วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เป็นคุณแม่ (พ่อ) ที่น่าสรรเสริญ

โครงร่างคำเทศนาเนื่องในวันแม่
หัวเรื่อง                 เป็นคุณแม่ (พ่อ) ที่น่าสรรเสริญ
คำนำ
เป็นเรื่องยากมากที่จะมีคุณแม่ที่สมบูรณ์แบบ ทุกประการ มนุษย์เราย่อมมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยด้วยกันทั้งสิ้น ในพระคัมภีร์เมื่อกล่าวถึงคุณแม่ ก็เป็นแบบนี้เช่นกัน  วันนี้เราจะมาดูบางแง่มุมของคุณแม่ในพระคัมภีร์ ที่ได้รับการสรรเสริญ โดยเราสามารถนำมาเป็นแบบอย่างได้
1.             แม่ที่ปกป้องลูกด้วยชีวิต     นางโยเคเบด  มารดาของโมเสส  อพย 2:1-10 , ฮบ 11:23
2.             แม่ที่ตั้งใจถวายลูกให้เป็นผู้รับใช้พระเจ้าตลอดชีวิต   
นางฮันนาห์                 มารดาของซามูเอล  1 ซมอ 1:9-11,24-28 
3.             แม่ที่ยอมให้พระเจ้าใช้ตนเองให้เป็นไปตามพระประสงค์     (พิเศษ)
3.1.       นางภรรยาของมาโนอาห์   มารดาของแซมสัน  ผวฉ 13:1-25
3.2.       นางมารีย์  มารดาของพระเยซูคริสต์  ลก 1:26-38
4.             แม่ที่ยืนหยัดในพระเจ้าเพื่อสอนลูกให้เติบโตในทางของพระเจ้า 
4.1.       นางอาบี  มารดาของ กษัตริย์เฮเซคียาห์  2 พศด 29:1-2,2พกษ 18:1-3
4.2.       นางเยดีดาห์  มารดาของกษัตริย์โยสิยาห์  2 พกษ 22:1-3, 2 พศด34:1-2
5.             แม่ที่เป็นแบบอย่างให้ลูกในการถวายทรัพย์   มก 12:41-44    หญิงม่ายที่ถวายเงิน
6.             แม่ที่เป็นแบบอย่างให้ลูกในการนมัสการและอธิษฐาน 
6.1.       นางมารีย์  มารดาของพระเยซู    กิจการ 1:14
6.2.       นางมารีย์  มารดาของมาระโก   กิจการ 12:12
7.             แม่ที่เป็นแบบอย่าง สอน และ สืบทอดความเชื่อที่ถูกต้องให้ลูก    
นางโลอีส มารดาของนางยูนีส มารดาของ ทิโมธี  2 ทธ 1:15
8.             แม่ที่เป็นแบบอย่างแก่ลูกในด้านต่างๆ เช่นครอบครัว ในสังคม  ในคริสตจักร และอื่นๆ
สรุป

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคุณแม่ในพระคัมภีร์  ที่เป็นแบบย่างให้กับลูก   หากเราจะสามารถนำเอามาไว้ในชีวิตของเราทั้งหมด ก็จะทำให้เราเป็นคุณแม่ (พ่อ) ที่สมบูรณ์แบบมากเลยทีเดียว

ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า 2 โครินธ์ 5 . 14-18

ข้อพระธรรม                        2 โครินธ์ 5 . 14-18เรื่อง                                       การดำเนินชีวิตคริสเตียนหัวเรื่อง                                 ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าชักจูงความสนใจสร้างสรรความต้องการประโยคสรุป                         คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้านั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากลักษณะคนแห่งโลกนี้อย่างสิ้นเชิง ลักษณะคนแห่งโลกนี้เหมาะสมกับชีวิตแห่งโลกนี้      ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเหมาะสมกับชีวิตในแผ่นดินของพระเจ้าเท่านั้นคำถาม                                   คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้ามีคุดณลักษณะชีวิตเป็นเช่นไร ?
คำเชื่อม                                 จากพระธรรม 2 โครินธ์ 5.14 – 18    ได้ชี้ให้เราเห็นถึงลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ที่เราจำเป็นต้องรู้ เข้าใจ  และมีคุณลักษณะของคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า   อย่างน้อย 3 ประการดังต่อไปนี้….คำไข                                      “ลักษณะ
โครงเรื่อง1.              ลักษณะที่หนึ่ง เป็นชีวิตที่ตายแล้ว   ( ข้อ 14 )
1.1      ลักษณะของคนตาย1.2      ลักษณะการตายฝ่ายวิญญาณ1.3      บทเรียน2.              ลักษณะที่สอง เป็นชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นใหม่    ( ข้อ 17 )
2.1      โดยการเข้าสนิทในพระคริสต์2.2      โดยต้องการระยะเวลาในการสร้าง2.3      โดยการกระทำของพระเจ้าเพื่อเรา3.              ลักษณะที่สาม เป็นชีวิตที่อยู่เพื่อพระเจ้า  (15)
3.1      ความหมายของการอยู่เพื่อพระเจ้า3.2      จุดประสงค์ของการอยู่เพื่อพระเจ้าสรุป / การประยุกต์ใช้ทักทาย                พี่น้องทั้งหลายเราเป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า  อาเมน  ๆ ๆ ๆ ๆ  ขอพระพรของพระเจ้าทรงโปรดประทานมาเหนือผู้ที่เป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าในค่ำคืนนี้อ่านพระธรรม      2 โครินธ์  5 . 14 – 18
เพราะว่าความรักของพระคริสต์ได้ครอบครองเราอยู่ เพราะเราคิดเห็นอย่างนี้ว่ามีผู้หนึ่งได้ตายเพื่อคนทั้งปวง เหตุฉะนั้นคนทั้งปวงจึงตายแล้ว     และพระองค์ได้ทรงวายพระชนม์เพื่อคนทั้งปวง เพื่อคนเหล่านั้นที่มีชีวิตอยู่จะมิได้อยู่เพื่อประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย      เหตุฉะนั้นตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่พิจารณาผู้ใดตามมาตรฐานของโลก แม้ว่าเมื่อก่อนเราเคยพิจารณาพระคริสต์ตามมาตรฐานของโลกก็จริง แต่เดี๋ยวนี้เราจะไม่พิจารณาพระองค์เช่นนั้นอีก      เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น      ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกันชักจูงความสนใจดอนเฟล็มมิ่งได้อธิบายว่า  “ทั้งพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ต่างก็ให้ความหมายว่า แผ่นดินพระเจ้าคือการปกครองของพระองค์ มิได้หมายถึงเขตดินแดนหรือประชาชนเหมือนที่เราเข้าใจ แต่หมายถึงอำนาจการปกครองของพระเจ้าผู้ที่เป็นผู้ครอบครอง พระเยซูคริสต์สอนว่าผู้ที่แสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าก็แสวงหาพระองค์ เพื่อพระองค์จะทรงปกครองในชีวิตของเขา ผู้ที่รับแผ่นดินของพระเจ้าก็ได้รับการปกครองของพระเจ้าในชีวิตของเขาด้วย ผู้ที่เข้าไปในแผ่นดินของรพะเจ้าก็ได้เข้าไปในชีวิตซึ่งพระเจ้าทรงปกครองเขา มนุษย์เป็นคนบาปอยู่ใต้การปกครองของมารซาตาน  เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงคงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า โดยแสดงอำนาจการปกครองของพระเจ้า ทรงชนะมารซาตาน และทรงปลดปล่อยคนที่อยู่ในอำนาจของมัน ฤทธิ์อำนาจของพระองค์เป็นที่พิสูจน์ว่า แผ่นดินของพระเจ้าได้มาตั้งอยู่ท่ามกลางมนุษย์แล้ว
แผ่นดินของพระเจ้าเป็นการปกครองของพระเจ้าในชีวิตของผู้เชื่อ ดังนั้นคริสเตียนจึงเป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ที่มีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ปกครองอยู่สร้างสรรค์ความต้องการ คริสเตียนหรือคนที่เชื่อพระเยซูคริสต์นั้นย่อมมีชีวิตที่แตกต่างจากคนที่ไม่เป็นคริสเตียน คนที่อยู่ในการปกครองของพระเจ้าย่อมต่างจากคนที่อยู่ในการปกครองของมารซาตาน พระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์ที่กางเขนเพื่อกระทำให้เราทั้งหลายมีคุณลักษณะชีวิตที่เหมาะสมกับแผ่นดินของพระเจ้า ในคืนนี้จึงอยากแบ่งในหัวเรื่อง ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าประโยคสรุปคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้านั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากลักษณะคนแห่งโลกนี้อย่างสิ้นเชิง ลักษณะคนแห่งโลกนี้เหมาะสมกับชีวิตแห่งโลกนี้      ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเหมาะสมกับชีวิตในแผ่นดินของพระเจ้าเท่านั้น
คำถาม 
คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้ามีคุณลักษณะชีวิตเป็นเช่นไร ?
คำเชื่อมจากพระธรรม 2 โครินธ์ 5.14 – 18 ได้ชี้ให้เราเห็นถึงคุณลักษณะชีวิตคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ที่เราจำเป็นต้องรู้ เข้าใจ และมีคุณลักษณะของคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าอย่างน้อย 3 ประการดังต่อไปนี้….
1.              ลักษณะที่หนึ่ง เป็นชีวิตที่ตายแล้ว   ( ข้อ 14 )
พระคัมภีร์สอนว่ามีความตายสองอย่างคือ ความตายฝ่ายร่างกาย และความตายฝ่ายวิญญาณ คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเป็นคนที่ตายแล้วต่อชีวิตเก่าของเขา เพราะว่าความรักของพระคริสต์ได้ครอบครองเราอยู่ เพราะเราคิดเห็นอย่างนี้ว่ามีผู้หนึ่งได้ตายเพื่อคนทั้งปวง เหตุฉะนั้นคนทั้งปวงจึงตายแล้ว คำว่า จึงตายแล้ว   หมายถึง การตายจากชีวิตเก่าเพื่อไปสู่ชีวิตใหม่   ในความหมายของชีวิตฝ่ายวิญญาณ ไม่ได้หมายถึงฝ่ายร่างกาย  เพื่อเข้าใจเรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้นให้เรามาพิจารนา สองคำต่อไปนี้1.1.         ลักษณะของคนตายความตายฝ่ายร่างกายเป็นผลที่เกิดขึ้นจากความ ตายฝ่ายวิญาณ ( ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไป ) เมื่อความตายเกิดขึ้น  ทุอย่างที่เกี่ยวกับกายก็หยุดกิจกรรมทั้งปวง  คนตายไม่เคลื่อนไหว คนตายไม่หายใจ คนตายไม่พูด  คนตายไม่มีความรู้สึก เป็นต้น
ตัวอย่างในงานศพของนักเลงคนหนึ่ง ถูกตำรวจวิสามัญ ในคดีค้ายาเสพติด ชาวบ้านที่มาร่วมในงานศพนั้นต่างก็ตั้งกลุ่มวิพากวิจารณ์  บางคนว่า ตายเสียได้ก็ดี”  บางคนก็กล่าวว่า มันทำให้ลูกหลานของเราต้องติดยาเสพติดจนเสียคนมานักต่อนักแล้วบ้างก็กล่าวเสีย ๆ หาย ๆ คำพูดเหล่านี้ หากเจ้าตัวยังไม่ตายคงต้องเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตแน่  แต่เนื่องจากเจ้าตัวเสียชีวิตแล้วจึงไม่สามารถรับรู้ หรือตอบโต้ได้เลย คงแตกตื่นกันแน่หากคนตายลูกขึ้นมาตอบกลับ

