วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

หัวข้อเทศนา: "จงดำเนินชีวิตให้เป็นที่โปรดปราณของพระเจ้า"

 

หัวข้อเทศนา: "จงดำเนินชีวิตให้เป็นที่โปรดปราณของพระเจ้า"



พระธรรมอ้างอิง: ปฐมกาล 6:8,  ลูกา 1:28, 30

8 แต่​โน​อาห์​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​เจ้า 

28 ทูตสวรรค์​เข้า​บ้าน​มาถึง​หญิง​พรหมจารี​นั้น แล้ว​ว่า “เธอ​ผู้​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​โปรด​ปราน​มาก จง​จำเริญ​เถิด ​พระ​เป็นเจ้า​ทรง​สถิต​อยู่​กับ​เธอ”  

30 แล้ว​ทูตสวรรค์​จึง​กล่าว​แก่​เธอ​ว่า “มารีย์​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เธอ​เป็น​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​โปรด​ปราน​แล้ว


บทนำ

การได้รับการยอมรับจากพระองค์ การเป็นที่โปรดปราณ ของพระเจ้าไม่ใช่เพราะเราเป็นคนแบบไหน  แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์และการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับพระทัยของพระองค์


1. การเป็นที่โปรดปรานคืออะไร? (ปฐมกาล 6:8, ลูกา 1:28, 30)

  • คำว่า “โปรดปราณ”  หมายถึง ชอบ ชื่นชอบมาก  เอ็นดูรักใคร่  หรือชอบเป็นพิเศษ   ผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปราน จึงหมายถึง บุคคลที่พระเจ้าทรงเอ็นดูรักใคร่ ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก เช่น...


  • โนอาห์เป็นที่โปรดปราณในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะเขาดีพร้อมที่สุดในโลก แต่เพราะเขาเลือกที่จะดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อและสัตย์ซื่อท่ามกลางยุคสมัยที่เสื่อมทราม (ปฐมกาล 6:8)


  • มารีย์ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงโปรดปราณมาก   (ลูกา 1:28, 30) การเป็นที่โปรดปรานหมายถึงการที่พระเจ้าทรง "เลือก" และ "มอบหมาย" สิ่งสำคัญให้เราทำตามแผนการของพระองค์


  • ดังนั้น    ความโปรดปราณของพระเจ้า เกิดจากการมีความสัมพันธ์และการดำเนินชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า และสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า


2. ทำไมเราต้องปรารถนาความโปรดปรานของพระเจ้า? (อพยพ 33:17)

  • เพื่อเราจะเข้าถึงพระทัยพระเจ้า : เมื่อพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า "เราจะทำตามสิ่งเจ้าขอ เพราะเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของเรา" (อพยพ 33:17) นี่คือเครื่องยืนยันว่า ความโปรดปรานทำให้เราเข้าถึงพระทัยของพระเจ้าและได้รับคำตอบในสิ่งที่สอดคล้องกับพระประสงค์

  17 ฝ่าย​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า “สิ่ง​ซึ่ง​เจ้า​ขอ​แล้ว​เรา​จะ​กระทำ​ตาม เพราะ​ว่า​เจ้า​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​เรา​แล้ว และ​เรา​รู้จัก​ชื่อ​ของ​เจ้า”


  • เพื่อเราจะได้รับความไว้วางใจให้ทำพันธกิจของพระเจ้า ปฐก 6.13-21 พระเจ้ามอบหมายพันธกิจให้โนอาห์ช่วยโลกให้รอดจากน้ำท้วม

  13 ​พระ​เจ้า​จึง​ตรัส​แก่​โน​อาห์​ว่า “เรา​ตัดสินใจ​แล้ว​ว่า จะ​ให้​บรรดา​มนุษย์​ถึง​ความ​พินาศ​เสีย​ที ด้วย​เหตุ​ว่า​โลก​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ทารุณ​เพราะ​การ​กระทำ​ของ​มนุษย์ ดู​เถิด เรา​จะ​ทำลาย​พวก​เขา​พร้อม​กับ​แผ่นดิน​โลก​ 14 เจ้า​จง​ต่อ​นาวา​ด้วย​ไม้​สน​โก​เฟอร์ แล้ว​ทำ​เป็น​ห้องๆ และ​ยา​ชัน​ทั้ง​ข้าง​ใน​ข้าง​นอก​ 


  • เพื่อรับพระพรที่เหนือความคาดหวัง : ความโปรดปรานของพระเจ้าสามารถเปิดประตูที่มนุษย์เปิดไม่ได้ และพลิกสถานการณ์ที่ดูเหมือนสิ้นหวังให้กลายเป็นโอกาส สดด 90.17

   17 ขอ​ความ​โปรด​ปราน​ของ​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์​อยู่​เหนือ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย ขอ​ทรง​สถาปนา​หัตถ​กิจ​ของ​ข้า​พระ​องค์​เหนือ​ข้า​พระ​องค์ ​พระ​เจ้า​ข้า ขอ​พระ​องค์​ทรง​สถาปนา​หัตถ​กิจ​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​



3. จะดำเนินชีวิตอย่างไรให้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า? 

  • รักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้า  ยน 15.4-5, วว 3.20 บุคคลในพระคัมภีร์ที่เป็นที่โปรดปรานล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับพระเจ้า  ฮบ 11.5 เอโนคดำเนินไปกับพระเจ้า

จง​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​เรา และ​เรา​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​ท่าน แขนง​จะ​ออก​ผล​เอง​ไม่ได้ นอก​จาก​จะ​ติด​อยู่​กับ​เถา​ฉัน​ใด ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​จะ​เกิดผล​ไม่ได้ นอก​จาก​จะ​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​เรา​ฉัน​นั้น​ 5 เรา​เป็น​เถา​องุ่น ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​แขนง ผู้​ที่​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​เรา​และ​เรา​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​เขา ผู้​นั้น​ก็​จะ​เกิดผล​มาก เพราะ​ถ้า​แยก​จาก​เรา​แล้ว​ท่าน​จะ​ทำ​สิ่ง​ใด​ไม่ได้​เลย

