลังใจทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ เคล็ดลับแรกของการมีชัยชนะเหนือความกดดันคือ เราต้องไม่ย่อท้อหรือมีความท้อแท้ในจิตใจ

1.1  โดยชื่นชมยินดีในพระเจ้า ฮบก 3.18-19

เปาโลหนุนใจพี่น้องที่คริสตจักรเมืองฟิลิปปี  เนื่องจากพวกเขามีความกดดันจากรัฐบาลโรม เกี่ยวกับเสรีภาพในการนับถือศาสนา ขณะเดียวกันเปาโลเองก็ตกในที่นั่งลำบาก โดยถูกจองจำในคุกที่กรุงโรม  ทั้งสองเหตุการณ์นี้ สร้างแรงกดดันให้กับคริสตจักรฟิลิปปีเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่เปาโลหนุนในก็คือ ไม่ว่าความกดดันนี้จะมากหรือจะน้อย จะสั้นหรือจะยาว คริสตจักรของพระเจ้าต้องไม่ย่อท้อในจิตใจ  แต่ให้มีจิตใจที่ชื่นชมยินดีในพระเจ้า  การที่เราแสดงความชื่นชมยินดีในพระเจ้า ในสถาานการณ์ความกดดันเช่นนั้น เป็นการแสดงออกให้เห็นว่า เราเชื่อและไว้วางใจในพระเจ้า   เรายอมรับในน้ำพระทัยของพระเจ้าทั้งที่ดี และทั้งที่ไม่ดี โดยเรายังสามารถขอบคุณพระเจ้า นมัสการพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น   แม้มันจะสร้างความกดดันให้กับเรา และทำร้ายจิตใจ ความรู้สึกก็ตาม 

ถึง​กระนั้น​ข้าพเจ้า​จะ​ร่า​เริง​ใน​พระ​เจ้า ข้าพเจ้า​จะ​เปรม​ปรีดิ์​ใน​พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​รอด​ของ​ข้าพเจ้า  19 ​พระ​เยโฮวาห์​คือ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​เป็น​กำลัง​ของ​ข้าพเจ้า ​พระ​องค์​ทรง​กระทำ​เท้า​ของ​ข้าพเจ้า​เหมือน​อย่าง​ตีน​กวาง​ตัว​เมีย  ​พระ​องค์​ทรง​กระทำ​ให้​ข้าพเจ้า​เดิน​ไป​บน​ที่​สูง​ทั้ง​หลาย​ของ​ข้าพเจ้า

            ฉะนั้นพระวจนะของพระเจ้าจึงกล่าวว่า “จงขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าเพื่อเราทั้งหลาย”  

1.2  โดยชื่นชมยินดีทุกเวลา  (หมายถึงร้องเพลงนมัสการพระเจ้า)

สดุดี  5:11 แต่​ให้​คน​ทั้ง​ปวง​ที่​ลี้​ภัย​อยู่​ใน​พระ​องค์​นั้น​เปรม​ปรีดิ์ ให้​เขา​ร้อง​เพลง​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี​อยู่​เสมอ  และ​ขอ​ทรง​ป้องกัน​เขา​ไว้ เพื่อ​คน​ที่​รัก​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​จะ​ปรีดา​ปราโมทย์​อยู่​ใน​พระ​องค์

1.3  จงชื่นชมยินดีเถิด

ฟิลิปปี 1:19 ข้าพเจ้า​จะ​มี​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี​ต่อไป​ด้วย เพราะ​ข้าพเจ้า​รู้​ว่า โดย​คำ​อธิษฐาน​ของ​ท่านและ​โดย​การ​ช่วยเหลือ​ของ​พระ​วิญญาณ​แห่ง​พระ​เยซู​คริสต์​ นี้​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​ข้าพเจ้า​รับ​การ​ช่วย​กู้​

            ความทุกข์ยากลำบากหาใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายไม่  แท้จริงมันคือพระพร มันเป็นเครื่องมือในการฝึกคนของพระเจ้าให้มีความแข็งแกร่ง

            เลน่า มาเรีย  หญิงที่เกิดมาพร้อมกับความกดดันในชีวิต แขนและขาที่พิการตั้งแต่เกิด ความกดดันนั้นหาใช่เป็นของเธอเพียงคนเดียวไม่ แต่ทั้งผู้เป็นพ่อแม่ และญาติพี่น้องของเธอด้วย คำพูดประโยคหนึ่งของ    เลน่า มาเรีย เธอกล่าวว่า “การที่ฉันเกิดมาในสภาพเช่นไรในสายตาคนอื่นนั้นไม่สำคัญ แต่การที่ฉันเป็นคนเช่นไรในสายพระเนตรพระเจ้าต่างหากที่สำคัญ” เธอสามารถเอาชนะความกดดันได้จนกลายเป็นพระพร เธอมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะนักกีฬาว่ายน้ำ  นักร้อง และอื่น ๆ