1.2.         ลักษณะของการตายฝ่ายวิญญาณคริสเตียนคือคนที่ตายจากชีวิตเก่าเพื่อเข้าสู่ชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์  คำว่าความตายฝ่ายวิญญาณ หมายถึง การที่มนุษย์ถูกตัดขาดจากการมีความสัมพันธ์ต่อพระเจ้า เพราะการทำบาป ฉะนั้นบาปทำให้มนุษย์ต้องตายฝ่ายวิญญาณหรือถูกแยกออกจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์มนุษย์เป็นคนบาป  เมื่อมนุษย์เลือกที่จะเชื่อฟังซานตานมนุษย์ก็ขาดจากพระเจ้า และตกอยู่ใต้อำนาจของมัน ซาตานคือผู้ครอบครองอาณาจักรแห่งความตาย แต่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนเพื่อช่วยมนุษย์ให้ให้ได้มีชีวิตใหม่อยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า
ดังนั้นความตายฝ่ายวิญญาณจึงเป็นการถูกแยกออกจากพระเจ้า ขาดความสัมพันธ์กับพระองค์ และตกอยู่ในความบาป วิธีเดียวเท่านั้นที่มนุษย์จะมีชีวิตได้อีกคือ ต้องมีผู้หนึ่งที่ตายไถ่บาปของเขา หรือตายแทนเขา และพระเยซูคริสต์พระองค์ทรงกระทำดังนั้น อาจารย์เปาโลจึงประกาศอย่างชัดเจนว่า มีผู้หนึ่งได้ตายเพื่อคนทั้งปวง เหตุฉะนั้นคนทั้งปวงจึงตายแล้ว
1.3.         บทเรียนคริสเตียน หรือคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า  คือคนที่ตายจากชีวิตเก่าแล้ว เป็นคนที่ตายแล้ว เมื่อเราทั้งหลายเป็นคนที่ตายจากชีวิตเก่าแล้ว เหตุไฉนเราจึงดำเนินชีวิตในความบาปอีก  ทำไมเมื่อมีคนมาว่ากล่าวตักเตือนหรือ ชี้ให้เราเห็นความบกพร่องหรือความผิดพลาดของตนเองเราจึงโกรธและโต้ตอบ  คนที่ตายแล้วไม่สามารถตอบโต้คนที่วิพากวิจารณ์ได้ฉันใด คริสเตียนเตียนที่ตายต่อชีวิตเก่าแล้วจะยินดีและพร้อมที่จะปรับปรุงตัวเองฉันนั้นคริสเตียนจะต้องตายจากชีวิตเก่าอย่างแท้จริง คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าจะต้องเป็นคนที่ตายต่อชีวิตเก่า ตายจากความผิดบาปแล้วจงยอมรับการตำหนิติเตือน ตักเตือนว่ากล่าว เพราะเราคือคนแห่งแผ่นดินพระเจ้า และลักษณะคนแห่งแผ่นดินพระเจ้าประการต่อมาคือ2.              ลักษณะที่สอง เป็นชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นใหม่    ( ข้อ 17 )
เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น      ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกันคนแห่งแผ่นดินพระเจ้าไม่เพียงจะต้องตายจากชีวิตเก่าแล้วเท่านั้น แต่ต้องได้รับการสร้างชีวิตใหม่จากผู้ปกครองแผ่นดินของพระเจ้าทันที เพื่อจะเข้าอยู่ในแผ่นดินของพระองค์ ข้าพเจ้าดูภาพยนต์เรื่องชีวิตของพระนางเอสเธอร์ เมื่อพระนางถูกเลือกให้เป็นราชินีของกษัตริย์อาหุสเอรัส แห่งประเทศเปอร์เชีย  ก่อนที่พระนางจะเข้ารับตำแห่ง พวกข้าราชบริภารจะนำตัวพระนางไปอาบน้ำชำระ ตกแต่ด้วยเครื่องแต่งกายใหม่ เหมือนกับทำให้คนธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็นคนพิเศษขึ้นมาทันที เพราะว่าพระนางจะต้องเป็นราชินีของกษัตริย์ ไม่ใช่นางสาวเอสเธอร์อีกต่อไป แต่นี้ไปคือพระชาชินีเอสเธอร์ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์นั้นได้ตายจากชีวิตเก่าแล้วและจะต้องถูกสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า หรือบางคนบอกว่า เราเป็นราชโอรสและราชธิดาของกษัตริย์แห่งสวรรค์  คริสเตียนจะได้รับการสร้างชีวิตใหม่อย่างไร
2.1.         โดยการเข้าสนิทในพระคริสต์เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว”   คำว่า อยู่ในพระคริสต์ มีความสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระคริสต์  “จงเข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน” พระเยซูคริสต์ทรงเรียกร้องให้ผู้ที่เชื่อพระองค์มีชีวิตที่ติดสนิทกับพระองค์เพื่อรับการสรางชีวิตใหม่ เพื่อเป็นคนใหม่ เป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ใช่คนของโลกนี้หรือของมารซาตานอีกต่อไป  เราเป็นคนใหม่ทันทีหรือไม่อย่างไร
2.2.         โดยต้องการระยะเวลาในการสร้างพระคัมภีร์กล่าวว่า สิ่งสารพัดเก่าๆ ก็ล่วงไปนี่แนะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น   การที่จะเข้าใจความหมายของประโยคนี้ได้นั้นเราต้องพิจารนาอยู่สองคำคือ2.2.1. การอัศจรรย์   คำว่าอัศจรรย์ พจนานุกรมได้ให้ความหมายว่า แปลก ประหลาด กล่าวคือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันทีทันใด แปลกประหลาดมาก เมื่อมาเชื่อพระเยซูคริสค์เราเป็นคนใหม่ในพระองค์ และความบาป หรือชีวิตเก่าของเรานั้นได้รับการอภัยหมดแล้ว เป็นความอัศจรรย์ในชีวิตของคนที่เชื่อพระเจ้า ความบาปรับการอภัย เป็นการอัศจรรย์ ชีวิตเก่าได้รับการอภัยเป็นการอัศจรรย์ และอีกคำที่ต้องเข้าใจคือ