20 นี่​แน่ะ เรา​ยืน​เคาะ​อยู่​ที่​ประตู ถ้า​ผู้ใด​ได้​ยิน​เสียง​ของ​เรา​และ​เปิด​ประตู เรา​จะ​เข้า​ไป​หา​ผู้​นั้น​และ​จะ​รับประทาน​อาหาร​ร่วมกับ​เขา และ​เขา​จะ​รับประทาน​อาหาร​ร่วมกับ​เรา​ 

5 เพราะ​เอ​โนค​มี​ความ​เชื่อ ฉะนั้น​พระ​เจ้า​จึง​ทรง​รับ​ท่าน​ขึ้น​ไป เพื่อ​ไม่ให้​ท่าน​ประสบ​กับ​ความ​ตาย ไม่​มี​ผู้ใด​พบ​ท่าน เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​รับ​ท่าน​ไป​แล้ว ก่อนที่​ทรง​รับ​ท่าน​ขึ้น​ไป​นั้น มี​ผู้​เป็น​พยาน​ว่า​ท่าน​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า


  • ดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า  รม 12.1 2 คร 5.9

 1 พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ด้วย​เหตุ​นี้​โดย​เห็น​แก่​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระ​เจ้า ข้าพเจ้า​จึง​วิงวอน​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ให้​ถวาย​ตัว​ของ​ท่าน​แด่​พระ​องค์ เพื่อ​เป็น​เครื่องบูชา​ที่​มี​ชีวิต​อัน​บริสุทธิ์​และ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​พระ​เจ้า ซึ่ง​เป็น​การ​นมัสการ​โดย​วิญญาณ​จิต​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ 

9 เหตุ​ฉะนั้น​เรา​ตั้ง​เป้า​ของ​เรา​ว่า จะ​อยู่​ใน​กาย​นี้​ก็​ดี​หรือ​ไม่​อยู่​ก็​ดี เรา​ก็​จะ​ทำ​ตัว​ให้​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์​


  • รักพระเจ้าแล้วไปรักมนุษย์ ฮบ 13.16, 1ยน 4.11-12, อฟ 5.2

 อฟ 5.2 และ​จง​ดำเนิน​ชีวิต​ใน​ความ​รัก เหมือน​ดังที่​พระ​คริสต์​ได้​ทรง​รัก​เรา​ทั้ง​หลาย และ​ทรง​ประทาน​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​เรา ให้​เป็น​เครื่อง​ถวาย​และ​เครื่องบูชา​อัน​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​พระ​เจ้า 

1ยน 4.11-12  ท่าน​ที่​รัก​ทั้ง​หลาย ถ้า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​เรา​ทั้ง​หลาย​เช่นนั้น เรา​ก็​ควร​จะ​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ด้วย​ 12 ไม่​มี​ผู้ใด​เคย​เห็น​พระ​เจ้า ถ้า​เรา​ทั้ง​หลาย​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน ​พระ​เจ้า​ก็​ทรง​สถิต​อยู่​ใน​เรา​ทั้ง​หลาย และ​ความ​รัก​ของ​พระ​องค์​ก็​สมบูรณ์​อยู่​ใน​เรา 

ฮบ 13.16 จง​อย่า​ละเลย​ที่​จะ​กระทำ​การ​ดี และ​จง​แบ่งปัน​ข้าว​ของ​ซึ่ง​กัน​และ​กัน เพราะ​เครื่องบูชา​อย่าง​นั้น​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​พระ​เจ้า 

บทสรุป

การเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าไม่ใช่รางวัลสำหรับคนสมบูรณ์แบบ แต่เป็นพระพรสำหรับคนที่  ติดสนิทกับพระองค์ ดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ และไปรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างจริงใจ 


วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

พระองค์จะตั้งราชอาณาจักรใหม่ให้อิสราเอลหรือ? พระธรรม กิจการ 1.6-11

 โครงเทศนาวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026




หัวเรื่อง พระองค์จะตั้งราชอาณาจักรใหม่ให้อิสราเอลหรือ?


พระธรรม กิจการ 1.6-11


 6 เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ประชุม​พร้อม​กัน เขา​จึง​ทูล​ถาม​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ตั้ง​ราช​อาณาจักร​ขึ้น​ใหม่ ให้แก่​ชน​อิสราเอล​ใน​ครั้ง​นี้​หรือ” 7 ​พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ไม่ใช่​ธุระ​ของ​ท่าน ที่​จะ​รู้​เวลา​และ​วาระ​ซึ่ง​พระ​บิดา​ได้​ทรง​กำหนด​ไว้ โดย​สิทธิอำนาจ​ของ​พระ​องค์​


คำนำ

ครั้งที่ผ่านมาได้แบ่งปันเรื่องการรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ กจ 1.5 พระคัมภีร์ตอนนี้บันทึกว่าพระองค์ทรงอยู่กับสาวกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วพระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปสวรรค์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บนภูเขามะกอกเทศ  สาวกถามพระเยซูว่าพระองค์จะทรงตั้งราชอาณาจักรขึ้นใหม่ให้อิสราเอลในครั้งนี้หรือ แต่พระเยซูตอบว่าไม่ใช่ธุระของท่าน…..  วันนี้ให้เราใคร่ครวญคำถามของสาวก และคำตอบของพระเยซู


1.    อะไรคือการตั้งราชอาณาจักรขึ้นใหม่ให้อิสราเอล (6)


1.1  คำพยากรณ์เรื่องอาณาจักรพระเมสสิยาห์ อสย 9.6-7, ดนล 7.13-14, มธ 2.1,5-6, ศคย 9.9-, มธ 21.4-9


 6 ด้วย​มี​เด็ก​คน​หนึ่ง​เกิด​มา​เพื่อ​เรา มี​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​ประทาน​มา​ให้​เรา และ​การ​ปกครอง​จะ​อยู่​ที่​บ่า​ของ​ท่าน และ​ท่าน​จะ​เรียก​นาม​ของ​ท่าน​ว่า “ที่​ปรึกษา มหัศจรรย์ ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์ ​พระ​บิดา​นิรันดร์ องค์​สันติ​ราช”  7 เพื่อ​การ​ปกครอง​ของ​ท่าน​จะ​เพิ่มพูน​ยิ่งขึ้น และ​สันติภาพ​จะ​ไม่​มี​ที่​สิ้นสุด เหนือ​พระ​ที่​นั่ง​ของ​ดาวิด และ​เหนือ​ราช​อาณาจักร​ของ​พระ​องค์ ที่​จะ​สถาปนา​ไว้ และ​เชิด​ชู​ไว้

