ข้อพระธรรม 2 โครินธ์ 5
. 14-18เรื่อง การดำเนินชีวิตคริสเตียน หัวเรื่อง ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ชักจูงความสนใจสร้างสรรความต้องการประโยคสรุป คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้านั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากลักษณะคนแห่งโลกนี้อย่าง สิ้นเชิง
ลักษณะคนแห่งโลกนี้เหมาะสมกับชีวิตแห่งโลกนี้
ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเหมาะสมกับชีวิตในแผ่นดินของพระเจ้าเท่านั้นคำถาม คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้ามีคุดณลักษณะชีวิตเป็นเช่นไร ?
คำเชื่อม จากพระธรรม
2 โครินธ์ 5.14 – 18 ได้ชี้ให้เราเห็นถึงลักษณะคนแห่งแผ่นดินของ พระเจ้า
ที่เราจำเป็นต้องรู้ เข้าใจ
และมีคุณลักษณะของคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า อย่างน้อย 3 ประการดังต่อไปนี้….คำไข “ลักษณะ”
โครงเรื่อง1.
ลักษณะที่หนึ่ง
เป็นชีวิตที่ตายแล้ว ( ข้อ 14 )
1.1
ลักษณะของคนตาย1.2
ลักษณะการตายฝ่ายวิญญาณ1.3
บทเรียน2.
ลักษณะที่สอง
เป็นชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ( ข้อ 17 )
2.1
โดยการเข้าสนิทในพระคริสต์2.2
โดยต้องการระยะเวลาในการสร้าง2.3
โดยการกระทำของพระเจ้าเพื่อเรา3.
ลักษณะที่สาม
เป็นชีวิตที่อยู่เพื่อพระเจ้า (15)
3.1
ความหมายของการอยู่เพื่อพระเจ้า3.2
จุดประสงค์ของการอยู่เพื่อพระเจ้าสรุป / การประยุกต์ใช้ทักทาย พี่น้องทั้งหลายเราเป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า อาเมน
ๆ ๆ ๆ ๆ
ขอพระพรของพระเจ้าทรงโปรดประทานมาเหนือผู้ที่เป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าในค่ำคืนนี้อ่านพระธรรม 2 โครินธ์ 5 . 14 – 18
“เพราะว่าความรักของพระคริสต์ได้ครอบครองเราอยู่
เพราะเราคิดเห็นอย่างนี้ว่ามีผู้หนึ่งได้ตายเพื่อคนทั้งปวง
เหตุฉะนั้นคนทั้งปวงจึงตายแล้ว
และพระองค์ได้ทรงวายพระชนม์เพื่อคนทั้งปวง เพื่อคนเหล่านั้นที่มีชีวิตอยู่จะมิได้อยู่เพื่อประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไป
แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์
และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย
เหตุฉะนั้นตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่พิจารณาผู้ใดตามมาตรฐานของโลก แม้ว่าเมื่อก่อนเราเคยพิจารณาพระคริสต์ตามมาตรฐานของโลกก็จริง
แต่เดี๋ยวนี้เราจะไม่พิจารณาพระองค์เช่นนั้นอีก เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์
ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป
นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น
ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์
และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน”ชักจูงความสนใจดอนเฟล็มมิ่งได้อธิบายว่า “ทั้งพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ต่างก็ให้ความหมายว่า
แผ่นดินพระเจ้าคือการปกครองของพระองค์
