วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567

หัวข้อ อิมมานูเอล พระเจ้าทรงสถิตกับเรา พระธรรม อสย 7.14, มธ 1.22-23

 

โครงเทศนาวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2023



หัวข้อ        อิมมานูเอล พระเจ้าทรงสถิตกับเรา

พระธรรม  อสย 7.14, มธ 1.22-23

7:14 เพราะฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง ดูเถิด หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล

22 ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งตรัสไว้โดยศาสดาพยากรณ์ว่า 23 `ดูเถิด หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และจะคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล ซึ่งแปลว่า พระเจ้าทรงอยู่กับเรา'

คำนำ         

ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ ได้กล่าวเป็นคำพยากรณ์ไว้ราว 7 ร้อยปีก่อนคริสตศักราช ถึงการบังเกิดของ อิมมานูเอล เพื่อเป็นหมายสำคัญของการช่วยให้รอด คำพยากรณ์นี้มีความหมายสองระยะ คือระยะสั้นคงหมายถึงลูกของอิสยาห์เอง เป็นหมายสำคัญว่าพระเจ้าทรงอยู่กับอิสราเอลและจะช่วยให้รอดพ้นจากศัตรู (อัสซีเรีย) ความหมายระยะยาวคือ การมาบังเกิดขององค์พระเยซูคริสต์ มธ 1.22-23 จะเป็นหมายสำคัญการช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากบาป

1.        ความหมาย อิมมานูเอล

1.1.     ในพระคัมภีร์ คำนี้มีความหมายว่า “พระเจ้าทรงอยู่กับเรา”

1.2.     ความหมายที่เป็นรูปธรรม หมายถึง ......

·          “พระวาทะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ โดยเกิดจากหญิงพรมจารีคนหนึ่ง ยน 1.14 (นางมารีย์)

พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์ คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา

·          เกิดจากการปฎิสนธิโดยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์  มธ 1.20

 แต่เมื่อโยเซฟยังคิดในเรื่องนี้อยู่ก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้า มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่าโยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์

·          ชื่อที่ใช้เรียกในโลกนี้คือ “เยซู”  มธ 1.21

เธอจะประสูติบุตรชาย แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา

·          และพระบุตรของพระเจ้า ยน 1.18/ลูกา 1.35

ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า “​พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้นบุตรที่จะเกิดมานั้นจะได้เรียกว่าวิสุทธิ์ และเรียกว่าพระบุตรของพระเจ้า

1.3.     ดังนั้น อิมมานูเอล จึงหมายถึง พระบุตรของพระเจ้าได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ (เยซู) เพื่อที่จะอยู่กับมนุษย์

2.        ความสำคัญของอิมมานูเอล

2.1.     เพื่อจะทรงสำแดงพระเจ้าให้มนุษย์ได้เห็น  ยน 1.18, ยน 14.7

1:18 ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าในเวลาใดเลย พระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมา ผู้ทรงสถิตในพระทรวงของพระบิดา พระองค์ได้ทรงสำแดงพระเจ้าแล้ว

14:7 ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเราแล้ว ท่านก็จะรู้จักพระบิดาของเราด้วย และตั้งแต่นี้ไปท่านก็รู้จักพระองค์และได้เห็นพระองค์"   พระเยซูบอกว่าผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข ยน 20.29

2.2.     เพื่อเป็นหมายสำคัญว่าพระเจ้าทรงสถิตกับเราและจะช่วยเราให้รอดพ้นจากบาป อสย 7.14, มธ 1.20-21

อิสยาห์บอกว่า “พระเจ้าจะประทานหมายสำคัญ”   มัทธิวบอกว่า “ท่านจะช่วยชนชาติของท่านให้รอดพ้นจากความผิดบาป”

2.3.     เพื่อประทานสิทธิ์ให้เราได้เป็นบุตรของพระเจ้า ยน 1.12

แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า

3.        เราจะรู้และมั่นใจได้อย่างไรว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา

3.1.     โดยที่เรารักและเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์  ยน 14.23

