วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2566

โครงร่างคำเทศนา ถวายขอบพระคุณ คริสตจักรพระคุณเชียงราย

 

โครงร่างคำเทศนา ถวายขอบพระคุณ  คริสตจักรพระคุณเชียงราย

 


คำนำ

คนอิสราเอลจะมีการถวายพืชผลอยู่สองช่วงต่อปี ช่วงแรกคือเทศกาลสัปดาห์ (ฉลองการเก็บเกี่ยวข้าว) ต่อมาเรียกว่าเทศกาลเพ็นเทคอสต์ (50 วันหลังเทศกาลปัสกา) ช่วงที่สองคือเทศกาลอยู่เพิง เป็นการถวายทศางค์จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างๆ ในวันที่ 15 เดือนที่ 7

พระธรรม        อพยพ 23.16, ลนต 23.9-21, 39-43, ฉธบ 16.12-15, 26.3-15

Exod 23:16 และจงถือเทศกาลเลี้ยงฉลองการเก็บเกี่ยวพืชผลแรกที่เกิดจากแรงงานของเจ้า ซึ่งเจ้าได้หว่านพืชลงในนา เจ้าจงถือเทศกาลเลี้ยงฉลองการเก็บพืชผลปลายปี เมื่อเจ้าเก็บพืชผลจากทุ่งนาอันเป็นผลงานของเจ้า

Exod 23:19 “จงนำส่วนที่ดีที่สุดของพืชผลแรกจากที่ดินของเจ้ามายังพระนิเวศของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าอย่าต้มเนื้อลูกแพะด้วยน้ำนมของแม่มันเลย

หัวข้อ              การถวายผลแรกและการถวายพืชผล

1.        เบื้องหลังความเป็นมา   ลนต 23.9-21, 39-43, ฉธบ 16.12-15, 26.3-15

1.1.   เป็นข้อกำหนดเมื่อคนอิสราเอลเข้าไปอาศัยในแผ่นดินคานาอัน

1.2.   เริ่มจากให้ถวายข้าวกำแรก ให้ปุโรหิตทำพิธีถวายแด่พระเจ้า ในวันที่ 1 หลังเทศกาลปัสกา

1.3.   เมื่อครบ 7 สัปดาห์หรือ 50 วัน ให้นำข้าวใหม่มาถวายแด่พระเจ้า เฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน

1.4.   ทุกวันที่ 15 เดือน 7 เทศกาลอยู่เพิง ให้มีการเลี้ยงฉลองนำพืชผลต่างๆ มาถวายเป็นทศางค์ เฉลิงฉลองและนอนเต้นท์ 7 วัน

2.        สาเหตุที่ให้มีการถวายผลแรกและถวายทศางค์พืชผล

2.1.   เพื่อจะเป็นที่โปรดปราณในสายพระเนตรของพระเจ้า ลนต 23.11

 และปุโรหิตจะนำพืชผลส่วนนั้น ทำพิธีโบกถวายแด่พระยาห์เวห์ เพื่อพวกเจ้าจะเป็นที่โปรดปราน  (ถวายเกียรติ)

2.2.   เพื่อระลึกถึงการเลี้ยงดูและการอวยพระพรของพระเจ้า ฉธบ 16.12,15

ท่านจงถือเทศกาลนั้นแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเจ็ดวัน ณ สถานที่ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงเลือกไว้ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงอำนวยพระพรแก่พืชผลของท่าน และแก่ผลงานที่มือท่านกระทำ เพื่อว่าท่านจะมีแต่ความปีติยินดี

2.3.   เพื่อระลึกถึงพันธสัญญาของพระเจ้าที่ทำต่อบรรพบุรุษ ฉธบ 26.3,5-10

ท่านจงไปหาปุโรหิตผู้ประจำเวรอยู่ในเวลานั้น และกล่าวแก่เขาว่าข้าพเจ้ายอมรับในวันนี้แด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านว่า ข้าพเจ้าได้เข้ามาในแผ่นดินซึ่งพระเจ้าทรงปฏิญาณแก่บรรพบุรุษว่าจะประทานแก่เราทั้งหลาย

2.4.   เพื่อเลี้ยงดูคนเลวีคนต่างด้าวเด็กกำพร้าหญิงหม้าย ท่ามกลางเรา (ทุกๆ 3 ปี) ฉธบ 26.12