มิได้หมายถึงเขตดินแดนหรือประชาชนเหมือนที่เราเข้าใจ แต่หมายถึงอำนาจการปกครองของพระเจ้าผู้ที่เป็นผู้ครอบครอง
พระเยซูคริสต์สอนว่าผู้ที่แสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าก็แสวงหาพระองค์
เพื่อพระองค์จะทรงปกครองในชีวิตของเขา
ผู้ที่รับแผ่นดินของพระเจ้าก็ได้รับการปกครองของพระเจ้าในชีวิตของเขาด้วย
ผู้ที่เข้าไปในแผ่นดินของรพะเจ้าก็ได้เข้าไปในชีวิตซึ่งพระเจ้าทรงปกครองเขา
มนุษย์เป็นคนบาปอยู่ใต้การปกครองของมารซาตาน
เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงคงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า
โดยแสดงอำนาจการปกครองของพระเจ้า ทรงชนะมารซาตาน และทรงปลดปล่อยคนที่อยู่ในอำนาจของมัน
ฤทธิ์อำนาจของพระองค์เป็นที่พิสูจน์ว่า
แผ่นดินของพระเจ้าได้มาตั้งอยู่ท่ามกลางมนุษย์แล้ว ”
แผ่นดินของพระเจ้าเป็นการปกครองของพระเจ้าในชีวิตของผู้เชื่อ
ดังนั้นคริสเตียนจึงเป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า
ที่มีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ปกครองอยู่สร้างสรรค์ความต้องการ คริสเตียนหรือคนที่เชื่อพระเยซูคริสต์นั้นย่อมมีชีวิตที่แตกต่างจากคนที่ไม่เป็นคริสเตียน
คนที่อยู่ในการปกครองของพระเจ้าย่อมต่างจากคนที่อยู่ในการปกครองของมารซาตาน
พระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์ที่กางเขนเพื่อกระทำให้เราทั้งหลายมีคุณลักษณะชีวิตที่เหมาะสมกับแผ่นดินของพระเจ้า
ในคืนนี้จึงอยากแบ่งในหัวเรื่อง “ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า”ประโยคสรุปคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้านั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากลักษณะคนแห่งโลกนี้อย่างสิ้นเชิง
ลักษณะคนแห่งโลกนี้เหมาะสมกับชีวิตแห่งโลกนี้
ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเหมาะสมกับชีวิตในแผ่นดินของพระเจ้าเท่านั้น
คำถาม
คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้ามีคุณลักษณะชีวิตเป็นเช่นไร
?
คำเชื่อมจากพระธรรม 2 โครินธ์ 5.14 – 18 ได้ชี้ให้เราเห็นถึงคุณลักษณะชีวิตคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า
ที่เราจำเป็นต้องรู้ เข้าใจ และมีคุณลักษณะของคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าอย่างน้อย 3
ประการดังต่อไปนี้….
1.
ลักษณะที่หนึ่ง
เป็นชีวิตที่ตายแล้ว ( ข้อ 14 )
พระคัมภีร์สอนว่ามีความตายสองอย่างคือ
ความตายฝ่ายร่างกาย และความตายฝ่ายวิญญาณ
คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเป็นคนที่ตายแล้วต่อชีวิตเก่าของเขา “เพราะว่าความรักของพระคริสต์ได้ครอบครองเราอยู่
เพราะเราคิดเห็นอย่างนี้ว่ามีผู้หนึ่งได้ตายเพื่อคนทั้งปวง
เหตุฉะนั้นคนทั้งปวงจึงตายแล้ว” คำว่า จึงตายแล้ว หมายถึง
การตายจากชีวิตเก่าเพื่อไปสู่ชีวิตใหม่
ในความหมายของชีวิตฝ่ายวิญญาณ
ไม่ได้หมายถึงฝ่ายร่างกาย
เพื่อเข้าใจเรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้นให้เรามาพิจารนา สองคำต่อไปนี้ 1.1.