พระองค์ตรัสตอบเขาว่าถ้าผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะประพฤติตามคำของเรา และพระบิดาจะทรงรักเขา แล้วพระบิดากับเราจะมาหาเขา และจะอยู่กับเขา

3.2.     โดยที่เรารักซึ่งกันและกัน 1 ยน 4.11-12

11 ท่านที่รักทั้งหลาย ถ้าพระเจ้าทรงรักเราทั้งหลายเช่นนั้น เราก็ควรจะรักซึ่งกันและกันด้วย 12 ไม่มีผู้ใดเคยเห็นพระเจ้า ถ้าเราทั้งหลายรักซึ่งกันและกันพระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในเราทั้งหลาย และความรักของพระองค์ก็สมบูรณ์อยู่ในเรา

3.3.     โดยที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตและเป็นหลักประกันความรอด อฟ 1.13-1, ยน 14.17

การทรงสถิตของพระเจ้า 2 แบบ หนึ่งเป็นการทรงสถิตภายในตัวผู้เชื่อ และสองเป็นการทรงสถิตท่ามกลางผู้เชื่อ  ขอพระเจ้าทรงสถิตและอำนวยพระพรแก่ท่านให้เทศกาลคริสต์มาสนี้

ผู้วินิจฉัย บทที่ 2.11-22 หัวข้อ บททดสอบการเป็นประชากรของพระเจ้า

 

โครงร่างคำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2023

 

พระธรรม   ผู้วินิจฉัย บทที่ 2.11-22

หัวข้อ         บททดสอบการเป็นประชากรของพระเจ้า

คำนำ  

ชนชาติอิสราเอลได้รับการทรงเรียก เพื่อเป็นประชากรของพระเจ้า พระเจ้าทรงมีบททดสอบ ต่างๆ เช่นเดียวกันกับคริสเตียน เราทั้งหลายได้รับการไถ่ โดยพระเยซูคริสต์ เพื่อเป็นประชากรของพระเจ้า จำเป็นจะต้องมีบททดสอบ ด้วยเหมือนกัน

1.   อะไรคือบททดสอบการเป็นประชากรของพระเจ้า

1.1. คำว่าทดสอบ เป็นคำกริยา  หมายถึง  ตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง  แน่นอน

1.2. พระเจ้าใช้ชาวแผ่นดินคานาอันที่หลงเหลืออยู่ เพื่อทดสอบ คนอิสราเอลในการเป็นประชากรของพระเจ้า

1.3. ในพระคัมภีร์ กล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น เพื่อทดสอบ ประชากรของพระเจ้า โรม 8.35-39

35 แล้วใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการเคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ   37 แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย 38 เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย 39 หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้

 

2.   ความจำเป็นของการทดสอบการเป็นประชากรของพระเจ้า ผู้วินิจฉัย2.21-22

21 ดังนั้นตั้งแต่นี้ต่อไปเราจะไม่ขับไล่ประชาชาติใด ในบรรดาประชาชาติซึ่งโยชูวาทิ้งไว้เมื่อเขาสิ้นชีวิตนั้นให้พ้นหน้า 22 เพื่อเราจะใช้ประชาชาติเหล่านั้นทั้งสิ้นทดสอบอิสราเอลว่า เขาจะรักษาพระมรรคาของพระเจ้าและดำเนินตามอย่างบรรพบุรุษของเขาหรือไม่

2.1. เพื่อทดลองความเชื่อของเรา  ยากอบ 1.2-3, 1 เปโตร 4.12-13 (หรือกระบวนการขัดเกลาความเชื่อ) เหมือนกับการถลุงแร่

2 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี​ 3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง

12 ดูก่อนท่านที่รัก อย่าประหลาดใจ ที่ท่านต้องได้รับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสเป็นการลองใจ เหมือนหนึ่งว่าเหตุการณ์อันประหลาดได้เกิดขึ้นกับท่าน  