เมื่อท่านถวายทศางค์จากผลไม้ของท่านเสร็จแล้ว ในปีที่สามอันเป็นปีทศางค์ คือให้ทศางค์นั้นแก่คนเลวีและคนต่างด้าว ลูกกำพร้า และแม่ม่าย เพื่อเขาจะได้รับประทานให้อิ่มหนำ ภายในเมืองของท่าน

2.5.   เพื่อขอพระเจ้าอวยพรพืชผลในปีต่อๆ ไป ฉธบ 26.15

ขอพระองค์ทอดพระเนตรจากสถานประทับบริสุทธิ์ของพระองค์ คือจากสวรรค์ และขอทรงอำนวยพระพรแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์ และแก่ที่ดิน ซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของข้าพระองค์ เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์

3.        คริสเตียนจะถวายขอบพระคุณพระเจ้าอย่างไร

3.1.   ด้วยจิตใจที่สำนึกในพระคุณความรอดที่พระเจ้าประทาน การอวยพร การปกป้อง การทรงนำในการดำเนินชีวิต

3.2.   ถวายพืชผลแรกโดยชัก 1 ใน 10 หรือทศางค์ของผลผลิต ที่ดีที่สุดมาถวาย

3.3.   ระลึกถึงผู้รับใช้ มิชชั่นนารี คนยากจน เด็กกำพร้า หญิงหม้าย ฉธบ 26.12

3.4.   คนที่ไม่ได้ทำไร่-สวน สภษ 3.9 ให้ถวายด้วยทรัพย์สินของตน

 

สรุป     การถวายขอบพระคุณพระเจ้าเป็นหน้าที่ ไม่ใช่ทางเลือกที่จำทำหรือไม่ทำก็ได้ เราสามารถถวายขอบพระคุณพระเจ้าได้ทุกวัน   ทุกวันอาทิตย์  ทุกเดือนและทุกปี  ขอพระเจ้าได้รับเกียรติ อาเมน

องค์ประกอบที่ทำให้คริสตจักรเกิดการฟื้นฟู พระธรรมกิจกการ บทที่ 1-8, 13

 โครงร่างคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2022

 


หัวเรื่อง                องค์ประกอบที่ทำให้คริสตจักรเกิดการฟื้นฟู

พระธรรมกิจกการ             บทที่ 1-8, 13

คำนำ

“การฟื้นฟูจะเริ่มต้นที่เชียงรายก่อน” เป็นคำที่ได้ยินครั้งแรกเมื่อปี 2000 จนวันนี้ก็ยังพูดกันอยู่ว่า “การฟื้นฟูจะเริ่มต้นที่เชียงรายก่อน”  ในปี 2028 นี้จะครบรอบ 200 ปีโปรเตสแต้นท์ในประเทศไทย เรามี คริสเตียนประมาณ 6 แสนคน คาทอลิกอีกประมาณ 4 แสนคน ในขณะที่ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 70 ล้านคน

ในพระธรรมกิจการกล่าวถึงผู้เชื่อหลังจากที่พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ ว่ามีประมาณ 120 คน ต่อมามี 3 พันคน 4 พันคน 5 พันคน แล้วขยายไปยังคนต่างชาติ  จากบทที่ 1-8 ครอบคลุมเวลาประมาณ 5 ปี  อะไรทำให้คริสตจักรเกิดการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว  ให้เรามาใคร่ครวญจากพระธรรมกิจการถึงองค์ประกอบบางประการของการฟื้นฟู

1.         ผู้เชื่อมีชีวิตที่เต็มเปี่ยม (ประกอบ) ด้วยฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ บทที่ 2.1-3, 1.8, อฟ 5.18

พจนานุกรมให้ความหมายว่า มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งบรรจุอยู่จนไม่มีที่ว่าง หมายถึง... ยอมให้พระวิญญาณครอบครอง ทรงนำเรา คริสเตียนจะมีประสบการณ์กับพระวิญญาณสองอย่าง (1) การบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อเรากลับใจบังเกิดใหม่  1 คร 12.13 (2) การเต็มเปี่ยม(เต็มล้น / ประกอบ) ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และวิธีที่เราจะเต็มล้นด้วยพระวิญญาณก็คือ *** โดยการร้องเพลงนมัสการอธิษฐานอย่างจริงใจ อฟ 5.19, 1 คร 14.15   *** โดยการอ่านใคร่ครวญพระคำของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง    “ภาวนาพระคำของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน” สดด 1.3  บางครั้งอาจต้องได้รับการอธิษฐานวางมือ  ผลที่เกิดขึ้นเมื่อเราเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์คือ ............................