ด้วย​ความ​ยุติธรรม​และ​ด้วย​ความ​ชอบธรรม ตั้งแต่​บัดนี้​เป็น​ต้น​ไป​จน​นิรันดร์​กาล

ความ​กระตือรือร้น​ของ​พระ​เจ้า​จอม​โยธา​จะ​กระทำ​การ​นี้​ 


1.2  การล่มสลายของประเทศและการถูกกดขี่


  • ปี กคศ. 586  ถูกทำลายโดยประเทศบาบิโลน

  • ปี กคศ. 539 ถูกปกครองโดยประเทศเปอร์เซีย

  • ปี กคศ. 332 ถูกปกครองโดยประเทศกรีก

  • ปี กคศ. 63 ถูกปกครองโดยโรมัน

  • ปี คศ. 70 ถูกโรมันทำลาย


1.3  การรอคอยของชาวยิวและความเข้าใจของสาวก มธ 2.1-6, กจ 1.6

 1 ​พระ​เยซู​ได้​ทรง​บังเกิด​ที่​บ้าน​เบธเลเฮม​แคว้น​ยูเดีย​ใน​รัชกาล​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​ ภายหลัง​มี​พวก​โหราจารย์​จาก​ทิศ​ตะวันออก​มายัง​กรุง​เยรูซาเล็ม ถาม​ว่า​ 2 “กุมาร​ผู้​ที่​บังเกิด​มา​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชน​ชาติยิว​นั้น​อยู่​ที่​ไหน เรา​ได้​เห็น​ดาว​ของ​ท่าน​ปรากฏ​ขึ้น เรา​จึง​มา​หวัง​จะ​นมัสการ​ท่าน” 3 ครั้น​กษัตริย์​เฮโรด​ได้​ยิน​ดังนั้น​แล้ว ​ก็​วุ่นวาย​พระ​ทัย ทั้ง​ชาวกรุง​เยรูซาเล็ม​ก็​พลอย​วุ่นวาย​ใจ​ไป​ด้วย​ 4 แล้ว​ท่าน​ให้​ประชุม​บรรดา​มหา​ปุโรหิต​กับ​พวก​ธรรมาจารย์​ของ​ประชาชน ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “ผู้​เป็น​พระ​คริสต์​นั้น​จะ​บังเกิด​แห่ง​ใด” 5 เขา​ทูล​ว่า “ที่​บ้าน​เบธเลเฮม​แคว้น​ยูเดีย เพราะ​ว่า​ผู้เผย​พระ​วจนะ​ได้​เขียน​ไว้ ดังนี้​ว่า  6 ​บ้าน​เบธเลเฮม​ใน​แผ่นดิน​ยูเดีย จะ​เป็น​บ้าน​เล็กน้อย​ที่สุด​ใน​สายตา​ของ​บรรดา​ผู้​ครอง​แผ่นดิน​ยูเดีย​ก็​หา​มิได้ เพราะ​ว่า​เจ้านาย​คน​หนึ่ง​จะ​ออก​มา​จาก​ท่าน ผู้​ซึ่ง​จะ​ครอบ​ครอง​อิสราเอล​ชน​ชาติ​ของ​เรา”  

  6 เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ประชุม​พร้อม​กัน เขา​จึง​ทูล​ถาม​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ตั้ง​ราช​อาณาจักร​ขึ้น​ใหม่ ให้แก่​ชน​อิสราเอล​ใน​ครั้ง​นี้​หรือ”

2.    ทำไมพระเยซูไม่ตั้งราชอาณาจักรอิสราเอลขึ้นใหม่ (7)


2.1  เป็นสิทธิอำนาจสูงสุดของพระเจ้าพระบิดาทรงกำหนดไว้แล้ว (กจ 1.7)


7 ​พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ไม่ใช่​ธุระ​ของ​ท่าน ที่​จะ​รู้​เวลา​และ​วาระ​ซึ่ง​พระ​บิดา​ได้​ทรง​กำหนด​ไว้ โดย​สิทธิอำนาจ​ของ​พระ​องค์​


2.2  พระเยซูจะต้องเสด็จกลับสวรรค์เพื่อรับเกียรติก่อน (ยน 17.1-5)


 1 เมื่อ​พระ​เยซู​ตรัส​ดังนั้น​แล้ว ​พระ​องค์​ก็​ทรง​แหงน​พระ​พักตร์​ขึ้น​ดู​ฟ้า​และ​ตรัส​ว่า “​พระ​บิดา​เจ้า​ข้า ถึง​เวลา​แล้ว ขอ​ทรง​โปรด​ให้​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​ได้รับ​เกียรติ เพื่อ​พระ​บุตร​จะ​ได้​ถวาย​เกียรติ​แด่​พระ​องค์​ 2 ดังที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​โปรด​ให้​พระ​บุตร​มี​อำนาจ​เหนือ​มนุษย์​ทั้งสิ้น เพื่อให้​พระ​บุตร​ประทาน​ชีวิต​นิรันดร์​แก่​คน​ที่​พระ​องค์​ทรง​มอบ​แก่​พระ​บุตร​นั้น​ 3 และ​นี่​แหละ​คือ​ชีวิต​นิรันดร์ คือ​ที่​เขา​รู้จัก​พระ​องค์ ผู้​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​เดียว และ​รู้จัก​พระ​เยซู​คริสต์​ที่​พระ​องค์​ทรง​ใช้​มา​ 4 ข้า​พระ​องค์​ได้​ถวาย​เกียรติ​แด่​พระ​องค์​ใน​โลก เพราะ​ข้า​พระ​องค์​ได้​กระทำ​กิจ​ที่​พระ​องค์​ทรง​ให้​ข้า​พระ​องค์​กระทำ​นั้น​สำเร็จ​แล้ว​ 5 บัดนี้​พระ​บิดา​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​โปรด​ให้​ข้า​พระ​องค์​ได้รับ​เกียรติ​ต่อ​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์ คือ​เกียรติ​ซึ่ง​ข้า​พระ​องค์​ได้​มี​ร่วมกับ​พระ​องค์​ก่อนที่​โลก​นี้​มี​มา 