ลักษณะของคนตายความตายฝ่ายร่างกายเป็นผลที่เกิดขึ้นจากความ
ตายฝ่ายวิญาณ ( ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไป
) เมื่อความตายเกิดขึ้น
ทุอย่างที่เกี่ยวกับกายก็หยุดกิจกรรมทั้งปวง คนตายไม่เคลื่อนไหว คนตายไม่หายใจ
คนตายไม่พูด คนตายไม่มีความรู้สึก เป็นต้น
ตัวอย่างในงานศพของนักเลงคนหนึ่ง
ถูกตำรวจวิสามัญ ในคดีค้ายาเสพติด
ชาวบ้านที่มาร่วมในงานศพนั้นต่างก็ตั้งกลุ่มวิพากวิจารณ์ บางคนว่า “ตายเสียได้ก็ดี” บางคนก็กล่าวว่า “มันทำให้ลูกหลานของเราต้องติดยาเสพติดจนเสียคนมานักต่อนักแล้ว”
บ้างก็กล่าวเสีย ๆ หาย ๆ คำพูดเหล่านี้ หากเจ้าตัวยังไม่ตายคงต้องเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตแน่
แต่เนื่องจากเจ้าตัวเสียชีวิตแล้วจึงไม่สามารถรับรู้ หรือตอบโต้ได้เลย
คงแตกตื่นกันแน่หากคนตายลูกขึ้นมาตอบกลับ
1.2. ลักษณะของการตายฝ่ายวิญญาณคริสเตียนคือคนที่ตายจากชีวิตเก่าเพื่อเข้าสู่ชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์ คำว่าความตายฝ่ายวิญญาณ หมายถึง “การที่มนุษย์ถูกตัดขาดจากการมีความสัมพันธ์ต่อพระเจ้า เพราะการทำบาป” ฉะนั้นบาปทำให้มนุษย์ต้องตายฝ่ายวิญญาณหรือถูกแยกออกจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์มนุษย์เป็นคนบาป เมื่อมนุษย์เลือกที่จะเชื่อฟังซานตานมนุษย์ก็ขาดจากพระเจ้า และตกอยู่ใต้อำนาจของมัน ซาตานคือผู้ครอบครองอาณาจักรแห่งความตาย แต่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนเพื่อช่วยมนุษย์ให้ให้ได้มีชีวิตใหม่อยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า
ดังนั้นความตายฝ่ายวิญญาณจึงเป็นการถูกแยกออกจากพระเจ้า
ขาดความสัมพันธ์กับพระองค์ และตกอยู่ในความบาป วิธีเดียวเท่านั้นที่มนุษย์จะมีชีวิตได้อีกคือ
ต้องมีผู้หนึ่งที่ตายไถ่บาปของเขา หรือตายแทนเขา
และพระเยซูคริสต์พระองค์ทรงกระทำดังนั้น อาจารย์เปาโลจึงประกาศอย่างชัดเจนว่า “มีผู้หนึ่งได้ตายเพื่อคนทั้งปวง
เหตุฉะนั้นคนทั้งปวงจึงตายแล้ว”
1.3.
บทเรียนคริสเตียน
หรือคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า
คือคนที่ตายจากชีวิตเก่าแล้ว เป็นคนที่ตายแล้ว
เมื่อเราทั้งหลายเป็นคนที่ตายจากชีวิตเก่าแล้ว
เหตุไฉนเราจึงดำเนินชีวิตในความบาปอีก
ทำไมเมื่อมีคนมาว่ากล่าวตักเตือนหรือ ชี้ให้เราเห็นความบกพร่องหรือความผิดพลาดของตนเองเราจึงโกรธและโต้ตอบ คนที่ตายแล้วไม่สามารถตอบโต้คนที่วิพากวิจารณ์ได้ฉันใด
คริสเตียนเตียนที่ตายต่อชีวิตเก่าแล้วจะยินดีและพร้อมที่จะปรับปรุงตัวเองฉันนั้นคริสเตียนจะต้องตายจากชีวิตเก่าอย่างแท้จริง
คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าจะต้องเป็นคนที่ตายต่อชีวิตเก่า
ตายจากความผิดบาปแล้วจงยอมรับการตำหนิติเตือน ตักเตือนว่ากล่าว
เพราะเราคือคนแห่งแผ่นดินพระเจ้า และลักษณะคนแห่งแผ่นดินพระเจ้าประการต่อมาคือ2.
