วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ชัยชนะเหนือความกดดัน ฟิลิปปี 4. 4 - 7

โครงคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2022

พระธรรม                    ฟิลิปปี 4. 4 - 7

หัวเรื่อง :                     ชัยชนะเหนือความกดดัน

 


คำนำ

            สภาพเศรษฐกิจและสังคมทุกวันนี้ สร้างความกดดันมากมายจริงๆ แต่คริสเตียนสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะเหนือความกดดันได้ ด้วยการมอบภาระปัญหาที่กดดันนั้น ไว้กับพระเจ้า  ผู้ทรงสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อันเลวร้ายให้กลายเป็นพระพร   จากพระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้  ให้เรามาใคร่ครวญอีกครั้ง ว่าจะเอาชนะความกดดันที่เกิดขึ้นได้อย่างไร...

โครงเรื่อง

1.        ต้องไม่ท้อแท้ในจิตใจ  (ข้อ 4)

1.1   โดยชื่นชมยินดีในพระเจ้า   ฮบก 3.18-19

1.2   ชื่นชมยินดีทุกเวลา  สดุดี  5:11  

1.3   จงชื่นชมยินดีเถิด    ฟิลิปปี 1:19  

2.        ต้องไม่ตระหนกตกใจ  (ข้อ 5)

2.1   เพราะเป็นโอกาสสำแดงความเชื่อออกมาต่อหน้าคนทั้งปวง

2.2   เพราะพระเจ้าทรงสถิตด้วย   “ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”   สดด 46.1, สดด 139

3.        ต้องไม่กระวนการวายใจ  (ข้อ 6)

3.1   เพราะพระเจ้าจะทรงฟังคำอธิษฐาน   สดุดี 31:7 , 139:2 , 139:4  

3.2   เพราะพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐาน    ลูกา 18.1-8, เยเรมีย์ 33.

สรุป    

ทุกคนมีความกดดัน ทุกๆ วันเราเผชิญกับความกดดัน  ทุกๆ การงานที่ทำมีความกดดัน  ให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ที่สามารถช่วยเราให้เอาชนะความกดดันได้

 

 

1.       ต้องไม่ท้อแท้ในจิตใจ  (ข้อ 4)

“จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา   ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า   จงชื่นชมยินดีเถิด”

            พระธรรมสุภาษิตกล่าวว่า “ใจร่าเริง เป็นยาอย่างดี”  หาดคริสเตียนเกิดความท้อแท้ในจิตในแล้ว เราคงไม่สามาถมีกำลังใจทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ เคล็ดลับแรกของการมีชัยชนะเหนือความกดดันคือ เราต้องไม่ย่อท้อหรือมีความท้อแท้ในจิตใจ

1.1  โดยชื่นชมยินดีในพระเจ้า ฮบก 3.18-19

เปาโลหนุนใจพี่น้องที่คริสตจักรเมืองฟิลิปปี  เนื่องจากพวกเขามีความกดดันจากรัฐบาลโรม เกี่ยวกับเสรีภาพในการนับถือศาสนา ขณะเดียวกันเปาโลเองก็ตกในที่นั่งลำบาก โดยถูกจองจำในคุกที่กรุงโรม  ทั้งสองเหตุการณ์นี้ สร้างแรงกดดันให้กับคริสตจักรฟิลิปปีเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่เปาโลหนุนในก็คือ ไม่ว่าความกดดันนี้จะมากหรือจะน้อย จะสั้นหรือจะยาว คริสตจักรของพระเจ้าต้องไม่ย่อท้อในจิตใจ  แต่ให้มีจิตใจที่ชื่นชมยินดีในพระเจ้า  การที่เราแสดงความชื่นชมยินดีในพระเจ้า ในสถาานการณ์ความกดดันเช่นนั้น เป็นการแสดงออกให้เห็นว่า เราเชื่อและไว้วางใจในพระเจ้า   เรายอมรับในน้ำพระทัยของพระเจ้าทั้งที่ดี และทั้งที่ไม่ดี โดยเรายังสามารถขอบคุณพระเจ้า นมัสการพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น   แม้มันจะสร้างความกดดันให้กับเรา และทำร้ายจิตใจ ความรู้สึกก็ตาม 

ถึง​กระนั้น​ข้าพเจ้า​จะ​ร่า​เริง​ใน​พระ​เจ้า ข้าพเจ้า​จะ​เปรม​ปรีดิ์​ใน​พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​รอด​ของ​ข้าพเจ้า  19 ​พระ​เยโฮวาห์​คือ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​เป็น​กำลัง​ของ​ข้าพเจ้า ​พระ​องค์​ทรง​กระทำ​เท้า​ของ​ข้าพเจ้า​เหมือน​อย่าง​ตีน​กวาง​ตัว​เมีย  ​พระ​องค์​ทรง​กระทำ​ให้​ข้าพเจ้า​เดิน​ไป​บน​ที่​สูง​ทั้ง​หลาย​ของ​ข้าพเจ้า

            ฉะนั้นพระวจนะของพระเจ้าจึงกล่าวว่า “จงขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าเพื่อเราทั้งหลาย”  

