วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

ความปารถนาสุดท้ายของพ่อต่อลูกหลาน พระธรรม เฉลยธรรมบัญญัติ 6.4-9

 

โครงเทศนางานไว้อาลัย คุณพ่อซางเฉิน แซ่หยาง

 

เรื่อง                ความปารถนาสุดท้ายของพ่อต่อลูกหลาน

พระธรรม        เฉลยธรรมบัญญัติ 6.4-9

4 “โอ คน​อิสราเอล จง​ฟัง​เถิด​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย​เป็น​พระ​เจ้า​เดียว  5 พวก​ท่าน​จง​รัก​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​จิต​สุดใจ​และ​สิ้นสุด​กำลัง​ของ​ท่าน  6 และ​จง​ให้​ถ้อยคำ​ที่​ข้าพเจ้า​บัญชา​พวก​ท่าน​ใน​วันนี้​อยู่​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​ 7 และ​พวก​ท่าน​จง​อุตส่าห์​สอน​ถ้อยคำ​เหล่า​นั้น​แก่​บุตร​หลาน​ของ​ท่าน เมื่อ​ท่าน​นั่ง​อยู่​ใน​เรือน เดิน​อยู่​ตาม​ทาง และ​นอน​ลง​หรือ​ลุก​ขึ้น จง​พูด​ถึง​ถ้อยคำ​นั้น​  8 จง​เอา​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​พัน​ไว้​ที่​มือ​ของ​ท่าน​เป็น​หมาย​สำคัญ และ​จง​จารึก​ไว้​ที่​หว่าง​คิ้ว​ของ​ท่าน​ 9 และ​เขียน​ไว้​ที่​เสา​ประตู​เรือน และ​ที่​ประตู​ของ​ท่าน

คำนำ

1.       โมเสสเป็นเสมือนพ่อของคนอิสราเอลเวลานั้น ท่านอายุประมาณ 120 ปี มีความปารถนาให้ลูกหลานดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงในทางของพระเจ้า

2.       คุณพ่อซางเฉิน แซ่หยาง ท่านจากไปเมื่ออายุ 86 ปี แม้ท่านไม่ใช่ผู้นำเหมือนโมเสส แต่เชื่อว่าท่านเองก็ปารถนาให้ลูกหลานมั่นคงในทางของพระเจ้า

ให้เรามาพิจารณาความปารถนาของโมเสสที่มีต่อลูกหลาน หรือคนอิสราเอล

1.        ให้ลูกหลานรู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้อย่างแท้จริง (4)

“โอ คน​อิสราเอล จง​ฟัง​เถิด​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย​เป็น​พระ​เจ้า​เดียว

1.1.   พระนามของพระเจ้า นามว่า “เยโฮวาห์ หรือยาเวห์”   มาจาก อพยพ 13.14 “เราเป็นผู้ซุ่งเราเป็น” มีความหมายสามอย่างคือ  ทรงเป็นพระเจ้าด้วยพระองค์เอง  ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และทรงดำรงอยู่ตลอดไป

1.2.   คำว่าเป็นพระเจ้าเดียว มีความหมายคือ

·          เพื่อแบ่งแยกพระเจ้ากับสิ่งทรงสร้างทั้งหมด พระยาเวห์เท่านั้นที่เป็นพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

·          พระยาเวห์นี้ หมายถึง พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระเยซูคริสต์ พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทั้งสามบุคคลนี้เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว ที่คริสเตียนเราเรียกว่า พระเจ้าตรีเอกานุภาพ   นอกจากพระเจ้าตรีเอกานุภาพนี้ไม่มีใครเป็นพระเจ้า

2.        ให้ลูกหลานรักพระเจ้าอย่างสุดจิตใจและสุดกำลัง (5-6)