2.         คริสตจักรมุ่งมั่นในการรับใช้ + ประกาศข่าวประเสริฐแท้ 2.14,37-41

หลังจากพวกสาวกได้รับพระราชทานฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเข้ามีความกล้าหาญ ความร้อนรนในการรับใช้ โดยเฉพาะการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องการตาย – การเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์ จนสาวกเพิ่มขึ้น 3 พัน  4 พัน 5 พัน และขยายไปยังยูเดีย สะมาเรีย และไปสู่ชนนานาชาติ

3.         ความหิวกระหายในพระวจนะและการร่วมสามัคคีธรรมของผู้เชื่อ  2.42-47

42 เขาทั้งหลายได้ขะมักเขม้นฟังคำสอนของจำพวกอัครทูตและร่วมสามัคคีธรรม ทั้งขะมักเขม้นในการหักขนมปังและการอธิษฐาน43 เขามีความเกรงกลัวด้วยกันทุกคน และพวกอัครทูตทำการอัศจรรย์ และหมายสำคัญหลายประการ 44 บรรดาผู้ที่เชื่อถือนั้นก็อยู่พร้อมกัน ณ ที่แห่งเดียว และทรัพย์สิ่งของของเขาเหล่านั้นเขาเอามารวมกันเป็นของกลาง 45 เขาจึงได้ขายที่ดินและทรัพย์สิ่งของ มาแบ่งให้แก่คนทั้งปวงตามซึ่งทุกคนต้องการ 46 เขาได้ร่วมใจกันไปในพระวิหาร และหักขนมปังตามบ้านของเขา ร่วมรับประทานอาหารด้วยความชื่นชมยินดีและใจกว้างขวาง ทุกวันเรื่อยไป 47 ทั้งได้สรรเสริญพระเจ้าและคนทั้งปวงก็ชอบใจ ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรงโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะรอด มาเข้ากับพวกสาวกทุกวันๆ

 

4.         เกิดหมายสำคัญและการอัศจรรย์ 3, 5.12-16

12 มีหมายสำคัญและการอัศจรรย์หลายอย่าง ซึ่งอัครทูตได้ทำด้วยมือของตนในหมู่ประชาชน พวกสาวกอยู่พร้อมกันในเฉลียงของซาโลมอน 13 คนอื่นๆ ไม่อาจเข้ามาอยู่ด้วย แต่ประชาชนเคารพอัครทูตมาก 14 มีชายหญิงเป็นอันมากที่เชื่อถือ ได้เข้ามาเป็นสาวกของพระเจ้ามากกว่าก่อน 15 จนเขาหามคนเจ็บป่วยออกไปที่ถนนวางบนที่นอนและแคร่ เพื่อเมื่อเปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของท่านจะได้ถูกเขาบางคน 16 ประชาชนได้ออกมาจากเมืองที่อยู่ล้อมรอบกรุงเยรูซาเล็ม พาคนป่วยและคนที่มีผีโสโครกเบียดเบียนมา และทุกคนก็หาย

 

5.         ผู้เชื่อ อธิษฐานร่วมกันด้วยใจร้อนรน 2.42, 4.31

2.42 ขาทั้งหลายได้ขะมักเขม้นฟังคำสอนของจำพวกอัครทูตและร่วมสามัคคีธรรม ทั้งขะมักเขม้นในการหักขนมปังและการอธิษฐาน4.31 เมื่อเขาอธิษฐานแล้ว ที่ซึ่งเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว และคนเหล่านั้นประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ

 

6.         ผู้เชื่อมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและห่วงใยคนภายนอก 4.32-37