2.2.2.  การรักษา  การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในชีวิตของผู้เชื่อนั้นเป็นเหมือนกับการรักษาโรค ที่ต้องการระยะเวลาในการรักษา การสร้างต้องการเวลาด้วยเช่นกัน   อาจารย์เปาโลเรียกร้องให้คริสตจักรกรุงโรมรับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า  เพื่อจะทราบน้ำพระทัยพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม                  ดังนั้นความบาปของเราที่เราเคยทำ ชีวิตเก่า จึงเป็นการอัศจรรย์ แต่การรักษาคือ ขบวนการของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ในองค์พระเยซูคริสต์
                ให้เราบอกกับตัวเองว่า ฉันเปลี่ยนได้ ฉันต้องทำได้  และให้เราบอกกับคนที่อยู่ข้างๆ เราว่า คุณเปลี่ยนได้ คุณก็ทำได้  บัดนี้เรากำลังถูกสร้างใหม่เพื่อเป็นคนใหม่ อาเมน2.3.         โดยการกระทำของพระเจ้าเพื่อเราทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน
การกลับคืนดีกับพระเจ้าเป็นเป้าหมายขอการสร้างชีวิตใหม่ เพื่อเป็นประชากรของพระเจ้าอย่างเต็มรูปแบบ การกลับคืนดีกับพระเจ้าไม่ใช่เป็นเพราะเราทั้งหลายเป็นคนเลือกเอง หรือกระทำเอาเอง แต่ทั้งสิ้นนี้เกิดจากพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้กระทำให้เราทั้งหลายกลับคืนดีกับพระเจ้า เพื่อเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้า   ผู้เขียนพระธรรมสดุดี กล่าวไว้อย่างลึกซึ้งว่า “จงรู้เถิดว่า  พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า  
 คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย   และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์   เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์”
 คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย   และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์   เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์”  คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย   และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์   เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์”  
ฉะนั้นคริสเตียนจะต้องได้รับการสร้างชีวิตใหม่เพื่อมีคุณลักษณะชีวิตที่เหมาะสมกับแผ่นดินของพระเจ้า เพราะเราเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้า และคุณลักษณะชีวิตของคนในแผ่นดินของพระเจ้าประการสุดท้ายคือ
3.              ลักษณะที่สาม เป็นชีวิตที่อยู่เพื่อพระเจ้าและพระองค์ได้ทรงวายพระชนม์เพื่อคนทั้งปวง เพื่อคนเหล่านั้นที่มีชีวิตอยู่จะมิได้อยู่เพื่อประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย”   หน้าที่อันสำคัญของผู้ที่จะเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้าคือ การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า ให้เรามาทำความเข้าใจกับคำว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าว่าหมายความว่าอย่างไร ทำไมเราต้องอยู่เพื่อพระเจ้า3.1.         ความหมายของการอยู่เพื่อพระเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงให้ความหมายของการอยู่เพื่อพระเจ้า โดยการกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่คำอธิบายหรือคำบอกเล่า การกระทำของพระองค์ทำให้เราเห็นและเข้าใจอย่างชัดเจนว่า การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้านั้นคือการยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อรับใช้พระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงวางแบบอย่าง โดยพระองค์ตรัสว่า ด้วยว่าบุตรมนุษย์มิได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติแต่ท่านมาเพื่อปรนนิบัติเขาและประทานชีวิตเป็นค่าไถ่คนเป็นอันมาก” (มาระโก 10.45)
หน้าที่ของการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าจึงเป็นการที่เราจะต้องรับใช้พระเจ้า เพราะนี่เป็นหน้าที่ของประชากรในแผ่นดินของพระเจ้า หน้าที่ของคนไทยคือการรับใช้ชาติบ้านเมืองของไทย เราจะทำทุกอย่างเพื่อรับใช้พระมหากษัตริย์ของประเทศไทยฉันใด คริสเตียน ประชากรของแผ่นดินพระเจ้าจะต้องรับใช้พระเจ้า3.2.         จุดประสงค์ของการอยู่เพื่อพระเจ้าจุดประสงค์ที่สำคัญของการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าคือ การมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น หรือกล่าวได้ว่า การรับใช้พระเจ้าคือการรับใช้คนอื่น หรือ การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าคือการมีชีวิตอยู่เพื่อนอื่น  นี่คือน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับประชากรแห่งแผ่นดินพระเจ้า  เราจะต้องมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพื่อประโยชน์ของกันและกัน       ( เพราะเห็นแก่เข้าทั้งหลาย ) 