พวก​ท่าน​จง​รัก​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​จิต​สุดใจ​และ​สิ้นสุด​กำลัง​ของ​ท่าน  6 และ​จง​ให้​ถ้อยคำ​ที่​ข้าพเจ้า​บัญชา​พวก​ท่าน​ใน​วันนี้​อยู่​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​

2.1.   คำถามสำคัญคือ “อะไรคือการรักพระเจ้า”

2.2.   สำหรับชาวยิวคือ การเรียนและท่องจำหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส

2.3.   สำหรับคริสเตียน “ให้ถ้อยคำ/พระวจนะของพระเจ้า อยู่ในใจของเรา”  ยอห์น 14:15 “ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​รัก​เรา ท่าน​ก็​จะ​ประพฤติ​ตาม​บัญญัติ​ของ​เรา​

3.        ให้สร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อในครอบครัว/บ้าน  (7-9)

3.1.   พูดเรื่องพระเจ้ากับคนในบ้าน  7 และ​พวก​ท่าน​จง​อุตส่าห์​สอน​ถ้อยคำ​เหล่า​นั้น​แก่​บุตร​หลาน​ของ​ท่าน เมื่อ​ท่าน​นั่ง​อยู่​ใน​เรือน เดิน​อยู่​ตาม​ทาง และ​นอน​ลง​หรือ​ลุก​ขึ้น จง​พูด​ถึง​ถ้อยคำ​นั้น​  

3.2.   สร้างสัญลักษณ์แห่งความเชื่อในบ้าน 8 จง​เอา​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​พัน​ไว้​ที่​มือ​ของ​ท่าน​เป็น​หมาย​สำคัญ และ​จง​จารึก​ไว้​ที่​หว่าง​คิ้ว​ของ​ท่าน​ 9 และ​เขียน​ไว้​ที่​เสา​ประตู​เรือน และ​ที่​ประตู​ของ​ท่าน

3.3.   เปิดบ้านให้เป็นบ้านแห่งความเชื่อ การนมัสการในบ้าน ต้อนรับพี่น้องมานมัสการอธิษฐานที่บ้าน

สรุปและเชิญชวน

ในบั้นปลายชิวิตของโมเสส ก่อนที่ท่านจะจากไป ท่านปารถนาให้ลูกหลาน / คนอิสราเอล รู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง รักพระเจ้าอย่างสุดใจ และสร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อในทุกๆ ที่ที่เขาอยู่

ขอหนุนใจลูกหลานของคุณพ่อหยาง  เชื่อว่าคุณพ่อก็ปารถนาเช่นนี้กับลูกหลานของท่านด้วย

และหนุนใจพี่น้องคริสเตียนด้วย

วันนี้เรารู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้จริงไหรือยัง

วันนี้เรารักพระเจ้าเที่ยงแท้ขนาดไหน

วันนี้เราได้สร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อในบ้านของเราหรือยัง

จงรีบเร่งทำเสียแต่วันนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะจากโลกนี้ไปเมื่อไร ขอพระเจ้าอวยพร

 

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

เหลียวหลังแล้วมองไปข้างหน้า พระธรรม: 1 โครินธ์ 10:1-13

 

โครงร่างคำเทศนา: วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม ค.ศ. 2026


หัวข้อ:             เหลียวหลังแล้วมองไปข้างหน้า

พระธรรม:       1 โครินธ์ 10:1-13

1 ดูก่อน​พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพเจ้า​อยาก​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เข้าใจ​ว่า บรรพ​บุรุษ​ของ​เรา​ทั้งสิ้น​ได้​อยู่​ใต้​เมฆ และ​ได้​ผ่าน​ทะเลไป​ทุก​คน​  2 ได้รับ​บัพติศมา​ใน​เมฆ​และ​ใน​ทะเล​เข้า​สนิท​กับ​โมเสส​ทุก​คน​ 3 และ​ได้​รับประทาน​อาหาร​ทิพย์​ทุก​คน  4 และ​ได้​ดื่ม​น้ำ​ทิพย์​ทุก​คน เพราะ​ว่า​เขา​ได้​ดื่ม​น้ำ​ซึ่ง​ไหล​ออกมา​จาก​พระ​ศิลา​ที่​ติดตาม​เขา​มา ​พระ​ศิลา​นั้น​คือ​พระ​คริสต์​  5 แต่​ถึง​กระนั้น​ก็​ดี​มี​คน​ส่วนมาก​ใน​พวก​นั้น​ที่​พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​พอ​พระ​ทัย เรา​ทราบ​ได้ ​ก็​เพราะ​ว่า​เขา​ล้ม​ตาย​กัน​เกลื่อน​กลาด​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร  