2.2. เพื่อเป็นการตีสอนให้หันกลับมาหาพระเจ้าหรือกลับใจใหม่  ฮีบรู 12.3-11

 7 ท่านทั้งหลายจงรับและทนเอาเถอะเพราะเป็นการตีสอนพระเจ้าทรงปฏิบัติต่อท่านในฐานะที่ท่านเป็นบุตรของพระองค์ ด้วยว่ามีบุตรคนใดเล่าที่บิดาไม่ได้ตีสอนเขาบ้าง

2.3. เพื่อพิสูจน์ว่าเราสมควรกับพระพรของพระเจ้าเพียงใด  ยากอบ 1.12

12 คนที่อดทนต่อการทดลองใจก็เป็นสุข เพราะเมื่อปรากฏว่าผู้นั้นทนได้แล้ว เขาจะได้รับมงกุฎแห่งชีวิต ซึ่งพระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้แก่คนทั้งหลายที่รักพระองค์

3.   เราควรมีท่าทีต่อการทดสอบของพระเจ้าอย่างไร

3.1. เราต้องรู้และเข้าใจก่อนว่า ทุกเหตุการณ์ ทุกเรื่องราว เป็นการทดสอบคนของพระเจ้า

12 ดูก่อนท่านที่รัก อย่าประหลาดใจ ที่ท่านต้องได้รับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสเป็นการลองใจ เหมือนหนึ่งว่าเหตุการณ์อันประหลาดได้เกิดขึ้นกับท่าน  

3.2. เรียนรู้และหันกลับมาสู่พันธสัญญาของพระเจ้า  อิสยาห์ 1.16-20

16 จงชำระตัว จงทำตัวให้สะอาดจงเอากรรมชั่วของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของเรา จงเลิกกระทำชั่ว  17        จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย  18 พระเจ้าตรัสว่า มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดง ก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ  19 ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน  20 แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ  เจ้าจะเป็นเหยื่อของคมดาบ  เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสแล้ว

 

3.3. ถ่อมใจและรับการเสริมสร้าง เพื่อเติบโตมากขึ้น 1 เปโตร 2.2-5

เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณอันบริสุทธิ์ เพื่อโดยน้ำนมนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเจริญขึ้นสู่ความรอด 3 เพราะท่านได้ลิ้มรสพระกรุณาคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้า  4 จงมาหาพระองค์ คือพระศิลาที่ทรงชีวิต ซึ่งมนุษย์ได้ปฏิเสธไม่ยอมรับแล้ว แต่ว่าตามพระดำริของพระเจ้านั้นเป็นศิลาที่ทรงเลือกไว้ และทรงค่าอันประเสริฐ 5 และท่านทั้งหลายก็เสมือนศิลาที่มีชีวิต ที่กำลังก่อขึ้นเป็นพระนิเวศฝ่ายพระวิญญาณ เป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ เพื่อถวายสักการบูชาฝ่ายวิญญาณ ที่ชอบพระทัยของพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์

 

สรุป

พระเจ้าทรงใช้เหตุการณ์ ต่างๆ และเรื่องราวต่างๆ บุคคลมากมาย เพื่อทดสอบ การเป็นประชากรของพระเจ้าของเรา เพราะพระเจ้า เป็นพระเจ้าที่สัตย์ซื่อและรักษาพันธะสัญญาของพระองค์ แม้มนุษย์จะไม่สัตย์ซื่อและจะไม่รักษาพันธสัญญาของพระองค์ก็ตาม การทดสอบ จึงมีความจำเป็น เพื่อนำประชากร ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร กลับคืนสู่พันธสัญญาของพระองค์

 

โครงร่างคำเทศนา

หัวเรื่อง                มั่นใจในพระคุณความรอดมั่นใจได้ไปสวรรค์แน่นอน

พระธรรม            เอเฟซัส 2.8-9

บทนำ                   อะไรทำให้เรามั่นใจว่า เมื่อจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไปสวรรค์แน่นอน