            ดังนั้นคริสเตียนไม่ควรท้อแท้ในจิตใจ แต่ให้เราชื่นชมยินดีในพระเจ้าทุกเวลา ชื่นชมในความทุกข์ยากลำบาก  เพราะหากเราไม่ย่อท้อแล้วเราก็มีกำลังที่จะเอาชนะความกดดันได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังเราทั้งหลาย

2.         ต้องไม่ตระหนกตกใจ  (ข้อ 5)

“จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง   องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”

เคล็ดลับการมีชัยชนะเหนือความกดดันประการที่สองคือ ต้องไม่ตระหนกตกใจ  แต่จงมีสติสัมปชัญญะ เพราะเราจะพบหนทางในการแก้ไขสถานการณ์ที่มีความกดดันได้ การตระหนกตกใจ อาจทำให้เราเกิดความผิดพลาดได้ง่าย หรืออาจเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ จงอย่าตระหนกตกใจ เพราะว่า…

2.1  เพราะเป็นโอกาสสำแดงความเชื่อออกมาต่อหน้าคนทั้งปวง

“จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง”

  เราสำแดงความเชื่อในพระเจ้าให้คนทั้งปวงเห็นได้ดีที่สุด ก็เมื่อเราต้องเผชิญกับความกดดันในชีวิต  ให้เราสำแดงความเชื่อในพระเจ้าออกมาไม่ใช่แสดงความตระหนกตกใจ จงอย่าตกใจ  แต่จงแสดงความเชื่อออกมาเป็นคำพูดและการกระทำต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อคนทั้งปวง

2.2  เพราะพระเจ้าทรงสถิตด้วย   “ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”

สดด 46.1  ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ที่​ลี้​ภัย​และ​เป็น​กำลัง​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย เป็น​ความ​ช่วยเหลือ​ที่​พร้อม​อยู่​ใน​ยาม​ยาก​ลำบาก

 

พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์สัพพัญญู คือพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่ง ทรงอยู่ทุกหนแห่ง  พระองค์จะทรงอยู่กับเราในทุกที่ทุกแห่งหนเช่นกัน  โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องเผชิญกับความกดดัน  (สดด 139)

            ในครอบครัวหนึ่งมีลูกสาวอยู่สองคน คุณแม่ทำงานไกลบ้าน กว่าจะกลับก็มืดค่ำ เด็กหญิงทั้งสองต้องอยู่กับพ่อหลังจากโรงเรียนเลิก  ทั้งสองจะเล่นในบ้านอยู่เป็นประจำทุกวันอย่างมีความสุข เวลาผ่านไประยะหนึ่ง เด็กทั้งสองรู้สึกกลัวเนื่องจากความเงียบ จึงร้องเรียกหาคุณพ่อ  “คุณพ่อ ๆ” ด้วยเสียงที่เกิดจากความตกใจ  “พ่ออยู่นี่ลูก”   เมื่อเด็กทั้งสองรู้ว่าพ่ออยู่ใกล้แม้จะไม่เห็นก็ตาม ทั้งสองจึงเล่นต่อไปอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าพ่อไม่ได้ทิ้งไว้โดยลำพัง แต่คุณพ่ออยู่ใกล้ ๆ นี่เอง

พี่น้องทั้งหลาย  พระเจ้าทรงอยู่กับเรา ทรงอยู่ใกล้ ๆ เรานี่เอง พระองค์ทรงคอยปกป้องและอุ้มชูเรา แม้ว่าเราจะต้องเผชิญกับความกดดันในชีวิตประจำวัน   จงจำไว้ว่า อย่าตระหนกตกใจ  เพราะพระเจ้าทรงอยู่กับเราแล้ว  พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของเราแล้ว

 

3.       ต้องไม่กระวนการวายใจ  (ข้อ 6)

“อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า   ด้วยการอธิษฐาน   การวิงวอน   กับการขอบพระคุณ”

3.1   เพราะพระเจ้าจะทรงฟังคำอธิษฐาน

พระคำของพระเจ้าบอกชัดเจนว่า ให้เราทูลเรื่องความปารถนาของเราต่อพระองค์  อธิษฐานบอกกับพระองค์  เพาระพระองค์ทรงทราบถึงความปารถนาของเรา  เพียงแต่เราบอกความรู้สึก บอกความต้องการ  

สดุดี 31:7 ข้า​พระ​องค์​จะ​เปรม​ปรีดิ์​และ​ยินดี​ใน​ความ​รัก​มั่นคง​ของ​พระ​องค์ เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ทอด​พระ​เนตร​ความ​ทุกข์​ใจ​ของ​ข้า​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​เรื่อง​ความ​ทุกข์​ยาก​ของ​ข้า​พระ​องค์