 6 เหตุการณ์​เหล่า​นี้​เป็น​เครื่อง​เตือนใจ​พวก​เรา ไม่ให้​เรา​มี​ใจ​โลภ​ปรารถนา​สิ่ง​ที่​ชั่ว​เหมือน​เขา​เหล่า​นั้น 7 ท่าน​ทั้ง​หลาย​อย่า​นับ​ถือ​รูป​เคารพ​เหมือน​อย่าง​ที่​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​กระทำ ตาม​ที่​มี​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์​ว่า ประชาชน​ก็​นั่ง​ลง​กิน​และ​ดื่ม แล้ว​ก็​ลุก​ขึ้น​เล่น​สนุกสนาน   8 อย่า​ให้​เรา​คบ​หญิง​ชั่ว​เหมือน​อย่าง​ที่​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​กระทำ แล้ว​ก็​ล้ม​ลง​ตาย​ใน​วัน​เดียว​สอง​หมื่น​สาม​พัน​คน  9 อย่า​ให้​เรา​ลอง​ดี​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เหมือน​อย่าง​ที่​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​กระทำ แล้ว​ก็​ต้อง​ตาย​ด้วย​งู​ร้าย 10 อย่า​ให้​เรา​บ่น​เหมือน​อย่าง​ที่​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​บ่น แล้ว​ก็​ต้อง​พินาศ​ด้วย​องค์​เพชฌฆาต 11 เหตุการณ์​เหล่า​นี้​ได้​บังเกิด​แก่​เขา​เพื่อ​เป็น​ตัวอย่าง และ​ได้​บันทึก​ไว้​เพื่อ​เตือนสติ​เรา​ทั้ง​หลาย ซึ่ง​กำลัง​ประสบ​วาระ​สุดท้าย​แห่ง​บรรดา​ยุค​เก่า​  

12 เหตุ​ฉะนั้น​คน​ที่​คิด​ว่า​ตัวเอง​มั่นคง​ดี​แล้ว ​ก็​จง​ระวัง​ให้​ดี กลัว​ว่า​จะ​ล้ม​ลง​ 13 ไม่​มี​การ​ทดลอง​ใดๆ เกิด​ขึ้นกับ​ท่าน นอกเหนือจาก​การ​ทดลอง​ซึ่ง​เคย​เกิด​กับ​มนุษย์​ทั้ง​หลาย ​พระ​เจ้า​ทรง​สัตย์​ธรรม ​พระ​องค์​จะ​ไม่​ทรง​ให้​ท่าน​ต้อง​ถูก​ทดลอง​เกิน​กว่า​ที่​ท่าน​จะ​ทน​ได้ และ​เมื่อ​ท่าน​ถูก​ทดลอง​นั้น ​พระ​องค์​จะ​ทรง​โปรด​ให้​ท่าน​มี​ทาง​ที่​จะ​หลีกเลี่ยง​ได้​ด้วย เพื่อ​ท่าน​จะ​มี​กำลัง​ทน​ได้  

คำนำ

การเหลียวมองอดีตไม่ใช่เพื่อจมปลัก แต่เพื่อสำรวจความผิดพลาดและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในพระคุณของพระเจ้า    อัครทูตเปาโลเขียนถึงคริสตจักรในโครินธ์ โดยยกประวัติศาสตร์ของคนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดารมาเป็นบทเรียน เพื่อเตือนสติคริสเตียนที่คิดว่าตนเอง "มั่นคงแล้ว" ให้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต

1.        เหลียวหลัง

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้คิดทบทวนพระคุณพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา

1.1.     ทบทวนพระพรของพระเจ้า (ข้อ 1-5)

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้คิดทบทวนพระคุณพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา

 

1.1.1.  พระพรที่ได้รับ- คนอิสราเอลได้รับความรอด (ผ่านทะเลแดง), การทรงนำและปกป้อง (เมฆ), และการเลี้ยงดู (มานาและน้ำจากพระศิลา)

1.1.2.  แม้ได้รับพระพรมากมาย แต่พระเจ้าไม่พอพระทัยเขาส่วนมาก และเขาก็ล้มตายในถิ่นทุรกันดาร

1.1.3.  เมื่อเราเหลียวหลัง หันไปมองอดีต คิดทบทวนถึงพระคุณของพระเจ้าที่เข้ามาในชีวิต

·              เรื่องของความรอดที่เราได้รับโดยเชื่อวางใจในการไถ่บาปของพระเยซูคริสต์

·              การทรงนำและการปกป้องของพระเจ้าในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

·              การเลี้ยงดูของพระเจ้า การจัดเตรียมที่เกินความเข้าใจ จากอดีตถึงปัจจุบัน

1.1.4.  การทบทวนพระพรนี้ ช่วยให้เรามั่นใจว่าในวันข้างหน้า หรือปีต่อๆ ไป พระเจ้าจะยังทรงนำเราต่อไป ไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาใดๆ พระเจ้ายังทรงสถิตกับเรา ยังทรงเป็นพระเจ้าของเราตลอดไป ฉะนั้นจงเชื่อวางใจพระเจ้าด้วยสุดใจของเรา

 

1.2.     ทบทวนความสัมพันธ์กับพระเจ้า (ข้อ 6-11)

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้ใช้เวลาคิดทบทวนว่า ในปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าเป็นอย่างไร

1.2.1.  (ข้อ 6): ความปรารถนาที่ผิดจากน้ำพระทัยพระเจ้า ความโลภเป็นเหตุ กดว 11.4

1.2.2.  (ข้อ 7): การให้สิ่งอื่นมาเป็นที่หนึ่งแทนพระเจ้า   พวกเขาสร้างรูปวัวทองคำ และเต้นรำเล่นสนุก ถวายให้รูปวัวนั้น ประกาศว่านี่คือพระเจ้าที่นำเราออกจากอียิปต์  อพย 32.6

1.2.3.  (ข้อ 8): ความไม่บริสุทธิ์ในชีวิตและการผิดประเวณีและละทิ้งพระเจ้า เขาไปเล่นชู้กับหญิงชาวโมอับ และไปกราบไหว้พระของชาวโมอับ กดว 25.1

1.2.4.  (ข้อ 9-10): การขาดความวางใจและการไม่สำนึกในพระคุณ กดว 21.5  พวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้าและต่อว่าโมเสสคนของพระเจ้า

เหตุการณ์ในข้อ 6-11 สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่คนอิสราเอลมีต่อพระเจ้า ซึ่งผลก็คือความสัมพันธ์แย่มาก ไม่ดีเลย การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้ทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า ว่าเป็นอย่างไร เรารักที่จะนมัสการ อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ ร่วมสามัคคีธรรมกับพี่น้องในกลุ่มเซลล์และโบสถ์ อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ผ่านทางกิจกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้า

ดังนั้น ปีนี้ให้เราตั้งเป้าว่าจะทำให้ได้เหมือนเดิม .....  จำทำให้ได้มากกว่าเดิม .....  อาเมน!!!!!