1.2  โดยชื่นชมยินดีทุกเวลา  (หมายถึงร้องเพลงนมัสการพระเจ้า)

สดุดี  5:11 แต่​ให้​คน​ทั้ง​ปวง​ที่​ลี้​ภัย​อยู่​ใน​พระ​องค์​นั้น​เปรม​ปรีดิ์ ให้​เขา​ร้อง​เพลง​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี​อยู่​เสมอ  และ​ขอ​ทรง​ป้องกัน​เขา​ไว้ เพื่อ​คน​ที่​รัก​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​จะ​ปรีดา​ปราโมทย์​อยู่​ใน​พระ​องค์

1.3  จงชื่นชมยินดีเถิด

ฟิลิปปี 1:19 ข้าพเจ้า​จะ​มี​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี​ต่อไป​ด้วย เพราะ​ข้าพเจ้า​รู้​ว่า โดย​คำ​อธิษฐาน​ของ​ท่านและ​โดย​การ​ช่วยเหลือ​ของ​พระ​วิญญาณ​แห่ง​พระ​เยซู​คริสต์​ นี้​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​ข้าพเจ้า​รับ​การ​ช่วย​กู้​

            ความทุกข์ยากลำบากหาใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายไม่  แท้จริงมันคือพระพร มันเป็นเครื่องมือในการฝึกคนของพระเจ้าให้มีความแข็งแกร่ง

            เลน่า มาเรีย  หญิงที่เกิดมาพร้อมกับความกดดันในชีวิต แขนและขาที่พิการตั้งแต่เกิด ความกดดันนั้นหาใช่เป็นของเธอเพียงคนเดียวไม่ แต่ทั้งผู้เป็นพ่อแม่ และญาติพี่น้องของเธอด้วย คำพูดประโยคหนึ่งของ    เลน่า มาเรีย เธอกล่าวว่า “การที่ฉันเกิดมาในสภาพเช่นไรในสายตาคนอื่นนั้นไม่สำคัญ แต่การที่ฉันเป็นคนเช่นไรในสายพระเนตรพระเจ้าต่างหากที่สำคัญ” เธอสามารถเอาชนะความกดดันได้จนกลายเป็นพระพร เธอมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะนักกีฬาว่ายน้ำ  นักร้อง และอื่น ๆ

            ดังนั้นคริสเตียนไม่ควรท้อแท้ในจิตใจ แต่ให้เราชื่นชมยินดีในพระเจ้าทุกเวลา ชื่นชมในความทุกข์ยากลำบาก  เพราะหากเราไม่ย่อท้อแล้วเราก็มีกำลังที่จะเอาชนะความกดดันได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังเราทั้งหลาย

2.         ต้องไม่ตระหนกตกใจ  (ข้อ 5)

“จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง   องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”

เคล็ดลับการมีชัยชนะเหนือความกดดันประการที่สองคือ ต้องไม่ตระหนกตกใจ  แต่จงมีสติสัมปชัญญะ เพราะเราจะพบหนทางในการแก้ไขสถานการณ์ที่มีความกดดันได้ การตระหนกตกใจ อาจทำให้เราเกิดความผิดพลาดได้ง่าย หรืออาจเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ จงอย่าตระหนกตกใจ เพราะว่า…

2.1  เพราะเป็นโอกาสสำแดงความเชื่อออกมาต่อหน้าคนทั้งปวง

“จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง”

  เราสำแดงความเชื่อในพระเจ้าให้คนทั้งปวงเห็นได้ดีที่สุด ก็เมื่อเราต้องเผชิญกับความกดดันในชีวิต  ให้เราสำแดงความเชื่อในพระเจ้าออกมาไม่ใช่แสดงความตระหนกตกใจ จงอย่าตกใจ  แต่จงแสดงความเชื่อออกมาเป็นคำพูดและการกระทำต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อคนทั้งปวง

2.2  เพราะพระเจ้าทรงสถิตด้วย   “ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”

สดด 46.1  ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ที่​ลี้​ภัย​และ​เป็น​กำลัง​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย เป็น​ความ​ช่วยเหลือ​ที่​พร้อม​อยู่​ใน​ยาม​ยาก​ลำบาก

 

พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์สัพพัญญู คือพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่ง ทรงอยู่ทุกหนแห่ง  พระองค์จะทรงอยู่กับเราในทุกที่ทุกแห่งหนเช่นกัน  โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องเผชิญกับความกดดัน  (สดด 139)

            ในครอบครัวหนึ่งมีลูกสาวอยู่สองคน คุณแม่ทำงานไกลบ้าน กว่าจะกลับก็มืดค่ำ เด็กหญิงทั้งสองต้องอยู่กับพ่อหลังจากโรงเรียนเลิก  ทั้งสองจะเล่นในบ้านอยู่เป็นประจำทุกวันอย่างมีความสุข เวลาผ่านไประยะหนึ่ง เด็กทั้งสองรู้สึกกลัวเนื่องจากความเงียบ จึงร้องเรียกหาคุณพ่อ  “คุณพ่อ ๆ” ด้วยเสียงที่เกิดจากความตกใจ  “พ่ออยู่นี่ลูก”   เมื่อเด็กทั้งสองรู้ว่าพ่ออยู่ใกล้แม้จะไม่เห็นก็ตาม ทั้งสองจึงเล่นต่อไปอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าพ่อไม่ได้ทิ้งไว้โดยลำพัง แต่คุณพ่ออยู่ใกล้ ๆ นี่เอง