สดุดี139:2 เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​นั่ง​ลง​และ​ลุก​ขึ้น ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ ​พระ​องค์​ทรง​ประจักษ์​ใน​ความ​คิด​ของ​ข้า​พระ​องค์​ได้​แต่​ไกล

สดี139:4 ข้า​แต่​พระ​เจ้า แม้​ก่อนที่​ลิ้น​ของ​ข้า​พระ​องค์​จะ​พูด ​พระ​องค์​ก็​ทรง​ทราบ​ความ​เสีย​หมด​แล้ว​

 

เมื่อท่านทั้งหลายต้องเผชิญความกดดันในการดำเนินชีวิต อาจทำให้ท่านขาดสันติสุข กระสับกระส่าย จงอธิษฐานบอกกับพระเจ้า  เพราะพระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านอยู่

3.2    เพราะพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐาน

อุปมา มีเจ้าเมืององค์หนึ่ง เป็นกษัตริย์ที่โหดร้าย และอยุติธรรม   มีหญิงหม้ายคนหนึ่งมาของให้ท่านประทานความยุติธรรม ฝ่ายเจ้าเมืองนั้นไม่ทำอะไรจนช้านาน  แต่ภายหลังเขานึกในใจได้ว่า  แม้เราจะไม่ยำเกรงพระเจ้า ไม่เกรงใจมนุษย์  แต่เพราะแม่หม้ายคนนี้มากวนใจเราให้ลำบาก เราจะให้ความยุติธรรมแก่นาง เพื่อมิให้นางมารบกวนเราบ่อย ๆ ให้รำคราญใจ   (ลูกา 18.1-8)

            พระเจ้าทรงเป็นพ่อของเราทั้งหลาย  พ่อที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือลูก ๆ ของพระองค์  ปัญหามักอยู่ที่เราทั้งหลายไม่รู้จักพระทัยของพระองค์  ถ้าเรารู้จักพระทัยของพระองค์ เราก็รู้ว่ารพะเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานของเราอย่างแน่นอน  “พระเจ้าช่วยได้ คือพระเจ้าช่วยทัน  พระเจ้าช่วยไม่ทันคือพระเจ้าช่วยไม่ได้”

            ดังนั้น เมื่อเราต้องเผชิญกับการทดลอง ความกดดันในชีวิต  ให้ท่านอธิษฐานเพราะพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของท่านอย่างแน่นอน  “จงทูลเรา  และเราจะตอบเจ้า   และจะบอกสิ่งที่ใหญ่ยิ่งและที่ซ่อนอยู่   ซึ่งเจ้าไม่รู้นั้นให้แก่เจ้า” (เยเรมีย์ 33.3)  มธ 7.7 ขอ หา เคาะ

 

สรุป

ทุกคนมีความกดดัน ทุกๆ วันเราเผชิญกับความกดดัน  ทุกๆ การงานที่ทำมีความกดดัน  ให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ที่สามารถช่วยเราให้เอาชนะความกดดันได้

 

ร้องเพลง  คีย์ C   พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัย   เมื่อพายุพัดมาและฟ้าคำราม


วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ความเชื่อที่ทำให้เจ้าหายโรค พระธรรมมาระโก บทที่ 10.46-52

 

โครงร่างคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม คศ. 2022

 


พระธรรมมาระโก              บทที่ 10.46-52

หัวเรื่อง                               ความเชื่อที่ทำให้เจ้าหายโรค

คำนำ 

วันที่ 1 ถึงวันที่ 21 กรกฎาคม คริสตจักรประกาศเป็นวาระการอดอาหารอธิษฐาน หนึ่งในเป้าหมายคือ ขอการอัศจรรย์เกิดขึ้นกับพี่น้องที่เจ็บป่วย และพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้ พูดถึงการอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่ง ชื่อว่าบารทิเมอัส พระคัมภีร์บอกว่าเขาตาบอดและขอทานอยู่ริมถนน เมื่อเขาได้ยินว่าพระเยซูคริสต์เสด็จมา เขาจึงร้องขอให้พระเยซูคริสต์ทรงรักษาให้ได้มองเห็น  การอัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้นกับ เขาในเวลานั้น พระเยซูตรัสว่า “เพราะความเชื่อของเจ้าจึงทำให้เจ้าหายโรค”  วันนี้เราจะมาใคร่ครวญในหัวข้อ “ความเชื่อที่ทำให้เจ้าหายโรค”

1.         ความเชื่อที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้อง 47

a.         คนทั่วไปเรียกพระเยซูว่า “เยซูชาวนาซาเร็ธ”

b.         บารทิเมอัส เรียกพระเยซูว่า “เยซูบุตรดาวิด”