ลักษณะที่สอง
เป็นชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ( ข้อ 17 )
“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์
ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า
ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์
และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน”คนแห่งแผ่นดินพระเจ้าไม่เพียงจะต้องตายจากชีวิตเก่าแล้วเท่านั้น
แต่ต้องได้รับการสร้างชีวิตใหม่จากผู้ปกครองแผ่นดินของพระเจ้าทันที
เพื่อจะเข้าอยู่ในแผ่นดินของพระองค์
ข้าพเจ้าดูภาพยนต์เรื่องชีวิตของพระนางเอสเธอร์
เมื่อพระนางถูกเลือกให้เป็นราชินีของกษัตริย์อาหุสเอรัส แห่งประเทศเปอร์เชีย ก่อนที่พระนางจะเข้ารับตำแห่ง พวกข้าราชบริภารจะนำตัวพระนางไปอาบน้ำชำระ
ตกแต่ด้วยเครื่องแต่งกายใหม่
เหมือนกับทำให้คนธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็นคนพิเศษขึ้นมาทันที
เพราะว่าพระนางจะต้องเป็นราชินีของกษัตริย์ ไม่ใช่นางสาวเอสเธอร์อีกต่อไป
แต่นี้ไปคือพระชาชินีเอสเธอร์ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์นั้นได้ตายจากชีวิตเก่าแล้วและจะต้องถูกสร้างขึ้นใหม่
เพื่อให้เป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า หรือบางคนบอกว่า
เราเป็นราชโอรสและราชธิดาของกษัตริย์แห่งสวรรค์
คริสเตียนจะได้รับการสร้างชีวิตใหม่อย่างไร
2.1. โดยการเข้าสนิทในพระคริสต์“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว” คำว่า อยู่ในพระคริสต์ มีความสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระคริสต์ “จงเข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน” พระเยซูคริสต์ทรงเรียกร้องให้ผู้ที่เชื่อพระองค์มีชีวิตที่ติดสนิทกับพระองค์เพื่อรับการสรางชีวิตใหม่ เพื่อเป็นคนใหม่ เป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ใช่คนของโลกนี้หรือของมารซาตานอีกต่อไป เราเป็นคนใหม่ทันทีหรือไม่อย่างไร
2.2.
โดยต้องการระยะเวลาในการสร้างพระคัมภีร์กล่าวว่า สิ่งสารพัดเก่าๆ
ก็ล่วงไปนี่แนะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น การที่จะเข้าใจความหมายของประโยคนี้ได้นั้นเราต้องพิจารนาอยู่สองคำคือ2.2.1. การอัศจรรย์ คำว่าอัศจรรย์
พจนานุกรมได้ให้ความหมายว่า “แปลก ประหลาด” กล่าวคือ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันทีทันใด
แปลกประหลาดมาก เมื่อมาเชื่อพระเยซูคริสค์เราเป็นคนใหม่ในพระองค์ และความบาป
หรือชีวิตเก่าของเรานั้นได้รับการอภัยหมดแล้ว เป็นความอัศจรรย์ในชีวิตของคนที่เชื่อพระเจ้า
ความบาปรับการอภัย เป็นการอัศจรรย์ ชีวิตเก่าได้รับการอภัยเป็นการอัศจรรย์
และอีกคำที่ต้องเข้าใจคือ…
2.2.2. การรักษา การเปลี่ยนแปลงต่างๆ
ในชีวิตของผู้เชื่อนั้นเป็นเหมือนกับการรักษาโรค ที่ต้องการ ระยะเวลาในการรักษา
การสร้างต้องการเวลาด้วยเช่นกัน อาจารย์เปาโลเรียกร้องให้คริสตจักรกรุงโรมรับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า เพื่อจะทราบน้ำพระทัยพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี
อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม ดังนั้นความบาปของเราที่เราเคยทำ ชีวิตเก่า จึงเป็นการอัศจรรย์
แต่การรักษาคือ
ขบวนการของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ในองค์พระเยซูคริสต์
ให้เราบอกกับตัวเองว่า ฉันเปลี่ยนได้ ฉันต้องทำได้ และให้เราบอกกับคนที่อยู่ข้างๆ เราว่า คุณเปลี่ยนได้ คุณก็ทำได้ บัดนี้เรากำลังถูกสร้างใหม่เพื่อเป็นคนใหม่ อาเมน2.3. โดยการกระทำของพระเจ้าเพื่อเรา“ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน”
การกลับคืนดีกับพระเจ้าเป็นเป้าหมายขอการสร้างชีวิตใหม่
เพื่อเป็นประชากรของพระเจ้าอย่างเต็มรูปแบบ
การกลับคืนดีกับพระเจ้าไม่ใช่เป็นเพราะเราทั้งหลายเป็นคนเลือกเอง หรือกระทำเอาเอง
แต่ทั้งสิ้นนี้เกิดจากพระเจ้า
พระองค์ทรงเป็นผู้กระทำให้เราทั้งหลายกลับคืนดีกับพระเจ้า
เพื่อเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้า
ผู้เขียนพระธรรมสดุดี กล่าวไว้อย่างลึกซึ้งว่า “จงรู้เถิดว่า พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า
คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์”
คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์” คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์”
ฉะนั้นคริสเตียนจะต้องได้รับการสร้างชีวิตใหม่เพื่อมีคุณลักษณะชีวิตที่เหมาะสมกับแผ่นดินของพระเจ้า
เพราะเราเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้า
และคุณลักษณะชีวิตของคนในแผ่นดินของพระเจ้าประการสุดท้ายคือ …
3.