2.3  การตั้งราชอาณาจักรกับการเสด็จมาของพระเยซูจะเป็นเรื่องเดียวกัน (กจ1.11)

10 เมื่อ​เขา​กำลัง​เขม้น​ดู​ฟ้า เวลา​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ขึ้น​ไป​นั้น มี​สอง​คน​สวม​เสื้อ​ขาว​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ เขา​ 11 สอง​คน​นั้น​กล่าว​ว่า “ชาว​กาลิลี​เอ๋ย เหตุ​ไฉน​ท่าน​จึง​เขม้น​ดู​ฟ้า​สวรรค์ ​พระ​เยซู​องค์​นี้​ซึ่ง​ทรง​รับ​ไป​จาก​ท่าน​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์​นั้น จะ​เสด็จ​มา​อีก​เหมือน​อย่าง​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​เห็น​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​ยัง​สวรรค์​นั้น” 


2.4  เพื่อให้ข่าวประเสริฐแห่งความรอดไปถึงมนุษย์ทุกคน (8) 2 ปต 3.8-9


8 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้รับ​พระ​ราชทาน​ฤทธิ์​เดช เมื่อ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​พยาน​ฝ่าย​เรา​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย แคว้น​สะมาเรีย และ​จนถึง​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก”

 

8 แต่​ดูก่อน​พวก​ที่​รัก อย่า​ลืม​ความ​จริง​ข้อ​นี้​เสีย คือ​วัน​เดียว​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​เหมือนกับ​พัน​ปี และ​พัน​ปี​ก็​เป็น​เหมือนกับ​วัน​เดียว 9 องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่ได้​ทรง​เฉื่อย​ช้า​ใน​เรื่อง​พระ​สัญญา​ของ​พระ​องค์ ตาม​ที่​บาง​คน​คิด​นั้น แต่​พระ​องค์​ได้​ทรง​อด​กลั้น​พระ​ทัย​ไว้ เพราะ​เห็น​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​มา​ช้า​นาน ​พระ​องค์​ไม่​ทรง​ประสงค์​ที่​จะ​ให้​ผู้​หนึ่ง​ผู้ใด​พินาศ​เลย แต่​ทรง​ปรารถนา​ที่​จะ​ให้​คน​ทั้ง​ปวง​กลับ​ใจ​เสีย​ใหม่


3.    สาวก / คริสเตียน เราควรตอบสนองอย่างไร


3.1  อธิษฐานขอให้แผ่นดินของพระองค์ขยายออกไป มธ 6.10


 10 ขอ​ให้​แผ่นดิน​ของ​พระ​องค์​มา​ตั้งอยู่ ขอ​ให้​เป็นไป​ตาม​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์ ​ใน​สวรรค์​เป็น​อย่างไร​ก็​ให้​เป็นไป​อย่าง​นั้น​ใน​แผ่นดิน​โลก 


3.2  รับฤทธิ์เดชและเป็นพยานจนสุดปลายแผ่นดินโลก (8)


8 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้รับ​พระ​ราชทาน​ฤทธิ์​เดช เมื่อ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​พยาน​ฝ่าย​เรา​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย แคว้น​สะมาเรีย และ​จนถึง​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก”


3.3  ดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์และถวายพระเกียรติ 2 ปต 3.11,14


 11 เมื่อ​เห็น​แล้ว​ว่า​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​จะต้อง​สลาย​ไป​หมด​สิ้น​เช่นนี้ ท่าน​ทั้ง​หลาย​ควร​จะ​เป็น​คน​เช่นใด​ใน​ชีวิต​ที่​บริสุทธิ์​และ​ดี​งาม​  14 เหตุ​ฉะนั้น​พวก​ที่​รัก เมื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ยัง​คอย​สิ่ง​เหล่า​นี้​อยู่ ท่าน​ก็​จง​อุตส่าห์​ให้​พระ​องค์​ทรง​พบ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​มี​ใจ​สงบ ปราศจาก​มลทิน​และ​ข้อ​ตำหนิ​ 


สรุป

พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาครั้งที่สองอย่างแน่นอนตามพระสัญญาของพระองค์ ขณะที่เรากำลังรอคอยเวลากำหนดของพระบิดา  จงดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์และถวายเกียรติพระเจ้า อุทิศตัวของเราในการรับใช้ และประกาศเป็นพยานตลอดชีวิตของเรา


วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

เรื่อง “​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์” พระธรรม กิจการ 1.4-5

 โครงร่างคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2026


 


เรื่อง “​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์”


พระธรรม กิจการ 1.4-5


4 เมื่อ​พระ​องค์​ได้​ทรง​พำนัก​อยู่​กับ​อัครทูต จึง​กำชับ​เขา​มิ​ให้​ออกไป​จาก​กรุง​เยรูซาเล็ม แต่​ให้​คอย​รับ​ตาม​พระ​สัญญา​ของ​พระ​บิดา คือ​พระ​องค์​ตรัส​ว่า “ตาม​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​จาก​เรา​นั่น​แหละ​ 5 เพราะ​ว่า​ยอห์น​ให้​รับ​บัพติศมา​ด้วย​น้ำ แต่​ไม่​ช้า​ไม่​นาน​ท่าน​จะ​รับ​บัพติศมา​ด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์” 


คำนำ

ระหว่าง 40 วันที่พระเยซูทรงเป็นขึ้นจากความตาย พระองค์ทรงย้ำกับพวกสาวกว่า  “แต่​อีก​ไม่​นาน​พวก​ท่าน​จะ​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์”   วันนี้เราจะใคร่ครวญว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์คือใคร อะไรคือการรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์  และมีผลอย่างไรต่อชีวิตของเรา


1. พระวิญญาณบริสุทธิ์คือใคร


1.1 ทรงเป็นบุคคลหนึ่งในตรีเอกานุภาพ มธ 28.19


เหตุ​ฉะนั้น​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ออกไป​สั่ง​สอน​ชน​ทุก​ชาติ ให้​เป็น​สาวก​ของ​เรา ให้​รับ​บัพติศมา​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​บิดา ​พระ​บุตร​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ 