2.         ความเชื่อที่เปี่ยมด้วยความหวังไม่หวั่นไหว 48

a.         เสียงคนรอบข้างบั่นทอนความเชื่อ

b.         ยึดมั่นความเชื่ออย่างไม่หวั่นไหว

3.         ความเชื่อที่สำแดงออกเป็นการกระทำ  49-50

a.         ทิ้งผ้าห่ม  ลุกขึ้น   มาหาพระองค์

4.         ความเชื่อที่มีเป้าหมายชัดเจน 51

a.         ขอทรงโปรดให้ตาของข้าพระองค์มองเห็น

5.         ความเชื่อที่ดำเนินไปกับพระเจ้า 52  “เดินตามพระองค์ไป”

สรุป

พระเยซูตรัสกับเขาว่าเพราะความเชื่อของเจ้าจึงทำให้เจ้าหายโรค  ชายคนนี้มีความเชื่ออยู่บนพื้นฐาน 5 ประการนี้เขาจึงมองเห็นได้ และการอัศจรรย์ได้เกิดขึ้นกับเขา  ฉะนั้นวาระการอดอาหารอธิษฐานของเราเพื่อขอการอัศจรรย์ให้เกิดขึ้นในคริสตจักรและท่ามกลางคนไม่เชื่อ ให้เรามีความเชื่อที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทั้ง 5  ประการนี้  เพราะการอัศจรรย์เกิดขึ้นได้  โดยความเชื่อของเราทุกคน

ตอบสนอง เพลงจงมีความเชื่อในพระองค์เถิด

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565

หัวเรื่อง การศึกษาพระวจนะเป็นการสร้างคริสตจักรที่มีคุณภาพ พระธรรม กิจการ 11.19-26

 

โครงร่างคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2022



หัวเรื่อง การศึกษาพระวจนะเป็นการสร้างคริสตจักรที่มีคุณภาพ

พระธรรม              กิจการ 11.19-26

คำนำ

นับตั้งแต่เปาโลทำการข่มเหงคริสตจักร ผู้เชื่อกระจัดกระจายไปตามเมืองต่างๆ ของคนต่างชาติ มีการประกาศข่าวประเสริฐทุกที่ แม้แต่เปาโลก็กลับใจมาเชื่อพระเยซูคริสต์ คริสตจักรอันทิโอก เป็นคริสตจักรของคนต่างชาติแห่งแรก มีการเติมโตเร็วมาก และเป็นคริสตจักรที่มีคุณภาพสูงมาก จนสามารถทำการส่งมิชชั่นนารีออกไปได้ นั่นคือเปาโลและบารนาบัส นั่นเป็นเพราะที่นี้มีการจริงจังในเรื่องการศึกษาพระวจนะของพระเจ้า ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า การศึกษาพระวจนะเป็นการสร้างคริสตจักรที่มีคุณภาพ

1.              ความหมาย

1.1.       คำว่า คุณภาพ หมายถึง ได้มาตรฐาน  ตอบโจทย์ความต้องการและเกิดความพึงพอใจ หรือ “มีคุณลักษณะเฉพาะ”

1.2.       คำว่าคริสตจักรที่มีคุณภาพ หมายถึง มีมาตรฐานตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ( มธ 16.16)  เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าและเป็นพระพรต่อคนทั้งปวง ปฐก 12.1-3

2.              ทำไมการศึกษาพระวจนะจึงเป็นการสร้างคริสตจักรที่มีคุณภาพ

2.1.       เพราะทำให้ผู้เชื่อเติบโตทั้งความเชื่อและความรู้จักพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง กจ 17.11, คส 1.9-10

2.2.       เพราะทำให้พระการของพระคริสต์จำเริญสูความไพบูลย์พระคริสต์ อฟ 4.11-13

2.3.       เพราะเป็นการเตรียมธรรมมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้พระเจ้า อฟ 4.11- 12

2.4.       เพราะเป็นการสร้างผู้นำคริสตจักรที่เข้มแข็ง

3.              เราจะมีแนวทางศึกษาพระวจนะอย่างไรให้มีคริสตจักรที่มีคุณภาพ

3.1.       โดยการศึกษาพระคัมภีร์ส่วนตัว (เฝ้าเดี่ยว)

3.2.       การมาร่วมประชุม การสามัคคีธรรม กลุ่มต่างๆ

3.3.       การเรียนคอสเรียนพิเศษสำหรับสมาชิก ( หลักสูตรสร้างสาวก 4 เดือน , หลักสูตรสร้างผู้นำ 2 ปี ) Training Of Discipleship. Training Of Leadership. 