ให้เรามาดูว่าพระคัมภีร์กล่าวว่าอย่างไรเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า / เพื่อคนอื่น-                   ยน 11.44  จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือกันและกัน ไม่ใช่ซ้ำเติมผู้ตายนั้นก็ออกมา มีผ้าพันมือและเท้า และที่หน้าก็มีผ้าพันอยู่ด้วย พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า "จงแก้ผ้าที่พันออกเสีย แล้วปล่อยเขาเถิด"-                   มธ 10 . 42 แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยและถ้าผู้ใดจะเอาน้ำเย็นสักถ้วยหนึ่ง ให้คนเล็กน้อยเหล่านี้คนใดคนหนึ่งดื่ม เพราะเป็นศิษย์ของเรา เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนนั้นจะขาดบำเหน็จก็หามิได้"-                   1 ยน 4 . 11-12  เราควรรักกันอย่างที่พระเจ้าทรงรักเราท่านที่รักทั้งหลาย ถ้าพระเจ้าทรงรักเราทั้งหลายเช่นนั้น เราก็ควรจะรักซึ่งกันและกันด้วย     ไม่มีผู้ใดเคยเห็นพระเจ้า ถ้าเราทั้งหลายรักซึ่งกันและกัน พระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในเราทั้งหลาย และความรักของพระองค์ก็สมบูรณ์อยู่ในเรา-                   มธ 28 . 19-20   นำข่าวประเสริฐไปสูผู้ที่ยังไม่เชื่อเหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์      สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค"                ปัจจุบันนี้มีหลายคนกล่าว่า อยากรับใช้พระเจ้าแต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับมนุษย์  อาจทำได้ด้วยการอธิษฐานคนเดียวอยู่ที่บ้านและไม่พบเจอใครทั้งนั้น ทำตัวเป็นเหมือนพวกลัทธิอยู่อาราม หรือเป็นเหมือนพวกฤษี แม่ชีเป็นต้น แต่นั่นไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับคนในแผ่นดินของพระองค์  ฉะนั้นการรับใช้พระเจ้าคือการรับใช้คนอื่น ให้เราตั้งใจรับใช้พระเจ้าด้วยความเต็มใจ อย่ามีชีวิตอยู่เพื่อประโยชน์ของตนเองอีกเท่านั้น แต่จงมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น เพราะนี่คือการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าสรุปและการประยุกต์ใช้คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้านั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากลักษณะคนแห่งโลกนี้อย่างสิ้นเชิง ลักษณะคนแห่งโลกนี้เหมาะสมกับชีวิตแห่งโลกนี้      ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเหมาะสมกับชีวิตในแผ่นดินของพระเจ้าเท่านั้น ซึ่งมีคุณลักษณะชีวิตดังนี้
1.             เป็นชีวิตที่ตายจากบาปแล้ว2.             เป็นชีวิตที่ได้รับการสร้างใหม่3.             เป็นชีวิตที่อยู่เพื่อพระเจ้า (เพื่อคนอื่น)
กษัตริย์องค์หนึ่ง ได้จัดการเลี้ยงเนื่องในพิธีอภิเษกมเหสีให้ราชโอรสของท่าน แล้วใช้ข้าราชการไปตามผู้ที่รับเชิญในการนี้ บอกว่าเราได้จัดการเลี้ยงไว้แล้ว ทั้งวัวและสัตว์ขุนของเราก็ฆ่าไว้เสร็จ สิ่งสารพัดก็เตรียมไว้พร้อม จงมาในการอภิเษกนี้เถิด  แต่เมื่อกษัตริย์องค์นั้นเสด็จทอดพระเนตรแขก ก็เห็นผู้หนึ่งมิได้สวมเสื้อสำหรับงาน   จึงรับสั่งถามว่า "สหายเอ๋ย เหตุไฉนจึงมาที่นี่โดยไม่สวมเสื้อสำหรับงานแต่งงาน" ผู้นั้นก็นิ่งอั้นอยู่พูดไม่ออก   กษัตริย์จึงรับสั่งแก่พวกข้าราชการว่า "จงมัดมือมัดเท้าคนนี้เอาไปทิ้งเสียที่มืดภายนอก อันเป็นที่ที่มีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน"
พี่น้องทั้งหลายท่านเป็นคนที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับแผ่นดินของพระเจ้าหรือยัง ท่านพร้อมหรือไม่ที่เข้าไปยังแผ่นดินของพระเจ้า เพราะในแผ่นดินนี้เตรียมไว้สำหรับคนที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมเท่านั้น  พระเยซูคริสต์ทรงประทานคุณลักษณะนี้ให้แก่เราทั้งหลาย ฉะนั้นให้เราขอบคุณพระเจ้า ไม่ใช่คุณงามความดี ไม่ใช่ความสามารถของเรา และไม่ใช่การกระทำของเราทั้งหลายเอง แต่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเราพี่น้องที่ยังไม่เป็นคริสเตียน ในวันนี้ท่านได้ยินได้ฟังแล้วว่า จะเข้าไปในแผ่นดินของพระเจ้าได้อย่างไร หากท่านเชื่อว่าพระเจ้ามีจริงและท่านกำลังแสวงหาพระองค์ ข้าพเจ้าขอถามท่านว่า มีอะไที่ทำให้ท่านไม่สามารถมอบชีวิตของท่านให้กับพระองค์เพื่อเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเล่า หากท่านปารถนา และท่านเชื่อในพระองค์ จงต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาเป็นพระผู้ช่วยของท่านเดี๋ยวนี้ ….