1.2 ทรงเป็นพระเจ้า กจ 5.3-4


3 ฝ่าย​เปโตร​จึง​ถาม​ว่า “​อานาเนีย​ เหตุ​ไฉน​ซาตาน​จึง​ทำ​ให้​ใจ​ของ​เจ้า​เต็ม​ไป​ด้วย​การ​มุสา​ต่อ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ และ​ทำ​ให้​เจ้า​เ​ก็​บ​ค่า​ที่ดิน​ส่วน​หนึ่ง​ไว้​ 4 เมื่อ​ที่ดิน​ยัง​อยู่​ก็​เป็น​ของ​เจ้า​มิใช่​หรือ เมื่อ​ขาย​แล้ว​เงิน​ก็​ยัง​อยู่​ใน​อำนาจ​ของ​เจ้า​มิใช่​หรือ มี​เหตุ​อะไร​เกิดขึ้น​ให้​เจ้า​คิด​ใน​ใจ​เช่นนั้น​เล่า เจ้า​มิได้​มุสา​ต่อ​มนุษย์​แต่​ได้​มุสา​ต่อ​พระ​เจ้า”


1.3 ทรงเป็นองค์พระผู้ช่วยของเรา ยน 14.16,26, 16.7


16 เรา​จะ​ทูล​ขอ​พระ​บิดา และ​พระ​องค์​จะ​ประทาน​ผู้ช่วย​อีก​ผู้​หนึ่ง​ให้แก่​ท่าน เพื่อ​จะ​ได้​อยู่​กับ​ท่าน​ตลอดไป​ 17 คือ​พระ​วิญญาณ​แห่ง​ความ​จริง ซึ่ง​โลก​รับ​ไว้​ไม่ได้ เพราะ​แล​ไม่​เห็น​และ​ไม่​รู้จัก​พระ​องค์ ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้จัก​พระ​องค์ เพราะ​พระ​องค์​ทรง​สถิต​อยู่​กับ​ท่าน และ​จะ​ประทับ​อยู่​ใน​ท่าน 


26 แต่​องค์​ผู้ช่วย​คือ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ซึ่ง​พระ​บิดา​จะ​ทรง​ใช้​มา​ใน​นาม​ของ​เรา​นั้น จะ​ทรง​สอน​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ทุก​สิ่ง และ​จะ​ให้​ท่าน​ระลึก​ถึง​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​กล่าว​ไว้​แก่​ท่าน​แล้ว​ 


7 อย่างไร​ก็​ตาม​เรา​จะ​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย คือ​การ​ที่​เรา​จาก​ไป​นั้น​ก็​เพื่อ​ประโยชน์​ของ​ท่าน เพราะ​ถ้า​เรา​ไม่​ไป องค์​พระ​ผู้ช่วย​ก็​จะ​ไม่​เสด็จ​มา​หา​ท่าน แต่​ถ้า​เรา​ไป​แล้ว เรา​ก็​จะ​ใช้​พระ​องค์​มา​หา​ท่าน


2. อะไรคือการบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์


2.1 ต่างจากการรับบัพติศมาในน้ำ (สำแดงว่าเราได้ตาย ถูกฝัง และเป็นขึ้นด้วย กันกับพระเยซูคริสต์) รม 6.3-4


​ 3 ท่าน​ไม่​รู้​หรือ​ว่า เรา​ทั้ง​หลาย​ที่​ได้รับ​บัพติศมา​เข้า​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​ ​ก็​ได้รับ​บัพติศมา​นั้น​เข้า​ใน​ความ​ตาย​ของ​พระ​องค์​ 4 เหตุ​ฉะนั้น เรา​จึง​ถูก​ฝัง​ไว้​กับ​พระ​องค์​แล้ว โดย​การ​รับ​บัพติศมา​เข้า​ส่วน​ใน​การ​ตาย​นั้น เพื่อ​ว่า​เมื่อ​พระ​คริสต์​ได้​ทรง​ถูก​ชุบ​ให้​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย​โดย​เดช​พระ​สิริ​ของ​พระ​บิดา​แล้ว เรา​ก็​จะ​ได้​ดำเนิน​ตาม​ชีวิต​ใหม่​ด้วย​เหมือน​กัน 


2.2 หมายถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิต (ประทับตรา) ในตัวของเรา เมื่อเรา  กลับใจบังเกิดใหม่โดยเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์  อฟ 1.13, กจ 2.38


13 ​ใน​พระ​องค์​นั้น ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​เช่น​เดียว​กัน เมื่อ​ท่าน​ได้​ฟัง​สัจ​วา​ทะ คือ​ข่าว​ประเสริฐ​เรื่อง​ความ​รอด​ของ​ท่าน และ​ได้​วางใจ​ใน​พระ​องค์ ได้รับ​การ​ผนึก​ตรา​ไว้​ด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​แห่ง​พระ​สัญญา​


38 ฝ่าย​เปโตร​จึง​กล่าว​แก่​เขา​ว่า “จง​กลับ​ใจ​ใหม่​และ​รับ​บัพติศมา​​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​เยซู​คริสต์​สิ้น​ทุก​คน เพื่อ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ยก​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​เสีย แล้ว​ท่าน​จะ​ได้รับ​พระ​ราชทาน​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ 


2.3 ดังนั้นคนในสมัยพระเยซูผู้เชื่อจะรับบัพติมาในน้ำก่อนและจึงได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณ หลังวันเพ็นเทคอสต์ ผู้เชื่อจะได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณก่อนแล้วจึงรับบัพติศมาในน้ำ กจ 9.18, 10.44-48


18 และ​ใน​ทันใด​นั้น​มี​อะไร​เหมือน​เกล็ด​ตก​จาก​ตา​ของ​เซาโล​ แล้ว​ก็​เห็น​ได้​อีก ท่าน​จึง​ลุก​ขึ้น​รับ​บัพติศมา

 47 “ใคร​อาจจะ​ห้าม​คน​เหล่า​นี้​ที่​ได้รับ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​เหมือน​เรา โดย​มิ​ให้​เขา​รับ​บัพติศมา​ด้วย​น้ำ​ได้” 