32 คนทั้งปวงที่เชื่อนั้นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และไม่มีใครอ้างว่าสิ่งของที่ตนมีอยู่เป็นของตน แต่ทั้งหมดเป็นของกลาง 33 อัครทูตจึงประกอบด้วยฤทธิ์เดชใหญ่ยิ่ง เป็นพยานว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงคืนพระชนม์แล้ว และพระคุณอันใหญ่ยิ่งได้อยู่กับเขาทุกคน 34 เพราะว่าในพวกศิษย์ไม่มีผู้ใดขัดสน ผู้ใดมีไร่นาบ้านเรือนก็ขายเสีย 35 และนำเงินค่าของที่ขายได้นั้นมาวางไว้ที่เท้าของอัครทูต อัครทูตจึงแจกจ่ายให้ทุกคนตามที่ต้องการ 36 เป็นต้นว่าโยเซฟ ที่อัครทูตเรียกว่าบารนาบัสแปลว่าลูกแห่งการหนุนน้ำใจ เป็นพวกเลวีชาวเกาะไซปรัส 37 มีที่ดินก็ขายเสียและนำเงินค่าที่นั้นมาวางไว้ที่เท้าของอัครทูต

7.         การข่มเหงเป็นตัวเร่งให้เกิดการฟื้นฟูและเกิดผลท่ามกลางคนต่างชาติ 8.1-3

คราวนั้นเกิดการข่มเหงคริสตจักรครั้งใหญ่ในกรุงเยรูซาเล็ม และศิษย์ทั้งปวงนอกจากพวกอัครทูตได้กระจัดกระจายไปทั่วแว่นแคว้นยูเดียกับสะมาเรีย 2 ผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้าก็ฝังศพสเทเฟนไว้ แล้วคร่ำครวญอาลัยถึงท่านอย่างยิ่ง 3 ฝ่ายเซาโลพยายามทำลายคริสตจักร โดยเข้าไปฉุดลากชายหญิงจากทุกบ้านทุกเรือนเอาไปจำไว้ในคุก

 

8.         คริสตจักรมีวิสัยทัศน์ในงานมิชชั่น 13.1-3

1 คราวนั้นในคริสตจักรที่อยู่ในเมืองอันทิโอกมีบางคนที่เป็นผู้พยากรณ์และอาจารย์ มีบารนาบัสสิเมโอนที่เรียกว่านิเกอร์กับลูสิอัสชาวเมืองไซรีน มานาเอนผู้ได้รับการเลี้ยงดูเติบโตขึ้นด้วยกันกับเฮโรดเจ้าเมืองและเซาโล 2 เมื่อคนเหล่านั้นกำลังนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าและถืออดอาหารพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตรัสสั่งว่า จงตั้งบารนาบัสกับเซาโลไว้สำหรับการซึ่งเราเรียกให้เขาทำนั้น 3 เมื่อถืออดอาหารอธิษฐาน และวางมือบนบารนาบัสกับเซาโลแล้ว เขาก็ใช้ท่านไป

 

สรุป      

ให้เราตั้งเป้าร่วมกันว่า คริสตจักรพระคุณเชียงราย จะต้องเกิดองค์ประกอบของการฟื้นฟูทั้ง 8 อย่างนี้ และเราจะขอเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในการ

หัวเรื่อง : ลักษณะคริสตจักรแห่งพระพร กิจการ 4.32-37

 

โครงเรื่องเทศนาวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2022



 

ข้อพระธรรม                      กิจการ 4.32-37

หัวเรื่อง :                            ลักษณะคริสตจักรแห่งพระพร

คำนำ                   

คริสตจักรในพระธรรมกิจการ (กรุงเยรูซาเล็ม) ในสมัยเริ่มแรกนั้น มีลักษณะที่พิเศษอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้คริสตจักรมีการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและรวดเร็ว เป็นคริสตจักรที่ใครเข้าไปแล้วก็ประทับใจ และอยากมาอีก คนไม่เป็นคริสเตียนเข้าไปแล้วรู้สึกว่าอยากจะเป็นคริสเตียน  แน่นอนเราก็อยากให้คริสตจักรพระคุณเชียงรายเป็นแบบนี้ด้วย  ให้เรามาดูว่า คริสตจักรแบบนี้มีลักษณะอย่างไร?