ในขณะที่ดนตรีบรรเลงนี้ ให้ท่านก้าวออกมาข้างหน้าที่ประชุม ….. ให้ท่านอธิษฐานต้อนรับพระเยซูคริสต์ตามข้าพเจ้า …… (จบด้ายการอธิษฐาน และกล่าวแสดงความยินดี ต้อนรับประชากรใหม่เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า .. คุณคือคนที่มีคุณลักษณะชีวิตแห่งแผ่นดินของพระเจ้าแล้ว)

การนมัสการเป็นความสัมพันธ์ที่หวานซึ้ง ระหว่างเรากับพระเจ้า สดุดี 104:33-34, 36:7-9


หัวเรื่อง                  การนมัสการเป็นความสัมพันธ์ที่หวานซึ้ง ระหว่างเรากับพระเจ้า
พระธรรม              สดุดี 104:33-34, 36:7-9
33ข้ามีชีวิตอยู่ตราบใด  ข้าจะร้องเพลงถวายพระเจ้า    ขณะข้ายังเป็นอยู่  ข้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้า    34ขอการภาวนาของข้าเป็นสิ่งที่พอพระทัย    ข้าเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า  
7ข้าแต่พระเจ้า  ความรักมั่นคงของพระองค์ประเสริฐสักเท่าใด    ลูกหลานของมนุษย์เข้าลี้ภัยอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์    8เขาอิ่มด้วยความอุดมสมบูรณ์   แห่งพระนิเวศของพระองค์    และพระองค์ประทานให้เขาดื่มจาก    แม่น้ำแห่งความสุขเกษมของพระองค์ 