3. ผลที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์


3.1 มีหลักประกันในฝ่ายวิญญาณ อฟ 1.13-14, รม 8.16-17


13 ​ใน​พระ​องค์​นั้น ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​เช่น​เดียว​กัน เมื่อ​ท่าน​ได้​ฟัง​สัจ​วา​ทะ คือ​ข่าว​ประเสริฐ​เรื่อง​ความ​รอด​ของ​ท่าน และ​ได้​วางใจ​ใน​พระ​องค์ ได้รับ​การ​ผนึก​ตรา​ไว้​ด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​แห่ง​พระ​สัญญา​ 14 เป็น​มัด​จำ​ของ​การ​รับ​มรดก​ของ​เรา จนกว่า​เรา​จะ​ได้รับ​เป็น​กรรมสิทธิ์ เป็น​ที่​ถวาย​สรรเสริญ​แด่​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์​ 


16 ​พระ​วิญญาณ​นั้น​เป็น​พยาน​ร่วมกับ​วิญญาณ​จิต​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย​ว่า เรา​ทั้ง​หลาย​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ 17 และ​ถ้า​เรา​ทั้ง​หลาย​เป็น​บุตร​แล้ว เรา​ก็​เป็น​ทายาท คือ​เป็น​ทายาท​ของ​พระ​เจ้า และ​เป็น​ทายาท​ร่วมกับ​พระ​คริสต์​ เมื่อ​เรา​ทั้ง​หลาย​ทน​ทุกข์​ทรมาน​ด้วย​กัน​กับ​พระ​องค์​นั้น ​ก็​เพื่อ​เรา​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​ศักดิ์ศรี​ด้วย​กัน​กับ​พระ​องค์​ด้วย 


3.2 ผู้เชื่อถูกผูกพันธ์ให้เป็นกายเดียวกันในพระเยซูคริสต์ 1 คน 12.13


13 เพราะ​ว่า​ถึง​เรา​จะ​เป็น​พวก​ยิว หรือ​พวก​กรีก เป็น​ทาส​หรือ​มิใช่​ทาส​ก็​ตาม เรา​ทั้ง​หลาย​ได้รับ​บัพติศมา​โดย​พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​เข้า​เป็น​กาย​เดียว​กัน และ​พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​นั้น​ซาบซ่าน​อยู่ 


3.3 ทำให้ชีวิตเราได้รับการเปลี่ยนแปล กท 5.16-25


 22 ฝ่าย​ผล​ของ​พระ​วิญญาณ​นั้น คือ​ความ​รัก ความ​ปลาบ​ปลื้ม​ใจ สันติ​สุข ความ​อด​กลั้น​ใจ ความ​ปรานี ความ​ดี ความ​สัตย์​ซื่อ​ 23 ความ​สุภาพ​อ่อน​น้อม การ​รู้จัก​บังคับ​ตน เรื่อง​อย่าง​นี้​ไม่​มีธรรม​บัญญัติ​ห้าม​ไว้​เลย​ 24 ผู้​ที่​อยู่​ฝ่าย​พระ​เยซู​คริสต์​ได้​เอา​เนื้อ​หนัง​กับ​ความ​อยาก และ​ตัณหา​ของ​เนื้อ​หนัง​ตรึง​ไว้​ที่​กางเขน​แล้ว​ 


3.4 มีกำลังฤทธิ์เดชในการประกาศข่าวประเสริฐ กจ 1.8


 8 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้รับ​พระ​ราชทาน​ฤทธิ์​เดช เมื่อ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​พยาน​ฝ่าย​เรา​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย แคว้น​สะมาเรีย และ​จนถึง​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก”


3.5 ได้รับของประทานเพื่อรับใช้พระเจ้าในคริสตจักร 1 โครินธ์ 12.4-11


 8 ​พระ​เจ้า​ทรง​โปรด​ประทาน​โดย​ทาง​พระ​วิญญาณ ให้​คน​หนึ่ง​มี​ถ้อยคำ​ประกอบด้วย​สติปัญญา และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​มี​ถ้อยคำ​อัน​ประกอบด้วย​ความ​รู้ แต่​เป็น​พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​กัน​ 9 และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​มี​ความ​เชื่อ แต่​เป็น​พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​กัน และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​มี​ความ​สามารถ​รักษา​คน​ป่วย​ได้ แต่​เป็น​พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​กัน​ 10 และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​ทำ​การ​อิทธิฤทธิ์​ต่างๆ และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​เผย​พระ​วจนะ​ได้ และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​รู้จัก​สังเกต​วิญญาณ​ต่างๆ และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​พูด​ภาษา​แปลกๆ และ​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​แปลภาษา​นั้นๆ ได้​ 11 สิ่ง​สารพัด​เหล่า​นี้ ​พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​กัน​ทรง​บันดาล​และ​ประทาน​แก่​แต่​ละ​คน​ตาม​ชอบ​พระ​ทัย​พระ​องค์ 


สรุป

จงตระหนักว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงเป็นพระเจ้าบุคคลหนึ่งในพระเจ้าตรีเอกานุภาพ  และเราทุกคนที่บังเกิดใหม่โดยเชื่อพระเยซูคริสต์ ได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว เหตุฉะนั้นจงดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติและเชื่อฟังการทรงนำของพระวิญญาณที่สถิตอยู่ในชีวิตของท่าน และอุทิศตัวในการรับใช้ตามการทรงนำของพระองค์  กท 5.25 ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​พระ​วิญญาณ ​ก็​จง​ดำเนิน​ชีวิต​ตาม​พระ​วิญญาณ​ด้วย​ 


วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

หัวใจแห่งการถวายที่พระเจ้าทรงพอพระทัย พระธรรม: 1 พงศ์ศาวดาร 29:1-19

 

โครงร่างเทศนา: หัวใจแห่งการถวายที่พระเจ้าทรงพอพระทัย

พระธรรม: 1 พงศ์ศาวดาร 29:1-19

บทนำ

การสร้างพระวิหารของพระเจ้าในสมัยของดาวิดไม่ใช่เพียงโครงการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการแสดงออกถึงความรักและความจงรักภักดีที่ประชากรมีต่อพระเจ้า แม้ดาวิดจะไม่ได้เป็นผู้สร้างด้วยตนเอง แต่ท่านได้วางรากฐาน "หัวใจ" ในการถวายไว้อย่างยอดเยี่ยม

1. การถวายด้วย "สุดกำลัง" หรือ "เต็มความสามารถ" (ข้อ 1-5)