ลักษณะที่สาม
เป็นชีวิตที่อยู่เพื่อพระเจ้า“และพระองค์ได้ทรงวายพระชนม์เพื่อคนทั้งปวง
เพื่อคนเหล่านั้นที่มีชีวิตอยู่จะมิได้อยู่เพื่อประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไป
แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย” หน้าที่อันสำคัญของผู้ที่จะเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้าคือ
การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า ให้เรามาทำความเข้าใจกับคำว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าว่าหมายความว่าอย่างไร
ทำไมเราต้องอยู่เพื่อพระเจ้า 3.1.
ความหมายของการอยู่เพื่อพระเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงให้ความหมายของการอยู่เพื่อพระเจ้า
โดยการกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่คำอธิบายหรือคำบอกเล่า
การกระทำของพระองค์ทำให้เราเห็นและเข้าใจอย่างชัดเจนว่า
การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้านั้นคือการยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อรับใช้พระเจ้า
พระเยซูคริสต์ทรงวางแบบอย่าง โดยพระองค์ตรัสว่า “ด้วยว่าบุตรมนุษย์มิได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติแต่ท่านมาเพื่อปรนนิบัติเขาและประทานชีวิตเป็นค่าไถ่คนเป็นอันมาก”
(มาระโก 10.45)
หน้าที่ของการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าจึงเป็นการที่เราจะต้องรับใช้พระเจ้า
เพราะนี่เป็นหน้าที่ของประชากรในแผ่นดินของพระเจ้า
หน้าที่ของคนไทยคือการรับใช้ชาติบ้านเมืองของไทย
เราจะทำทุกอย่างเพื่อรับใช้พระมหากษัตริย์ของประเทศไทยฉันใด คริสเตียน
ประชากรของแผ่นดินพระเจ้าจะต้องรับใช้พระเจ้า3.2.