คำนำ                      ดูภาพประกอบเกี่ยวกับการนมัสการ
คำถาม                   ทำไมการนมัสการจึงเป็นความสัมพันธ์ที่หวานซึ้งระหว่างเรากับพระเจ้า ?
1.              เพราะเราได้อยู่ต่อหน้าพระเจ้า สนทนากับพระเจ้า แบบหน้าต่อหน้า (ปฐก 3:8-10, 1 ซมอ 1:10-11)
8เวลาเย็นวันนั้น เขาทั้งสองได้ยินเสียงพระยาห์เวห์พระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน ชายนั้นกับภรรยาของเขาก็ซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้กลางสวน ให้พ้นจากพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้า 9พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเรียกชายนั้นและตรัสถามเขาว่า "เจ้าอยู่ที่ไหน?" 10ชายนั้นทูลว่า "ข้าพระองค์ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในสวนก็กลัว เพราะข้าพระองค์เปลือยกายอยู่ จึงได้ซ่อนตัวเสีย"

2.              เพราะเรามีเสรีภาพที่จะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเปิดเผย ไม่มีอะไรปิดกั้น (1 พศด 15:28-29)
28ดังนี้แหละคนอิสราเอลทั้งปวง ได้นำหีบพันธสัญญาของพระเจ้าขึ้นมาด้วยเสียงโห่ร้อง   เสียงเป่าเขา  เสียงแตร  และฉาบ   และทำเพลงเสียงดังด้วยพิณใหญ่และพิณเขาคู่    29และเมื่อหีบพันธสัญญาของพระเจ้ามาถึงนครดาวิดแล้ว   มีคาลราชธิดาของซาอูลแลดูตามช่องพระแกล   เห็นกษัตริย์ดาวิดทรงเต้นรำและทรงร่าเริงอยู่   พระนางก็มีใจดูหมิ่นพระองค์

3.              เพราะเราได้ชื่นชม สัมผัสถึงความงดงาม พระเกียรติ พระสิริ ของพระเจ้า (สดด 27:4)
4ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า    ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหาเสมอ    คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า    ตลอดวันเวลาชั่วชีวิตของข้าพเจ้า    เพื่อจะดูความงามของพระเจ้า    และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์

4.              เพราะเราได้พักสงบต่อพระพักตร์พระเจ้าทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ  (อพย 20:8-11)
8“จงระลึกถึงวันสะบาโตถือเป็นวันบริสุทธิ์ 9จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน 10แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า   ในวันนั้นอย่ากระทำการงาน ใดๆไม่ว่าเจ้าเอง   หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า   หรือทาสทาสีของเจ้า   หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า   หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า 11เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน   ทะเล   และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น   แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก   เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต   และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์

5.              เพราะเป็นเวลาที่พระเจ้าจะตรัสกับเราถึงน้ำพระทัยของพระองค์  (ปญจ 5:1, โยชูวา 3:9)
1เจ้าจงระวังเท้าของเจ้า  เมื่อเจ้าไปยังพระนิเวศของพระเจ้า   เพราะการเข้าใกล้ชิดเพื่อจะฟังก็ดีกว่าคนเขลาถวาย สักการบูชา   ด้วยว่าเขาไม่รู้ว่าตนกำลังทำชั่ว
และโยชูวากล่าวแก่คนอิสราเอลว่า   “จงมาที่นี่เถิด   และฟังพระดำรัสของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน”
  
6.              เพราะเราได้รับพระคุณความรักของพระเจ้าอย่างเปี่ยมล้น (สดด 36:7-8)
7ข้าแต่พระเจ้า  ความรักมั่นคงของพระองค์ประเสริฐสักเท่าใด    ลูกหลานของมนุษย์เข้าลี้ภัยอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์    8เขาอิ่มด้วยความอุดมสมบูรณ์   แห่งพระนิเวศของพระองค์    และพระองค์ประทานให้เขาดื่มจาก    แม่น้ำแห่งความสุขเกษมของพระองค์ 

7.              เพราะพระเจ้าทรงประสงค์ให้ลูกของพระองค์มีความสัมพันธ์ที่หวานซึ้งกับพระองค์ (ยก 4:8)
8ท่านทั้งหลายจงเข้าใกล้พระเจ้า   และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน   คนบาปทั้งหลายเอ๋ย   จงชำระมือให้สะอาด   และคนสองใจ   จงชำระใจของตนให้บริสุทธิ์