กษัตริย์ดาวิดเป็นแบบอย่างในการทุ่มเททรัพยากรเพื่อพระนิเวศของพระเจ้า โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • 1.1 ความหมายของคำว่า "สุดกำลัง" หรือ "เต็มความสามารถ":

  • ไม่ใช่เพียงการถวายสิ่งที่ "เหลือใช้" แต่คือการจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ข้อ 2)

  • ครอบคลุมทั้งทรัพยากรภายนอก (ทอง เงิน อัญมณี) และความทุ่มเทภายใน (แรงกาย สติปัญญา และจิตวิญญาณ)

  • หมายถึงการ "ถวายตัว" ก่อนที่จะ "ถวายของ" (ข้อ 5) คือการมอบชีวิตให้เป็นเครื่องบูชาที่ขอบพระคุณพระเจ้า

  • 1.2 เหตุผลที่ต้องทำอย่าง "สุดกำลัง" หรือ "เต็มความสามารถ":

  • เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า (ข้อ 1): เพราะงานนี้ "ไม่ใช่สำหรับมนุษย์ แต่สำหรับพระยาห์เวห์พระเจ้า" พระองค์ทรงยิ่งใหญ่สูงสุด งานที่ทำถวายพระองค์จึงควรสะท้อนถึงพระสิริของพระองค์

  • เพราะความรักที่มีต่อพระนิเวศ (ข้อ 3): ดาวิดทำเพราะท่าน "มีความรักความปรารถนาต่อพระนิเวศ" ความรักที่แท้จริงจะนำไปสู่การทุ่มเทอย่างไร้ขีดจำกัด

  • เพื่อเป็นรากฐานแก่คนรุ่นหลัง: ดาวิดต้องการเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้โซโลมอนและประชากร เพื่อให้งานของพระเจ้าสำเร็จลุล่วงอย่างสง่างาม

  • 1.3 จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป็นการถวายที่ "สุดกำลัง":

  • มีการวางแผนและเตรียมการ (ข้อ 2): "ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมไว้... อย่างสุดกำลัง" การถวายอย่างสุดกำลังไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ต้องผ่านการตั้งใจและการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่

  • สละทรัพย์ส่วนตัวด้วยความยินดี (ข้อ 3): เริ่มต้นจากการเป็นแบบอย่างในการสละสิ่งที่รัก and มีค่าที่สุด (ทองคำและเงินบริสุทธิ์) มากกว่าแค่ทำตามหน้าที่

  • สมัครใจและอุทิศตน (ข้อ 5): ต้องเป็นการตัดสินใจด้วยความสมัครใจ (Consecration) คือการแยกส่วนนั้นไว้สำหรับพระเจ้าโดยเฉพาะ ไม่ใช่ด้วยการบังคับ

2. การถวายด้วย "ใจสมัครและยินดี" (ข้อ 6-9)

เมื่อผู้นำเป็นแบบอย่าง ประชากรจึงตอบสนองด้วยใจเดียวกัน

  • 2.1 ความหมายของการถวายด้วย "ใจสมัครและยินดี":

  • ความสมัครใจ (Willingness): คือการให้ที่ไม่ได้มาจากความจำใจหรือถูกบังคับ แต่มาจากความปรารถนาภายใน (ข้อ 6)

  • ความยินดี (Joy): คือการมีความสุขที่ได้เห็นพระราชกิจของพระเจ้าเคลื่อนไปข้างหน้า มากกว่าความเสียดายทรัพย์สิ่งของ (ข้อ 9)

  • ความซื่อตรง (Wholeheartedness): หมายถึงการถวายด้วยใจที่ไม่ได้แบ่งแยก แต่เป็นใจที่มอบให้พระเจ้าอย่างครบถ้วน

  • 2.2 เหตุผลสำคัญที่ต้องถวายด้วยใจสมัครและยินดี:

  • พระเจ้าทรงทอดพระเนตรที่ท่าทีของหัวใจ: พระเจ้าทรงพอพระทัยในคนที่ให้ด้วยใจยินดีมากกว่ามูลค่าของที่ถวาย

  • สร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อ: เมื่อมีการให้ด้วยใจสมัคร จะเกิดแรงขับเคลื่อนแห่งความรักและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในชุมชน (ข้อ 9 "ประชาชนก็ปีติยินดี")

  • เป็นการขอบพระคุณในพระคุณของพระเจ้า: ความยินดีในการถวายสะท้อนถึงการที่เราสำนึกว่าพระเจ้าได้ทรงประทานพระพรแก่เรามาก่อนแล้ว

  • 2.3 จะต้องถวายอย่างไรให้เป็นใจสมัครและยินดี:

  • มองดูแบบอย่างที่ถูกต้อง (ข้อ 6): บรรดาผู้นำต้องเป็นผู้เริ่มทำก่อนด้วยใจสมัคร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น

  • ถวายด้วยความจริงใจและซื่อตรง (ข้อ 9): "เขาทั้งหลายได้ถวาย... ด้วยใจซื่อตรง" คือการให้โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นหรือทำเพื่ออวดอ้าง

  • ชื่นชมในผลของงานพระเจ้า: ให้โฟกัสไปที่ความศักดิ์สิทธิ์และจุดประสงค์ของงาน (พระนิเวศ) จะทำให้เรามีความสุขในการร่วมส่วนในงานนั้น

3. การถวายด้วย "ความถ่อมใจ" (ข้อ 10-16)

คำสรรเสริญของดาวิดเผยให้เห็นท่าทีที่ถูกต้องต่อทรัพย์สิ่งของและการยอมรับอำนาจสูงสุดของพระเจ้า

  • 3.1 ความหมายของการถวายด้วย "ความถ่อมใจ":

  • การสำนึกในความจำกัดของตน (ข้อ 14): "ข้าพเจ้าเป็นใคร และประชากรของข้าพเจ้าเป็นใคร?" คือการตระหนักว่าเราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า

  • การยอมรับอธิปไตยของพระเจ้า (ข้อ 11-12): คือการเข้าใจว่าความยิ่งใหญ่ พระกำลัง และทรัพย์สมบัติไม่ได้เกิดจากความสามารถของเราเอง แต่ล้วนมาจากพระหัตถ์ของพระองค์