สรุป       

คริสตจักรเมืองอันทิโอก ทุ่มเทกับการศึกษาพระวจนะของพระเจ้า จนได้รับการยอมรับว่าเป็นคริสตจักรต่างชาติแห่งแรกที่ทำพันธกิจโลก วันนี้เมื่อพระคุณเชียงรายจะทำพันธกิจในสี่เหล่มเศรษฐกิจ จำเป็นต้องหันมาเอาจริงเรื่องการศึกษาพระวจนะของพระเจ้า

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565

หัวเรื่อง การมีส่วนร่วมในข่าวประเสริฐ พระธรรม ฟิลิปปี 1.3-5

 

โครงร่างคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2022


 

หัวเรื่อง                        การมีส่วนร่วมในข่าวประเสริฐ

พระธรรม        ฟิลิปปี 1.3-5

3 ข้าพเจ้า​ระลึก​ถึง​ท่าน​เมื่อ​ใด ข้าพเจ้า​ก็​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เจ้า​ทุก​ครั้ง​ 4 และ​ทุก​เวลา​ที่​ข้าพเจ้า​อธิษฐาน​เพื่อ​ท่าน ข้าพเจ้า​ก็​ทูล​ขอ​ด้วย​ความ​ยินดี​ 5 เพราะ​เหตุ​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​มี​ส่วน​ใน​ข่าว​ประเสริฐ​ด้วย​กัน ตั้งแต่​วัน​แรก​มา​จนกระทั่ง​บัดนี้

คำนำ

ในปี 2022 นี้คริสตจักรของเรามีเป้าหมายตั้งจุดนมัสการหรือจุดประกาศ 2 แห่ง คือสวนเอเดนและบ้านป่าอ้อ เพื่อพัฒนาไปสู่การตั้งคริสตจักจักรในอนาคต การประกาศข่าวประเสริฐเป็นพระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ และเป็นธรรมชาติของชีวิตคริสเตียน คริสตจักรที่เมืองฟิลิปปีได้รับการยกย่องว่าเป็น คริสจักรที่มีส่วนร่วมในข่าวประเสริฐร่วมกับอาจารย์เปาโล ซึ่งคริสตจักรพระคุณเชียงรายก็สามารถเป็นเช่นนี้ได้

คำถาม เราจะมีส่วนร่วมในข่าวประเสริฐได้อย่างไร

1.        ร่วมในนิมิตแห่งข่าวประเสริฐ กจ 6.1-7

1 ​ใน​คราว​นั้น​เมื่อ​ศิษย์​กำลัง​ทวี​มาก​ขึ้น พวก​นิยม​กรีก​บ่น​ติ​เตียน​พวก​ฮีบรู​ว่า ใน​การ​แจก​ทาน​ทุกๆ วัน​นั้น เขา​เว้น​ไม่ได้​แจก​ให้​พวก​แม่ม่าย​ชาว​กรีก​ 2 ฝ่าย​อัครทูต​ทั้ง​สิบ​สอง​คน​จึง​เรียก​บรรดา​ศิษย์​ให้​ประชุม​กัน แล้ว​กล่าว​ว่า “ซึ่ง​เรา​จะ​ละเลย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า มัว​ไป​แจก​อาหาร​ก็​หา​ควร​ไม่​ 3 เหตุ​ฉะนั้น​พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย​จง​เลือก​เจ็ด​คน​ใน​พวก​ท่าน ที่​มี​ชื่อเสียง​ดี​ประกอบด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​และ​สติปัญญา เรา​จะ​ตั้ง​เขา​ให้​ดูแล​การ​งาน​นี้​ 4 ฝ่าย​พวก​เรา​จะ​ขะมักเขม้น​อธิษฐาน และ​รับ​ใช้​พระ​เจ้า​ใน​พันธ​กิจ​แห่ง​พระ​วจนะ​เสมอ​ไป” 5 คน​ทั้ง​หลาย​เห็นชอบ​กับ​คำ​นี้ จึง​เลือก​สเทเฟน​ผู้​ประกอบด้วย​ความ​เชื่อ​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ กับ​ฟีลิป​ โปร​โครัส นิ​คา​โนร์ ทิโมน ปาร​เมนัส และ​นิ​โค​เลาส์​ชาว​เมือง​อันทิโอก​ซึ่ง​เป็น​ผู้​เข้า​จารีต​ฝ่าย​ศาสนา​ยิว​ 6 คน​ทั้ง​เจ็ด​นี้​เขา​ให้​มา​ยืน​ต่อ​หน้า​พวก​อัครทูต แล้ว​พวก​อัครทูต​ก็​อธิษฐาน​และ​วางมือ​บน​เขา  7 การ​ประกาศ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​ได้​เจริญ​ขึ้น และ​จำพวก​ศิษย์​ก็​ทวี​ขึ้น​เป็น​อัน​มาก​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​พวก​ปุโรหิต​เป็น​อัน​มาก​ก็​ได้​เชื่อ​ใน​พระ​ศาสนา​