พี่น้องทั้งหลาย  พระเจ้าทรงอยู่กับเรา ทรงอยู่ใกล้ ๆ เรานี่เอง พระองค์ทรงคอยปกป้องและอุ้มชูเรา แม้ว่าเราจะต้องเผชิญกับความกดดันในชีวิตประจำวัน   จงจำไว้ว่า อย่าตระหนกตกใจ  เพราะพระเจ้าทรงอยู่กับเราแล้ว  พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของเราแล้ว

 

3.       ต้องไม่กระวนการวายใจ  (ข้อ 6)

“อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า   ด้วยการอธิษฐาน   การวิงวอน   กับการขอบพระคุณ”

3.1   เพราะพระเจ้าจะทรงฟังคำอธิษฐาน

พระคำของพระเจ้าบอกชัดเจนว่า ให้เราทูลเรื่องความปารถนาของเราต่อพระองค์  อธิษฐานบอกกับพระองค์  เพาระพระองค์ทรงทราบถึงความปารถนาของเรา  เพียงแต่เราบอกความรู้สึก บอกความต้องการ  

สดุดี 31:7 ข้า​พระ​องค์​จะ​เปรม​ปรีดิ์​และ​ยินดี​ใน​ความ​รัก​มั่นคง​ของ​พระ​องค์ เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ทอด​พระ​เนตร​ความ​ทุกข์​ใจ​ของ​ข้า​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​เรื่อง​ความ​ทุกข์​ยาก​ของ​ข้า​พระ​องค์

สดุดี139:2 เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​นั่ง​ลง​และ​ลุก​ขึ้น ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ ​พระ​องค์​ทรง​ประจักษ์​ใน​ความ​คิด​ของ​ข้า​พระ​องค์​ได้​แต่​ไกล

สดี139:4 ข้า​แต่​พระ​เจ้า แม้​ก่อนที่​ลิ้น​ของ​ข้า​พระ​องค์​จะ​พูด ​พระ​องค์​ก็​ทรง​ทราบ​ความ​เสีย​หมด​แล้ว​

 

เมื่อท่านทั้งหลายต้องเผชิญความกดดันในการดำเนินชีวิต อาจทำให้ท่านขาดสันติสุข กระสับกระส่าย จงอธิษฐานบอกกับพระเจ้า  เพราะพระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านอยู่

3.2    เพราะพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐาน

อุปมา มีเจ้าเมืององค์หนึ่ง เป็นกษัตริย์ที่โหดร้าย และอยุติธรรม   มีหญิงหม้ายคนหนึ่งมาของให้ท่านประทานความยุติธรรม ฝ่ายเจ้าเมืองนั้นไม่ทำอะไรจนช้านาน  แต่ภายหลังเขานึกในใจได้ว่า  แม้เราจะไม่ยำเกรงพระเจ้า ไม่เกรงใจมนุษย์  แต่เพราะแม่หม้ายคนนี้มากวนใจเราให้ลำบาก เราจะให้ความยุติธรรมแก่นาง เพื่อมิให้นางมารบกวนเราบ่อย ๆ ให้รำคราญใจ   (ลูกา 18.1-8)

            พระเจ้าทรงเป็นพ่อของเราทั้งหลาย  พ่อที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือลูก ๆ ของพระองค์  ปัญหามักอยู่ที่เราทั้งหลายไม่รู้จักพระทัยของพระองค์  ถ้าเรารู้จักพระทัยของพระองค์ เราก็รู้ว่ารพะเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานของเราอย่างแน่นอน  “พระเจ้าช่วยได้ คือพระเจ้าช่วยทัน  พระเจ้าช่วยไม่ทันคือพระเจ้าช่วยไม่ได้”

            ดังนั้น เมื่อเราต้องเผชิญกับการทดลอง ความกดดันในชีวิต  ให้ท่านอธิษฐานเพราะพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของท่านอย่างแน่นอน  “จงทูลเรา  และเราจะตอบเจ้า   และจะบอกสิ่งที่ใหญ่ยิ่งและที่ซ่อนอยู่   ซึ่งเจ้าไม่รู้นั้นให้แก่เจ้า” (เยเรมีย์ 33.3)  มธ 7.7 ขอ หา เคาะ

 

สรุป

ทุกคนมีความกดดัน ทุกๆ วันเราเผชิญกับความกดดัน  ทุกๆ การงานที่ทำมีความกดดัน  ให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ที่สามารถช่วยเราให้เอาชนะความกดดันได้

 

ร้องเพลง  คีย์ C   พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัย   เมื่อพายุพัดมาและฟ้าคำราม