จุดประสงค์ของการอยู่เพื่อพระเจ้าจุดประสงค์ที่สำคัญของการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าคือ
การมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น หรือกล่าวได้ว่า การรับใช้พระเจ้าคือการรับใช้คนอื่น
หรือ การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าคือการมีชีวิตอยู่เพื่อนอื่น นี่คือน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับประชากรแห่งแผ่นดินพระเจ้า
เราจะต้องมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพื่อประโยชน์ของกันและกัน (
เพราะเห็นแก่เข้าทั้งหลาย )
ให้เรามาดูว่าพระคัมภีร์กล่าวว่าอย่างไรเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า
/ เพื่อคนอื่น-
ยน 11.44 จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือกันและกัน ไม่ใช่ซ้ำเติม “ผู้ตายนั้นก็ออกมา
มีผ้าพันมือและเท้า และที่หน้าก็มีผ้าพันอยู่ด้วย พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า "จงแก้ผ้าที่พันออกเสีย แล้วปล่อยเขาเถิด"-
มธ 10 . 42 แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย “และถ้าผู้ใดจะเอาน้ำเย็นสักถ้วยหนึ่ง
ให้คนเล็กน้อยเหล่านี้คนใดคนหนึ่งดื่ม เพราะเป็นศิษย์ของเรา
เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนนั้นจะขาดบำเหน็จก็หามิได้"-
1 ยน
4 . 11-12 เราควรรักกันอย่างที่พระเจ้าทรงรักเรา “ท่านที่รักทั้งหลาย
ถ้าพระเจ้าทรงรักเราทั้งหลายเช่นนั้น เราก็ควรจะรักซึ่งกันและกันด้วย ไม่มีผู้ใดเคยเห็นพระเจ้า
ถ้าเราทั้งหลายรักซึ่งกันและกัน พระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในเราทั้งหลาย
และความรักของพระองค์ก็สมบูรณ์อยู่ในเรา”-
มธ 28 . 19-20 นำข่าวประเสริฐไปสูผู้ที่ยังไม่เชื่อ “เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ
ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา
พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์
สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้
นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" ปัจจุบันนี้มีหลายคนกล่าว่า
อยากรับใช้พระเจ้าแต่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับมนุษย์
อาจทำได้ด้วยการอธิษฐานคนเดียวอยู่ที่บ้านและไม่พบเจอใครทั้งนั้น
ทำตัวเป็นเหมือนพวกลัทธิอยู่อาราม หรือเป็นเหมือนพวกฤษี แม่ชีเป็นต้น
แต่นั่นไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับคนในแผ่นดินของพระองค์ ฉะนั้นการรับใช้พระเจ้าคือการรับใช้คนอื่น
ให้เราตั้งใจรับใช้พระเจ้าด้วยความเต็มใจ
อย่ามีชีวิตอยู่เพื่อประโยชน์ของตนเองอีกเท่านั้น แต่จงมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น
เพราะนี่คือการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าสรุปและการประยุกต์ใช้คนแห่งแผ่นดินของพระเจ้านั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากลักษณะคนแห่งโลกนี้อย่างสิ้นเชิง
ลักษณะคนแห่งโลกนี้เหมาะสมกับชีวิตแห่งโลกนี้
ลักษณะคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเหมาะสมกับชีวิตในแผ่นดินของพระเจ้าเท่านั้น
ซึ่งมีคุณลักษณะชีวิตดังนี้ …
1.
เป็นชีวิตที่ตายจากบาปแล้ว2.
เป็นชีวิตที่ได้รับการสร้างใหม่3.
เป็นชีวิตที่อยู่เพื่อพระเจ้า
(เพื่อคนอื่น)
กษัตริย์องค์หนึ่ง
ได้จัดการเลี้ยงเนื่องในพิธีอภิเษกมเหสีให้ราชโอรสของท่าน
แล้วใช้ข้าราชการไปตามผู้ที่รับเชิญในการนี้ บอกว่าเราได้จัดการเลี้ยงไว้แล้ว
ทั้งวัวและสัตว์ขุนของเราก็ฆ่าไว้เสร็จ สิ่งสารพัดก็เตรียมไว้พร้อม
จงมาในการอภิเษกนี้เถิด
แต่เมื่อกษัตริย์องค์นั้นเสด็จทอดพระเนตรแขก ก็เห็นผู้หนึ่งมิได้สวมเสื้อสำหรับงาน จึงรับสั่งถามว่า "สหายเอ๋ย
เหตุไฉนจึงมาที่นี่โดยไม่สวมเสื้อสำหรับงานแต่งงาน" ผู้นั้นก็นิ่งอั้นอยู่พูดไม่ออก กษัตริย์จึงรับสั่งแก่พวกข้าราชการว่า "จงมัดมือมัดเท้าคนนี้เอาไปทิ้งเสียที่มืดภายนอก อันเป็นที่ที่มีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน"
พี่น้องทั้งหลายท่านเป็นคนที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับแผ่นดินของพระเจ้าหรือยัง
ท่านพร้อมหรือไม่ที่เข้าไปยังแผ่นดินของพระเจ้า
เพราะในแผ่นดินนี้เตรียมไว้สำหรับคนที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมเท่านั้น พระเยซูคริสต์ทรงประทานคุณลักษณะนี้ให้แก่เราทั้งหลาย
ฉะนั้นให้เราขอบคุณพระเจ้า ไม่ใช่คุณงามความดี ไม่ใช่ความสามารถของเรา
และไม่ใช่การกระทำของเราทั้งหลายเอง แต่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเราพี่น้องที่ยังไม่เป็นคริสเตียน
ในวันนี้ท่านได้ยินได้ฟังแล้วว่า จะเข้าไปในแผ่นดินของพระเจ้าได้อย่างไร
หากท่านเชื่อว่าพระเจ้ามีจริงและท่านกำลังแสวงหาพระองค์ ข้าพเจ้าขอถามท่านว่า
มีอะไที่ทำให้ท่านไม่สามารถมอบชีวิตของท่านให้กับพระองค์เพื่อเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้าเล่า
หากท่านปารถนา และท่านเชื่อในพระองค์ จงต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาเป็นพระผู้ช่วยของท่านเดี๋ยวนี้
….