1.         อะไรคือพระคุณ

1.1.     คำว่าพระคุณ หมายถึง ใหเฟรีๆ ให้เปล่าๆ โดยไม่คิดมูลค่า เป็นของขวัญที่พระเจ้ามอบให้ ประทานให้ฟรีๆ

1.2.     พระคุณของพระเจ้า เป็นพระลักษณะอย่างหนึ่งของพระเจ้า 1 ปต 5.10 “พระเจ้าผู้ทรงพระคุณทั้งสิ้น”  คือโดยพระองค์เองนั่นแหละคือพระคุณที่ให้กับเรา

1.3.     พระคุณของพระเจ้าได้ทรงสำแดงออกทางพระเยซูคริสต์ โดยการสิ้นพระชนม์ที่บนกางเขน   โรม 3.24 บอกว่า แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เขาเป็นผู้ชอบธรรม โดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว  ทิตัส 2.11 เพราะว่าพระคุณของพระเจ้าได้ปรากฏแล้ว เพื่อช่วยคนทั้งปวงให้รอด  โรม6.23  “ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์”

2.         อะไรคือความรอด

2.1.     หมายถึง  การรอดพ้นบาป หรือกฎแห่งกรรม โรม 6.23 บอกว่า “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย”  

2.2.     หมายถึง การรอดพ้นจากข้อผูกมัดของบทบัญญัติต่างๆ โคโลสี 2.14  พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆ ซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน”

2.3.     หมายถึง  การรอดพ้นจากอำนาจผูตฝีวิญญาณต่างๆ โคโลสี 2.15  พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิเทพเสียพระองค์ได้ทรงประจานเขา และชนะเขาโดยกางเขนนั้นกาลาเทีย 4.3 “ ฝ่ายเราก็เหมือนกัน เมื่อเป็นเด็กอยู่ เราก็เป็นทาสของวิญญาณต่างๆ แห่งสากลจักรวาล

2.4.     คำว่า ความรอด ยังมีความหมายเดียวกันกับคำว่า  ชีวิตนิรันดร์  ยอห์น 3.16

3.         แล้วเราจะรับพระคุณความรอดได้อย่างไร

3.1.     ไม่ใช่โดยการประพฤติ หรือมนุษย์กระทำได้เอง  สาเหตุเพราะ เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้  ข้อ9

3.2.     โดยพระคุณและความเชื่อ  หมายถึง พระเจ้าทรงประทานให้ฟรีๆ และมนุษย์เพียงแต่รับเอาโดยความเชื่อ  คือเชื่อวางในในการกระทำของพระเยซูคริสต์เพื่อเรา เชื่อในการไถ่ของพระเยซูคริสต์ พระคัภีร์บอกว่า เราก็จะได้รับความรอดแน่นอน  โรม 10.9-10

9 คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่าพระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด 10 ด้วยว่า ความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับสัจจะของพระเจ้าด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด

สรุปข้อคิดหนุนใจ

ดังนั้น  ชีวิตคริสเตียน เป็นชีวิตที่เชื่อวางใจในการกระทำของพระเจ้า ที่ทรงกระทำผ่านทางพระเยซูคริสต์ โดยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน เป็นพระคุณที่พระเจ้าประทานให้มนุษย์ฟรีๆ

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีความมั่นใจว่า ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ถึงแม้จะตายจากโลกนี้ แต่เขาจะมีชีวิตนิรันดร์ และอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์ตลอดไป เพราะเขาได้รับพระคุณโดยความเชื่อแล้วในโลกนี้  ซึ่งเราทั้งหลายทุกคนที่นี่ก็สามารถที่จะรับเอาพระคุณได้ด้วย เพียงเชื่อวางในในพระเยซูคริสต์

พระพรของผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า พระธรรม สดุดี 128:1-6

 

โครงร่างคำเทศนาขึ้นบ้านใหม่

เรื่อง                      พระพรของผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า

พระธรรม            สดุดี 128:1-6

คำทักทาย

               สวัสดีพี่น้องที่เคารพในพระคริสต์ทุกท่าน ขอแสดงความยินดีกับครอบครัว แซ่ไฉ  ที่ได้บ้านหลังใหม่ที่สวยงาม