a.        หมายถึงมีความคิดมีเป้าหมายมีภาระใจในแผนงานร่วมกับคริสตจักร

b.       เป็นการขับเคลื่อนข่าวประเสริฐแบบการมีส่วนร่วม

2.        ร่วมสนับสนุนทุกช่องทางเพื่อข่าวประเสริฐ

a.        โดยการอธิษฐาน อฟ 6.18-19

18 จง​อธิษฐาน​วิงวอน​ทุก​อย่าง จง​ขอ​โดย​พระ​วิญญาณ​ทุก​เวลา ทั้งนี้​จง​ระวัง​ตัว​ด้วย​ความ​เพียร​ทุก​อย่าง จง​อธิษฐาน​เพื่อ​ธรรมิก​ชน​ทุก​คน​ 19 และ​อธิษฐาน​เพื่อ​ข้าพเจ้า​ด้วย เพื่อ​จะ​ทรง​ประทาน​ให้​ข้าพเจ้า​มี​คำพูด​และ​เกิด​ใจ​กล้า ประกาศ​และ​สำแดง​ข้อ​ลับ​ลึก​แห่ง​ข่าว​ประเสริฐ​ได้

b.       โดยการสนับสนุนสิ่งของและปัจจัยต่างๆ  ฟป 4.14-18

14 ถึง​กระนั้น​ก็​เป็น​ความ​กรุณา​ของ​ท่าน ที่​ได้​ร่วม​ทุกข์​กับ​ข้าพเจ้า​ 15 และ​พวก​ท่าน​ชาว​ฟีลิป​ปี​ก็​ทราบ​อยู่​แล้ว​ว่า การ​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ​ใน​เวลา​เริ่มแรก​นั้น มา​ตอน​เมื่อ​ข้าพเจ้า​ออกไป​จาก​แคว้น​มาซิโดเนีย ไม่​มี​คริสตจักร​ใด​มี​ส่วน​ร่วมกับ​ข้าพเจ้า​ใน​รายรับ​รายจ่าย​เลย นอก​จาก​พวก​ท่าน​พวก​เดียว​เท่านั้น​ 16 ถึงแม้​เมื่อ​ข้าพเจ้า​อยู่​ที่​เมือง​เธ​สะโล​นิ​กา พวก​ท่าน​ก็​ได้​ฝาก​ของ​มา​ช่วย​หลาย​ครั้ง​หลาย​หน 17 มิใช่​ว่า​ข้าพเจ้า​ปรารถนา​จะ​ได้รับ​ของ​ให้ แต่​ว่า​ข้าพเจ้า​อยาก​ให้​ท่าน​ได้ผล​กำไร​ใน​บัญชี​ของ​ท่าน​มาก​ขึ้น​ 18 ข้าพเจ้า​ได้รับ​ครบ และ​มากกว่า​นั้น​อีก ข้าพเจ้า​ก็​อิ่ม​อยู่​เพราะ​ได้รับ​ของ​จาก​เอ​ปา​โฟรดิทัส ซึ่ง​พวก​ท่าน​ส่งไป​ให้ เป็น​กลิ่น​หอม เป็น​เครื่องบูชาที่​ทรง​โปรด​และ​พอ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า

c.        โดยเป็นกำลังเสริมหรือกองหนุนอยู่เบื้องหลัง 

3.        ร่วมเป็นทีมงานเพื่อข่าวประเสริฐ  กจ 6.5-7

5 คน​ทั้ง​หลาย​เห็นชอบ​กับ​คำ​นี้ จึง​เลือก​สเทเฟน​ผู้​ประกอบด้วย​ความ​เชื่อ​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ กับ​ฟีลิป​ โปร​โครัส นิ​คา​โนร์ ทิโมน ปาร​เมนัส และ​นิ​โค​เลาส์​ชาว​เมือง​อันทิโอก​ซึ่ง​เป็น​ผู้​เข้า​จารีต​ฝ่าย​ศาสนา​ยิว​ 6 คน​ทั้ง​เจ็ด​นี้​เขา​ให้​มา​ยืน​ต่อ​หน้า​พวก​อัครทูต แล้ว​พวก​อัครทูต​ก็​อธิษฐาน​และ​วางมือ​บน​เขา  7 การ​ประกาศ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​ได้​เจริญ​ขึ้น และ​จำพวก​ศิษย์​ก็​ทวี​ขึ้น​เป็น​อัน​มาก​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​พวก​ปุโรหิต​เป็น​อัน​มาก​ก็​ได้​เชื่อ​ใน​พระ​ศาสนา​

a.        ด้วยความสมัครใจและด้วยความเต็มใจ

b.       ด้วยการคัดเลือกและการแต่งตั้ง

สรุป

ปี 2022 คริสตจักรมีแผนงานตั้งจุดประกาศและจุดนมัสการพระเจ้าทั้ง 2 แห่งดังกล่าวข้างต้น ในเดือนเมษายนเราจะเริ่มที่บ้านป่าอ้อ ให้เราอธิษฐานเผื่อตัวเองว่าเราจะมีส่วนร่วมในข่าวประเสริฐอย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565

จงดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นบุตรที่รักของพระเจ้า เอเฟซัส 5.1-14


 

โครงร่างคำเทศนาวันอาทิย์ที่ 30  มกราคม 2022

 

พระธรรม            เอเฟซัส  5.1-14

1 เหตุ​ฉะนั้น​ท่าน​จง​เลียนแบบ​ของ​พระ​เจ้า ให้​สม​กับ​เป็น​บุตร​ที่​รัก​ 2 และ​จง​ดำเนิน​ชีวิต​ใน​ความ​รัก เหมือน​ดังที่​พระ​คริสต์​ได้​ทรง​รัก​เรา​ทั้ง​หลาย และ​ทรง​ประทาน​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​เรา ให้​เป็น​เครื่อง​ถวาย​และ​เครื่องบูชา​อัน​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​พระ​เจ้า

เรื่อง                      จงดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นบุตรที่รักของพระเจ้า

คำนำ

เรามักจะได้ยินคำกล่าวว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” แต่ก็มักจะได้ยินคำตรงกันข้ามว่า “ลูกไม้หล่นไกลต้น”    หมายถึงพ่อเป็นอย่างไรลูกก็มักจะเป็นเช่นนั้น  แต่ก็อาจจะไม่เสมอไป  บางทีพ่อเป็นอีกอย่างและลูกก็เป็นอีกอย่าง

พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้กล่าวว่า  ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ได้รับฐานะเป็นลูกที่รักของพระเจ้า ซึ่งเราจะมาใคร่ครวญในหัวข้อนี้  “จงดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นบุตรที่รักของพระเจ้า”

         1.               เราเป็นบุตรที่รักของพระเจ้าได้อย่างไร

                                1.1.               ในพันธสัญญาเดิมพระเจ้าทรงไถ่ชนชาติอิสราเอลจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ และทรงแยกเขาออกจากชนชาติทั้งปวง ให้มีฐานะเป็นบุตรของพระเจ้า 

อพย 4.22  เจ้า​จง​ทูล​ฟาโรห์​ว่า ‘พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​ว่า คน​อิสราเอล​เป็น​บุตร​หัวปี​ของ​เรา

ฉธบ 14.1  “ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน ท่าน​อย่า​เชือด​เนื้อ​ตัวเอง หรือ​กระทำ​หน้าผาก​ให้​โล้น​เพื่อ​คน​ตาย

รม 9.4  พวก​เขา​เป็น​คน​อิสราเอล ได้รับ​การ​ทรง​ให้​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า และ​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า​ปรากฏ​แก่​เขา และ​เขา​ได้รับ​บรรดา​พันธสัญญา และ​การ​ทรง​ประทานธรรม​บัญญัติ และ​พิธี​นมัสการ​พระ​เจ้า และ​พระ​สัญญา

                                1.2.               ในพันธสัญญาใหม่ได้กล่าวว่า ผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์  พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า 

ยน 1.12 แต่​ส่วน​บรรดา​ผู้​ที่​ต้อนรับ​พระ​องค์ ผู้​ที่​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ก็​ทรง​ประทาน​สิทธิ​ให้​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า

กท 3.26 เพราะ​ว่า ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ร่วม​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​โดย​ความ​เชื่อ

                                1.3.               อาจารย์เปาโลได้ขยายความว่า การเป็นบุตรของพระเจ้าได้ถูกกำหนดไว้ก่อนแล้ว 

อฟ 1.5 พระ​องค์​ทรง​กำหนด​เรา​ไว้​ด้วย​ความ​รัก​ก่อน​ตาม​ที่​ชอบ​พระ​ทัย​พระ​องค์ ให้​เป็น​บุตร​โดย​พระ​เยซู​คริสต์​

                                1.4.               อัครทูตยอห์นยืนยันอีกครั้งว่าเราเป็นลูกของพระเจ้าจริงๆ 

1 ยน 3.1-2 ลอง​คิด​ดู พระ​บิดา​ได้​ประ​ทาน​ความ​รัก​แก่​เรา​เพียง​ไร​ที่​เรา​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูก​ของ​พระ​เจ้า และ​เรา​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น เหตุ​ที่​ชาว​โลก​ไม่​รู้​จัก​เรา ก็​เพราะ​เขา​ไม่​รู้​จัก​พระ​องค์

                                1.5.               ดังนั้น การเป็นบุตรของพระเจ้าเป็นผลจากการทรงไถ่ของพระเยซูคริสต์  ผู้ที่เชื่อและวางใจไม่เพียงแต่รับการไถ่ให้รอดพ้นจากความผิดบาป  แต่ยังได้รับฐานะเป็นบุตรของพระเจ้าอีกด้วย

         2.               เราจะดำเนินชีวิตให้สมกับการเป็นบุตรที่รักของพระเจ้าอย่างไร

                                2.1.               โดยดำเนินชีวิตในความรักเหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักเรา 