  • การเป็น "ผู้ฝากทรัพย์" (Stewardship): หมายถึงการมองว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่เป็นเพียงผู้อารักขาสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบให้ดูแลชั่วคราว

  • 3.2 เหตุผลที่ต้องถวายด้วยความถ่อมใจ:

  • เพื่อป้องกันความภาคภูมิใจในตัวเอง: หากเราคิดว่าเราถวายเพราะ "เราเก่ง" หรือ "เรามีมาก" ใจเราจะหยิ่งผยอง แต่ความถ่อมใจจะทำให้เราถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเพียงผู้เดียว

  • เพราะทุกสิ่งมาจากพระเจ้าอยู่แล้ว (ข้อ 14, 16): "สารพัดมาจากพระองค์... และเป็นของพระองค์" การถวายจึงไม่ใช่การให้สิ่งที่เกินมา แต่เป็นการคืนสิ่งที่ได้รับมาแด่เจ้าของที่แท้จริง

  • พระเจ้าทรงทอดพระเนตรลึกถึงเจตนา (ข้อ 17): พระเจ้าทรงประสงค์ใจที่ซื่อตรงและความถ่อมใจมากกว่าพิธีกรรมภายนอก

  • 3.3 จะต้องถวายอย่างไรให้มีความถ่อมใจ:

  • เริ่มต้นด้วยการสรรเสริญและขอบพระคุณ (ข้อ 10-13): ให้การอธิษฐานสรรเสริญพระลักษณะของพระเจ้าเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์และความเล็กน้อยของเรา

  • ตระหนักว่าโอกาสในการถวายคือ "พระคุณ" (ข้อ 14): ให้ถือว่าการที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เรามีส่วนร่วมในงานของพระองค์นั้นเป็นสิทธิพิเศษ ไม่ใช่ภาระ

  • มอบถวายคืนด้วยท่าที "คืนของเจ้าของ" (ข้อ 16): เมื่อถวายแล้ว ให้บอกกับพระเจ้าว่า "ทุกอย่างที่ข้าพเจ้านำมานี้เป็นของพระองค์" เพื่อตัดความยึดติดในตัวตนและทรัพย์สิน

4. การถวายด้วย "ใจที่มั่นคง" (ข้อ 17-19)

ดาวิดสรุปด้วยคำอธิษฐานเพื่อให้ความตั้งใจนี้ยั่งยืนและส่งผลต่ออนาคต

  • 4.1 ความหมายของการถวายด้วย "ใจที่มั่นคง":

  • ความยั่งยืน (Consistency): ไม่ใช่การถวายเพียงชั่วครู่ชั่วคราวตามอารมณ์ แต่เป็นท่าทีของใจที่ยึดมั่นในพระเจ้าตลอดไป (ข้อ 18)

  • ความสัตย์ซื่อ (Integrity): คือใจที่ซื่อตรงต่อหน้าพระเจ้าผู้ทรงตรวจค้นใจ (ข้อ 17) และรักษาพันธสัญญาที่มีต่อพระองค์อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

  • การจดจ่อ (Fixed Purpose): หมายถึงการตั้งใจแน่วแน่ว่าจะดำเนินตามน้ำพระทัยและรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของงานพระเจ้า

  • 4.2 เหตุผลที่ต้องถวายด้วยใจที่มั่นคง:

  • พระเจ้าทรงทดสอบและพอพระทัยใจที่เที่ยงธรรม (ข้อ 17): การถวายที่เป็นที่ยอมรับต้องมาจากความสม่ำเสมอและความซื่อตรง ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอก

  • เพื่อให้ความเชื่อส่งต่อสู่คนรุ่นหลัง (ข้อ 18-19): หากใจของผู้นำและประชากรไม่มั่นคง งานพระนิเวศ (หรือราชกิจของพระเจ้า) ในอนาคตจะสั่นคลอน ดาวิดจึงอธิษฐานขอให้ใจของโซโลมอน "สัตย์ซื่อครบถ้วน"

  • การถวายคือไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่กิจกรรม: ใจที่มั่นคงทำให้การถวายเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์กับพระเจ้าตลอดชีวิต

  • 4.3 จะต้องถวายอย่างไรให้มีใจที่มั่นคง:

  • ทูลขอพระเจ้าให้ทรงรักษาใจเราไว้ (ข้อ 18): "ขอพระองค์ทรงรักษาความปรารถนาและปัญญาในใจของประชากร... ตลอดไป" เราต้องพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการรักษาความร้อนรน

  • ฝึกฝนการเชื่อฟังในระยะยาว (ข้อ 19): ไม่เพียงแต่ให้ทรัพย์สิน แต่ต้องให้ใจที่พร้อมจะ "ถือรักษาพระบัญญัติ" และ "กระทำสารพัดสิ่ง" ตามที่พระเจ้าสั่ง

  • สร้างรากฐานทางจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง: การถวายอย่างต่อเนื่องต้องคู่ไปกับการอธิษฐานและการนมัสการเหมือนที่ดาวิดทำ เพื่อให้ใจหยั่งรากลึกลงในพระเจ้า

บทสรุปและแอปพลิเคชัน

  1. สำรวจหัวใจ: เราถวายแด่พระเจ้าด้วย "สุดกำลัง" และ "ใจสมัคร" หรือไม่?

  2. เปลี่ยนมุมมอง: ให้เราจำเริญขึ้นใน ความถ่อมใจว่า ทุกสิ่งที่เรามีนั้นมาจากพระคุณพระเจ้า

  3. การตอบสนอง: วันนี้คุณพร้อมจะถวาย "ตัว" และ "สิ่งที่ท่านมี" เพื่อขยายแผ่นดินของพระเจ้าในคริสตจักรและชุมชนของท่านแล้วหรือยัง?

ข้อพระธรรมหลักสำหรับการท่องจำ:

"แต่ข้าพเจ้าเป็นใคร และประชากรของข้าพเจ้าเป็นใคร ที่เราจะสามารถถวายด้วยใจสมัครเช่นนี้? เพราะว่าสารพัดมาจากพระองค์ และเราได้ถวายของที่มาจากพระหัตถ์ของพระองค์แก่พระองค์" (1 พงศ์ศาวดาร 29:14)