คำนำ/เบื้องหลัง

พระธรรมตอนนี้เป็นบทเพลงแห่ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ที่คนอิสราเอลจะมารวมตัวกันทุกปีเพื่อนมัสการพระเจ้าและรับความโปรดปรานจากพระเจ้า ความยำเกรงหมายถึง เกรงกลัวด้วยความเคารพนับถือ ความยำเกรงพระเจ้าตามพระคัมภีร์หมายถึงหมายถึงยอมรับในฤทธิ์อำนาจ ของพระเจ้าความยิ่งใหญ่สิทธิอำนาจการครอบครองและความบริสุทธิ์ของพระเจ้า

โครงเรื่อง

1.         พระพรในด้านอาชีพการงาน

1.1.     การทำไร่ทำสวน หรือผู้ใช้แรงงาน (พระธรรม)

1.2.   การประกอบธุรกิจหรือค้าขาย  (พระธรรม)

1.3.     การรับราชการหรือทำงานประจำ (พระธรรม)

2.         พระพรในด้านชีวิตครอบครัว

2.1.      ความสัมพันธ์ในครอบครัวดี  (พระธรรม)

2.2.      ลูกหลานที่เชื่อฟังและอยู่ในทางธรรม (พระธรรม)

3.         พระพรในด้านสุขภาพ

3.1.     สุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วย (พระธรรม)

3.2.     อายุยืนบนแผ่นดินโลก (พระธรรม)

สรุป

พี่น้องเราเป็นผู้ที่พระองค์ได้ไถ่ชีวิตออกมาจากความบาป และเราเป็นคนของพระองค์โดยการประทับตราจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้เรากลับคืนดีกับพระบิดา ฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องดำเนินชีวิตด้วยความยำเกรงพระเจ้า และเมื่อเรายำเกรงพระเจ้าแล้วเราก็จะได้รับพระพรทั้ง 3 ด้าน

ขอพระเจ้าอวยพระพร 

หมายสำคัญว่าพระ​คริสต์​จะ​เสด็จ​มา พระธรรม มัทธิว 24.3-14, มาระโก 13.3-13, ลูกา 21.5-18, วิวรณ์ 6.1-8

 

โครงเทศนาวันอาทิตย์ที่ 17 กั


นยายน 2023


หัวเรื่อง                หมายสำคัญว่าพระคริสต์จะเสด็จมา

พระธรรม            มัทธิว 24.3-14, มาระโก 13.3-13, ลูกา 21.5-18, วิวรณ์ 6.1-8

3 เมื่อพระเยซูประทับบนภูเขามะกอกเทศ พวกสาวกมาเฝ้าส่วนตัวกราบทูลว่าขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร สิ่งไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมา และยุคเก่าจะสิ้นสุดลง 4 พระเยซูตรัสตอบเขาว่าระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง 5 ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่าตัวเขาเป็นพระคริสต์เขาจะให้คนเป็นอันมากหลงไป 6 ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงสงคราม และข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยุคยังไม่มาถึง 7 เพราะ ประชาชาติต่อประชาชาติ ราชอาณาจักรต่อราชอาณาจักรจะต่อสู้กัน  ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ  8 เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก ซึ่งต้องมีมาก่อนกำเนิดยุคใหม่  9 “​ในเวลานั้นเขาจะอายัดท่านทั้งหลายไว้ ให้ทนทุกข์ลำบากและฆ่าท่านเสีย และประชาชาติต่างๆ จะเกลียดชังพวกท่าน เพราะความจงรักภักดีของท่านที่มีต่อเรา 10 คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไป และอายัดกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกันด้วย 11 ผู้เผยพระวจนะปลอมหลายคนจะเกิดมีขึ้น และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป 12 ความรักของคนส่วนมากจะเยือกเย็นลง เพราะความอธรรมแผ่กว้างออกไป 13 แต่ผู้ใดทนได้จนถึงที่สุดผู้นั้นจะรอด 14 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะได้ประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง

วิวรณ์ 6.  1 เมื่อพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงหนึ่งในเจ็ดดวงนั้นออกแล้ว ข้าพเจ้าก็แลเห็น และได้ยินสัตว์ตัวหนึ่งในสี่ตัวนั้นร้องเสียงดังดุจเสียงฟ้าร้องว่ามาเถอะ 2 ข้าพเจ้าก็แลเห็น และดูเถิด มีม้าขาวตัวหนึ่งออกมา และท่านที่ขี่ม้านั้นถือธนู และได้รับพระราชทานมงกุฎ แล้วท่านก็ขี่ม้าออกไปอย่างมีชัย และเพื่อได้ชัยชนะ 3 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สองนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ยินสัตว์ตัวที่สองร้องว่ามาเถอะ 4 และมีม้าอีกตัวหนึ่งเข้ามาเป็นม้าสีแดงสด ผู้ที่ขี่ม้าตัวนี้ได้รับพระราชานุญาตให้นำสันติสุขไปจากแผ่นดินโลก เพื่อให้คนทั้งปวงรบราฆ่าฟันกัน และท่านผู้นี้ได้รับพระราชทานดาบใหญ่เล่มหนึ่ง  5 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สามนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ยินสัตว์ตัวที่สามร้องว่ามาเถอะแล้วข้าพเจ้าก็แลเห็น และดูเถิด ม้าดำตัวหนึ่งเข้ามา และท่านที่ขี่ม้านั้นถือตราชู 6 แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียง เหมือนกับว่าดังออกมาจากท่ามกลางสัตว์ทั้งสี่นั้นว่าข้าวสาลีราคาทะนานละหนึ่งเดนาริอันข้าวบารลีสามทะนานต่อหนึ่งเดนาริอัน แต่เจ้าอย่าทำอันตรายแก่น้ำมันและน้ำองุ่น 7 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สี่นั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงสัตว์ตัวที่สี่ร้องว่ามาเถอะ 8 แล้วข้าพเจ้าก็แลเห็น และดูเถิด ม้าสีกะเลียวตัวหนึ่งเข้ามา ผู้ที่นั่งบนหลังม้านั้นมีชื่อว่ามัจจุราช และแดนคนตายก็ติดตามมาด้วยพระองค์ทรงให้ทั้งสองนี้มีอำนาจล้างผลาญแผ่นดินโลกได้หนึ่งในสี่ส่วน ด้วยคมดาบ ด้วยความอดอยาก ด้วยโรคระบาด และด้วยสัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน

 

คำนำ

 เมื่อเราชัดเจนแล้วว่าพระยูจะเสด็จมาแน่นอน ในขณะที่เรากำรอคอย บางคนก็ตั้งคำถามว่า "คำที่ทรงสัญญาไว้ว่าพระองค์จะเสด็จมานั้นอยู่ที่ไหน เพราะว่าตั้งแต่บรรพบุรุษหลับล่วงไปแล้ว สิ่งทั้งปวงก็เป็นอยู่เหมือนที่ได้เป็นอยู่ตั้งแต่เดิมทรงสร้างโลก" (2 ปต 2.4) พวกสาวกก็ถามพระเยซูด้วยว่า  “อะไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมาและยุคเก่าจะสิ้นสุดลง” 

1.         หมายสำคัญทั่วไปเกิดขึ้นกับคนทั้งโลก

1.1.     จะเกิดสงครามไปทั่วโลก   6-7

6 ท่านทั้งหลายจะได้ยินถึงเรื่องสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยังไม่มาถึง 7 เพราะประชาชาติจะลุกขึ้นต่อสู้ประชาชาติ ราชอาณาจักรต่อสู้ราชอาณาจักร