สรุป

พ่อแม่อยากให้ลูกมีความสัมพันธ์ที่หวานซึ้งกับพ่อแม่ทุกวัน ลูกบางคนก็ไม่ค่อยแสดงออก  ผู้ที่รักพระเจ้า จะรักในการนมัสการ จะมีชีวิตแห่งการนมัสการ และจะทำทุกอย่างเพื่อความสัมพันธ์ที่หวานซึ้งกับพระเจ้าพระบิดาของเรา

การนมัสการที่พระเจ้าทรงพอพระทัยและได้รับพร อพยพ 20.22-26


พระธรรม         อพยพ 20.22-26
หัวเรื่อง             การนมัสการที่พระเจ้าทรงพอพระทัยและได้รับพร
คำนำ                พระคัมภีร์ตอนนี้กล่าวถึงสิ่งที่ห้ามทำและสิ่งที่ให้ทำ คือห้ามสร้างรูปเคารพมาบูชาเท่าเทียมกับพระเจ้าและให้สร้างแท่นบูชาถวายแด่พระเจ้า แล้วพระองค์ทรงสัญญาว่าจะเสด็จมาหาและอวยพรเรา วันนี้เราจะมาใคร่ครวญด้วยกันว่า จะนมัสการอย่างไรให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าและได้รับพร
1.              อย่าสร้างรูปเคารพไว้บูชาเท่าเทียมกับพระเจ้า (23)
1.1.       คำว่า “ทำ” หรือ “สร้าง” เป็นคำกริยาหมายถึง การลงทุนลงแรง ตั้งใจไปกระทำขึ้นมา
1.2.       คำว่า “รูปเคารพ” หมายถึงอะไรก็ตามที่ทำขึ้นมาเพื่อกราบไหว้บูชา เท่าเทียมกับพระเจ้า
1.3.       เหตุผลที่ห้าม
§   เพราะพระเจ้าที่เรานมัสการคือพระเจ้า “เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น” คือผู้ทรงดำรงพระชนม์อยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ อพย 3.14
§   พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ ไม่มีรูปร่าง สัณฐานเหมือนสิ่งใดๆ ยน 4.24
ดังนั้น    คริสเตียนต้องไม่ยุ่งเกี่ยว หรือเข้าไปมีส่วนร่วม หรือมีไว้ในการครอบครอง  หรือต้องไม่มีใจให้อีกต่อไป  ลนต 19.4, 26.1    และต้องขจัดรูปเคารพในใจออกไป คือสิ่งใดๆที่เราให้ความสำคัญเท่าพระเจ้าหรือมากกว่าพระเจ้า ต้องเปลี่ยนท่าทีใหม่
2.              ให้สร้างแท่นบูชาสำหรับนมัสการพระเจ้า (24)
2.1.       แท่นบูชาหมายถึงรูปแบบการนมัสการที่พระเจ้าทรงกำหนดให้ทำ ปัจจุบันหมายถึงการนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง (ยน 4.21-24)
2.2.       สร้างแท่นบูชาที่เรียบง่าย (ใช้ดิน หรือหินที่ไม่ตกแต่ง) หมายถึง ใช้ความจริง ความจริงใจ ความถ่อมใจ ความสัตย์ซื่อ และยอมจำนน มานมัสการพระเจ้า  เน้นท่าทีภายในของการนมัสการไม่ใช่รูปแบบภายนอก
ดังนั้น   ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความอลังการเลิศหรูของรูปแบบภายนอก หรือการแสดงออกภายนอก  แต่อยู่ที่ความจริงและจิตใจที่อยู่ภายใน “ต้องสร้างใจแห่งการนมัสการ”
3.              ให้ถวายเครื่องบูชาเพื่อนมัสการพระเจ้า (24)
3.1.       คำว่า “เครื่องบูชา” หมายถึง “ของถวาย” หรือ “ของที่ได้ถวายแด่พระเจ้า”  โกระบาน
3.2.       คำว่า “สันติบูชา” หมายถึง “การขอบพระคุณและร่วมสามัคคีธรรมกับพระเจ้า” เป็นเครื่องบูชาชนิดเดียวที่ผู้ถวายสามารถกินได้ 1 ส่วน ปุโรหิตอีก 1 ส่วน และอีก 1 ส่วนเป็นของพระเจ้า
3.3.       ลักษณะเครื่องบูชาในพันธสัญญาเดิม คือต้องปราศจากตำหนิ
3.4.       เครื่องบูชาของคริสเตียนคือ (1) ถวายตัวเราทั้งหมดเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต บริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า โรม 12.1  (2)  ถวายการนมัสการและการอธิษฐาน ฮบ 13.15, 1 ปต 2.5  (3) การกกระทำการดีและแบ่งปันข้าวของแก่กันและกัน   ฮบ 13.16,  (4) การนำดวงวิญญาณมาถวายแด่พระเจ้า  รม 15.16 “ปุโรหิตฝ่ายข่าวประเสริฐ”
สรุป       

พระเจ้าทรงสัญญาว่า เมื่อประชากรของพระองค์นมัสการอย่างถูกต้อง พระองค์จะเสด็จมาพบและอวยพร