1 เหตุ​ฉะนั้น​ท่าน​จง​เลียนแบบ​ของ​พระ​เจ้า ให้​สม​กับ​เป็น​บุตร​ที่​รัก​ 2 และ​จง​ดำเนิน​ชีวิต​ใน​ความ​รัก เหมือน​ดังที่​พระ​คริสต์​ได้​ทรง​รัก​เรา​ทั้ง​หลาย และ​ทรง​ประทาน​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​เรา ให้​เป็น​เครื่อง​ถวาย​และ​เครื่องบูชา​อัน​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​พระ​เจ้า

                                2.2.               โดยดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ทางกาย วาจา และจิตใจ อฟ 5.3-7

3 แต่​การ​ล่วง​ประ​เวณี การ​โส​โครก​ทุก​อย่าง​และ​การ​ละโมบ​นั้น แม้​แต่​จะ​เอ่ย​ถึง​ใน​ท่าม​กลาง​พวก​ท่าน​ก็​อย่า​เลย จะ​ได้​สม​กับ​ที่​เป็น​พวก​ธรร​มิก​ชน 4 และ​การ​พูด​ลา​มก การ​พูด​เล่น​ไม่​เป็น​เรื่อง หรือ​การ​พูด​หยาบ​โลน ก็​เป็น​สิ่ง​ที่​ไม่​เหมาะ​สม แต่​จง​ขอบ​พระ​คุณ​ดี​กว่า 5 ขอ​จง​รู้​ชัด​ถึง​เรื่อง​นี้​ว่า ทุก​คน​ที่​ล่วง​ประ​เวณี​หรือ​ที่​ทำ​การ​โส​โครก​หรือ​ที่​ละ​โมบ (ซึ่ง​ก็​คือ​คน​นับ​ถือ​รูป​เคารพ) จะ​ไม่​มี​มร​ดก​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​คริสต์​และ​พระ​เจ้า 6 อย่า​ให้​ใคร​ล่อ​ลวง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ด้วย​คำ​พูด​ที่​เหลว​ไหล เพราะ​สิ่ง​ที่​กล่าว​มา​ทั้ง​หมด​นี้​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้า​จึง​มา​ถึง​พวก​ที่​ไม่​เชื่อ​ฟัง 7 เพราะ​ฉะ​นั้น​อย่า​มี​ส่วน​ร่วม​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย

                                2.3.               โดยดำเนินชีวิตในความสว่าง  (คือความดีทุกอย่าง   ความชอบธรรมทั้งมวลและความจริงทั้งสิ้น) อฟ 5.8-14

8 เพราะ​เมื่อ​ก่อน​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ความ​มืด แต่​บัด​นี้​ท่าน​เป็น​ความ​สว่าง​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า จง​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​คน​ของ​ความ​สว่าง 9 (เพราะ​ว่า​ผล​ของ​ความ​สว่าง​คือ​ทุก​อย่าง​ที่​เป็น​ความ​ดี ความ​ชอบ​ธรรม และ​ความ​จริง) 10 จง​ค้น​ดู​ว่า​อะไร​เป็น​สิ่ง​ที่​พอ​พระทัย​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า 11 และ​อย่า​มี​ส่วน​ใน​กิจ​การ​ของ​ความ​มืด​ที่​ไร้​ผล แต่​จง​เปิด​เผย​กิจ​การ​นั้น​ให้​ปรา​กฏ​ดี​กว่า 12 เพราะ​ว่า​แม้​แต่​จะ​พูด​ถึง​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ที่​พวก​เขา​ทำ​อย่าง​ลับๆ ก็​ยัง​เป็น​เรื่อง​น่า​ละอาย 13 แต่​ทุกๆ สิ่ง​ที่​ได้​รับ​การ​เปิด​เผย​โดย​ความ​สว่าง​ก็​ปรา​กฏ​ให้​เห็น 14 เพราะ​ว่า​ทุกๆ สิ่ง​ที่​ปรา​กฏ​ให้​เห็น​ก็​เป็น​ความ​สว่าง ดัง​นั้น​จึง​มี​คำ​กล่าว​ว่าคน​ที่​หลับ​อยู่ จง​ตื่น​ขึ้นและจง​เป็น​ขึ้น​จาก​ตายแล้ว​พระ​คริสต์​จะ​ทรง​ส่อง​สว่าง​แก่​ท่าน

สรุป

โดยธรรมชาติลูกไม้ย่อมหล่นใต้ต้น    ลูกหลานที่ดีจะไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจหรือผิดหวังเพราะเขาเป็นผู้สืบทอดฉายาของพ่อแม่   ในฐานะที่เราเป็นลูกของพระเจ้า ทรงเรียกร้องว่า จงดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นบุตรที่รักของพระเจ้า  พระองค์เป็นอย่างไร ขอให้เราดำเนินชีวิตเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงเป็น