1.2.     เกิดการกันดารอาหารเป็นวงกว้าง 7

ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและ

1.3.     เกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง 7

โรคระบาดอย่างร้ายแรง  7     วว 6.7-8 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สี่นั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงสัตว์ตัวที่สี่ร้องว่ามาเถอะ 8 แล้วข้าพเจ้าก็แลเห็น และดูเถิด ม้าสีกะเลียวตัวหนึ่งเข้ามา ผู้ที่นั่งบนหลังม้านั้นมีชื่อว่ามัจจุราช และแดนคนตายก็ติดตามมาด้วยพระองค์ทรงให้ทั้งสองนี้มีอำนาจล้างผลาญแผ่นดินโลกได้หนึ่งในสี่ส่วน ด้วยคมดาบ ด้วยความอดอยาก ด้วยโรคระบาด และด้วยสัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน

1.4.     เกิดเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ  7      ในภาษาไทยไม่มีคำนี้

1.5.     เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในที่ต่าง ๆ 7   

และแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ 8 เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก

1.6.     จะเกิดการแตกแยกในสังคมอย่างรุนแรง  10

คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไปและทรยศกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกัน

1.7.     จิตใจของมนุษย์จะเสื่อมลง  12-13    (2 ทธ 3.1-6)

12 ความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ขยายออกไป 13 แต่ผู้ที่ทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด

1 แต่จงเข้าใจข้อนี้ คือว่าในสมัยจะสิ้นยุคนั้น จะเกิดเหตุการณ์กลียุค 2 เพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน เย่อหยิ่ง ยโส ชอบด่าว่า ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา อกตัญญู ไร้ศีลธรรม 3 ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี 4 ทรยศ มุทะลุ หัวสูง รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า 5 ถือศาสนาแต่เปลือกนอก ส่วนแก่นแท้ของศาสนาเขาไม่ยอมรับ คนเช่นนั้นท่านอย่าคบ

2.         หมายสำคัญที่เกิดขึ้นกับคริสเตียนโดยตรง  มธ 24.9, 14,  วว 13.16-18

2.1.     จะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และข่าวลือต่างๆ  4-5, 23-24

4 พระเยซูตรัสตอบเขาว่าระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง 5 ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่าตัวเขาเป็นพระคริสต์เขาจะให้คนเป็นอันมากหลงไป

23 ในเวลานั้นถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่าแน่ะพระคริสต์อยู่ที่นี่หรืออยู่ที่โน่นอย่าได้เชื่อเลย 24 ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และผู้ทำนายเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น ทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ล่อลวงแม้ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้หลง ถ้าเป็นได้ 25 ดูเถิด เราได้กล่าวเตือนท่านทั้งหลายไว้ก่อนแล้ว

2.2.     ผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ  ลัทธิเทียมเท็จ  คำสอนเทียมเท็จ  มธ 24.11,23-24,  2 ปต 2.1-3

11 ผู้เผยพระวจนะปลอมหลายคนจะเกิดมีขึ้น และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป

1 แต่ว่าได้มีคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะเกิดขึ้นในชนชาตินั้น เช่นเดียวกับที่จะมีผู้สอนผิดเกิดขึ้นในพวกท่านทั้งหลาย ซึ่งจะลอบเอามิจฉาลัทธิอันจะให้ถึงความพินาศเข้ามาเสี้ยมสอน จนถึงกับปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้ทรงไถ่เขาไว้ ซึ่งจะทำให้เขาพินาศโดยเร็วพลัน 2 จะมีคนหลายคนประพฤติชั่วตามอย่างเขาและเพราะคนเหล่านั้นเป็นเหตุ ทางของสัจจะจะถูกกล่าวร้าย

2.3.     การข่มเหงคริสเตียน การบังคับให้รับหมายเลขของซาตาน  วว 13.11-18

16 และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย คนมั่งมี และคนจน ไทและทาสให้รับเครื่องหมาย ไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผากของเขา 17 เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้ นอกจากผู้ที่มีเครื่องหมายนั้น ซึ่งเป็นชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน 18 ในเรื่องนี้จงใช้สติปัญญาให้ดี ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจก็ให้คิดตรึกตรองเลขของสัตว์ร้ายนั้น เพราะว่าเป็นเลขของบุคคลผู้หนึ่ง เลขของมันคือหกร้อยหกสิบหก