ในขณะที่ดนตรีบรรเลงนี้ ให้ท่านก้าวออกมาข้างหน้าที่ประชุม ….. ให้ท่านอธิษฐานต้อนรับพระเยซูคริสต์ตามข้าพเจ้า …… (จบด้ายการอธิษฐาน และกล่าวแสดงความยินดี ต้อนรับประชากรใหม่เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า .. คุณคือคนที่มีคุณลักษณะชีวิตแห่งแผ่นดินของพระเจ้าแล้ว)
คำถาม
1.2. ลักษณะของการตายฝ่ายวิญญาณคริสเตียนคือคนที่ตายจากชีวิตเก่าเพื่อเข้าสู่ชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์ คำว่าความตายฝ่ายวิญญาณ หมายถึง “การที่มนุษย์ถูกตัดขาดจากการมีความสัมพันธ์ต่อพระเจ้า เพราะการทำบาป” ฉะนั้นบาปทำให้มนุษย์ต้องตายฝ่ายวิญญาณหรือถูกแยกออกจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์มนุษย์เป็นคนบาป เมื่อมนุษย์เลือกที่จะเชื่อฟังซานตานมนุษย์ก็ขาดจากพระเจ้า และตกอยู่ใต้อำนาจของมัน ซาตานคือผู้ครอบครองอาณาจักรแห่งความตาย แต่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนเพื่อช่วยมนุษย์ให้ให้ได้มีชีวิตใหม่อยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า
2.1. โดยการเข้าสนิทในพระคริสต์“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว” คำว่า อยู่ในพระคริสต์ มีความสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระคริสต์ “จงเข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน” พระเยซูคริสต์ทรงเรียกร้องให้ผู้ที่เชื่อพระองค์มีชีวิตที่ติดสนิทกับพระองค์เพื่อรับการสรางชีวิตใหม่ เพื่อเป็นคนใหม่ เป็นคนแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ใช่คนของโลกนี้หรือของมารซาตานอีกต่อไป เราเป็นคนใหม่ทันทีหรือไม่อย่างไร
ให้เราบอกกับตัวเองว่า ฉันเปลี่ยนได้ ฉันต้องทำได้ และให้เราบอกกับคนที่อยู่ข้างๆ เราว่า คุณเปลี่ยนได้ คุณก็ทำได้ บัดนี้เรากำลังถูกสร้างใหม่เพื่อเป็นคนใหม่ อาเมน2.3. โดยการกระทำของพระเจ้าเพื่อเรา“ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน”
คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์”
คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์” คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์”
ในขณะที่ดนตรีบรรเลงนี้ ให้ท่านก้าวออกมาข้างหน้าที่ประชุม ….. ให้ท่านอธิษฐานต้อนรับพระเยซูคริสต์ตามข้าพเจ้า …… (จบด้ายการอธิษฐาน และกล่าวแสดงความยินดี ต้อนรับประชากรใหม่เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า .. คุณคือคนที่มีคุณลักษณะชีวิตแห่งแผ่นดินของพระเจ้าแล้ว)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น