2.         มองไปข้างหน้า (ข้อ 12-13)

หมายความว่า ชีวิตยังต้องก้าวต่อไป  สู้ต่อไป  สิ่งที่เคยเจอในปีที่แล้วก็อาจจะเจออีกในปีนี้ บางคนมองไปข้างหน้า

-            ปัญหายังอยู่เหมือนเดิม 

-            หนี้สินยังอยู่เหมือนเดิม

-            ความทุกข์ยากลำบากยังอยู่เหมือนเดิม

-            หลายสิ่งหลายอย่างนั้นยังเหมือนเดิม

2.1.     ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง   "อย่าประมาท" ใครที่คิดว่าตัวเองมั่นคงแล้ว ให้ระวังจะล้มลง

การมองไปข้างหน้า เพื่อเราจะดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ในข้อ 12  บอกว่า เหตุ​ฉะนั้น​คน​ที่​คิด​ว่า​ตัวเอง​มั่นคง​ดี​แล้ว ​ก็​จง​ระวัง​ให้​ดี กลัว​ว่า​จะ​ล้ม​ลง​

-            ยิ่งได้รับพระพรมากยิ่งต้องระวังให้มาก

-            ยิ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้ามากยิ่งต้องระวังให้มาก

-            เพราะการทดลองก็จะมากตามมาด้วย

-            มารซาตานก็จะจ้องโจมตีด้วย เหมืออย่างโยบถูกซาตานโจมตีและทดลอง

-            เปโตรบอกว่า ซาตานมันอยู่รอบๆเรา เพื่อหาโอกาสโจมตีเรา

-            ดังนั้นจงมองไปข้าหน้าโดยการมองที่พระเยซูคริสต์ และเลียนแบบพระองค์

2.2.     วางใจในพระสัญญาของพระเจ้า

ให้เรามองไปข้างหน้าด้วยความเชื่อวางใจในพระสัญญาของพระเจ้า ไม่ว่าจะพบเจออะไรก็ตาม มองไปที่พระสัญญาของพระองค์   ให้เราอ่าน ข้อที่ 13 ไม่​มี​การ​ทดลอง​ใดๆ เกิด​ขึ้นกับ​ท่าน นอกเหนือจาก​การ​ทดลอง​ซึ่ง

-            ​เคย​เกิด​กับ​มนุษย์​ทั้ง​หลาย ​

-            พระ​เจ้า​ทรง​สัตย์​ธรรม ​พระ​องค์​จะ​ไม่​ทรง​ให้​ท่าน​ต้อง​ถูก​ทดลอง​เกิน​กว่า​ที่​ท่าน​จะ​ทน​ได้

-            และ​เมื่อ​ท่าน​ถูก​ทดลอง​นั้น ​พระ​องค์​จะ​ทรง​โปรด​ให้​ท่าน​มี​ทาง​ที่​จะ​หลีกเลี่ยง​ได้​ด้วย

-            เพื่อ​ท่าน​จะ​มี​กำลัง​ทน​ได้  

พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ: พระองค์จะไม่ปล่อยให้เราถูกทดลองเกินกำลัง   เมื่อมีการทดลอง พระองค์จะทรงให้มี "ทางออก" เสมอ เพื่อให้เรามีความสามารถทนได้

-            ปัญหายังอยู่เหมือนเดิม 

-            หนี้สินยังอยู่เหมือนเดิม

-            ความทุกข์ยากลำบากยังอยู่เหมือนเดิม

-            หลายสิ่งหลายอย่างนั้นยังเหมือนเดิม

จงวางในในพระสัญญาของพระเจ้า  เพราะพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ

3.         บทสรุป

เราเหลียวหลัง เพื่อเรียนรู้ว่าอดีตพระเจ้าทรงนำเราอย่างไรและเราดำเนินในความสัมพันธ์กับพระเจ้าดีขนาดไหน    มองไปข้างหน้า เพื่อเราจะได้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต และเรียนรู้ที่จะไว้วางใจในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า "พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้"