2.4.     ข่าวประเสริฐจะถูประกาศไปทั่วโลก มธ 24.14

14 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะได้ประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง

3.         หมายสำคัญที่เกิดขึ้นกับอิสราเอล    1 ทส 5.1-3, มธ 24.15, ดาเนียล 9.24-27

1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เรื่องวันและเวลาที่ทรงกำหนดไว้นั้น  ไม่จำเป็นจะต้องเขียนบอกให้ท่านรู้         2 เพราะท่านเองก็รู้ดีแล้วว่า วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า จะมาเหมือนอย่างขโมยที่มาในเวลากลางคืน 3 เมื่อเขาพูดว่าสงบสุขและปลอดภัยแล้วเมื่อนั้นแหละความพินาศก็จะมาถึงเขาทันที เหมือนกับความเจ็บปวดมาถึงหญิงที่มีครรภ์ เขาจะหนีก็ไม่พ้น

15 เหตุฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลายเห็นสิ่งอันน่าสะอิดสะเอียน ซึ่งกระทำให้เกิดความวิบัติ ตามพระวจนะที่ตรัสโดยดาเนียลผู้เผยพระวจนะนั้นตั้งอยู่ในสถานบริสุทธิ์ (​ให้ผู้อ่านเข้าใจเอาเถิด​)​

27 ท่านจะทำพันธสัญญาเข้มแข็งกับคนเป็นอันมากอยู่หนึ่งสัปตะ ท่านจะกระทำให้การถวายสัตวบูชา และเครื่องบูชาอื่นๆ หยุดไปครึ่งสัปตะ ผู้ที่จะกระทำให้เกิดความวิบัตินั้น จะมาบนปีกของสิ่งน่าสะอิดสะเอียน จนความอวสานที่ได้กำหนดไว้จะถูกเทลงเหนือผู้กระทำให้เกิดความวิบัตินั้น

3.1.     เกิดสงครามก่อน  แล้วการทำสัญญาสันติภาพ 7 ปี เพื่อสร้างพระวิหารหลังที่ 3

3.2.     การหักพันธสัญญาเมื่อถึง  3 ปี ครึ่ง 

3.3.     การตั้งสิ่งน่าสะอิดสะเอียนในพระวิหาร

3.4.     สงครามครั้งใหญ่และอิสราเอลจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 

4.         สรุป

เมื่อนั้นพระคริสต์จะเสด็จมาจากสวรรค์และได้ชัยชนะ วว 19.11-21 และสถาปนาอานาจักรขอพระองค์บนโลกนี้       ดังนั้น.... อ่าน 1 เทสะโลนิกา 5.4-11   (อาเมน)

4 แต่พี่น้องทั้งหลาย ท่านไม่ได้อยู่ในความมืดแล้ว วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างขโมยมา 5 ท่านเป็นบุตรของความสว่าง และเป็นบุตรของกลางวัน เราทั้งหลายไม่ได้เป็นของกลางคืนหรือของความมืด 6 เหตุฉะนั้นเราอย่าหลับเหมือนอย่างคนอื่น แต่ให้เราเฝ้าระวังและไม่เมามาย 7 เพราะว่าคนนอนหลับก็ย่อมหลับในเวลากลางคืน และคนเมาก็ย่อมเมาในเวลากลางคืน 8 แต่เมื่อเราเป็นของกลางวันแล้วก็อย่าให้เราเมามาย จงสวมความเชื่อกับความรักเป็นเกราะป้องกันอก และสวมความหวังที่จะได้ความรอดเป็นหมวกเหล็ก 9 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา แต่สำหรับให้เข้าสู่ความรอด โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา 10 ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพื่อว่าถึงเราจะตื่นอยู่หรือจะหลับ เราจะได้มีชีวิตกับพระองค์ 11 เหตุฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้น ตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น