โครงเรื่อง

1.         คริสตจักรมีภาพลักษณ์ที่ดี             (ข้อ 32)

A.       มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความคิดเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

B.       ไม่เห็นแก่ตัว  คำตรงข้ามคือ มุ่งเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น

C.       มีความเอื้ออาทร   ความหมาย  เอื้ออารีมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

2.         คริสตจักรมีพลังอยู่ภายใน             (ข้อ 33)

A.       พลังฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์

B.       พลังในการประกาศข่าวประเสริฐ

C.       พลังแห่งพระคุณความรักของพระเจ้า

3.         คริสตจักรมีภาระรับผิดชอบร่วมกัน            (ข้อ 34-35)

A.       เสียสละเพื่อกันและกัน

B.       ช่วยเหลือแบ่งปันกันและกัน

สรุป       ตัวอย่างของ บารนาบัส (ข้อ 36-37)

โยเซฟผู้ที่บรรดาอัครทูตเรียกว่า บารนาบัส ซึ่งแปลว่าลูกแห่งการหนุนน้ำใจ เป็นเลวีชาวเกาะไซปรัส   มีที่ดินก็ขายเสีย และนำเงินค่าที่ดินนั้นมาวางไว้ที่เท้าของพวกอัครทูต

บารนาบัสได้ชื่อว่าลูกแห่งการหนุนน้ำใจ  มีชีวิตเป็นพรสู่พี่น้องในคริสตจักร เขาเป็นหนึ่งในอีกหลายๆ คนในคริสตจักร  ที่ปารถนาให้คริสตจักรของพระเจ้า  เต็มไปด้วยพระพร  เขาเป็นคนหนึ่งที่ได้เริ่มต้นโดยให้ชีวิตของตนเองเป็นพระพรต่อคนอื่นก่อน  บารนาบัสมิได้รอคอยว่า ใครจะเป็นคนเริ่มนำพระพรมาสู่ตนเอง  แต่เขาเริ่มต้นก่อน

การเป็นขึ้นจากความตายของธรรมิกชน พระธรรม 1 โครินธ์ 15.20-23

 

เทศนางานศพ 20 ตุลาคม 2022

หัวเรื่อง                การเป็นขึ้นจากความตายของธรรมิกชน

พระธรรม            1 โครินธ์ 15.20-23

20 แต่บัดนี้ พระคริสต์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกของพวกที่ล่วงหลับไป 21 เพราะว่าในเมื่อความตายเกิดขึ้นโดยมนุษย์คนหนึ่ง การเป็นขึ้นจากความตายก็เกิดขึ้นโดยมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน 22 เพราะว่าเช่นเดียวกับที่ทุกคนต้องตายโดยเกี่ยวเนื่องกับอาดัม ทุกคนก็จะได้รับชีวิตโดยเกี่ยวเนื่องกับพระคริสต์ 23 แต่ว่าจะเป็นไปตามลำดับ คือพระคริสต์ทรงเป็นผลแรก ต่อจากนั้นก็คือคนทั้งหลายที่เป็นของพระคริสต์ในเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมา

คำนำ

เรื่องการเป็นขึ้นจากความตายของธรรมิกชน  เป็นความหวังใจที่สำคัญมากในหลักความเชื่อของคริสเตียน เพราะพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผลแรกของการเป็นขึ้นจากความตาย และในวันที่พระเยซูจะเสด็จกลับมานั้น ธรรมิกชนที่ตายไปก็จะเป็นขึ้นจากความตาย

1.         อะไรคือการเป็นขึ้นจากความตายของธรรมิกชน

1.1.     เรียกว่าการทรงไถ่ร่างกาย โรม 8.23

และไม่ใช่เท่านั้น แต่เราเองด้วย ผู้ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรก ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญคอยการที่พระเจ้าจะทรงให้มีฐานะเป็นบุตร คือที่จะทรงไถ่กายของเรา

1.2.     ร่างกายที่ตายแล้วในสภาพต่างๆ จะกลับเป็นขึ้นมาอีกครั้ง 1 เทสะโลนิกา 4.14, 16

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์แล้ว โดยพระเยซูนั้น พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้นมากับพระองค์ 16 คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าทูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน

1.3.     ร่างกายและจิตวิญญาณกลับรวมเข้าด้วยกันพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ 1 โครินธ์ 15.51-52

51 นี่แน่ะ ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกกับพวกท่าน คือเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน แต่จะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกคน 52 ในชั่วขณะเดียว ในพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีการเป่าแตร และพวกที่ตายแล้วจะถูกทำให้เป็นขึ้นโดยปราศจากความเสื่อมสลาย แล้วเราจะถูกเปลี่ยนใหม่

 

 

2.         ธรรมิกชนจะเป็นขึ้นจากตายเวลาไหน

2.1.     เมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมาในทองฟ้า 1 ทส 4.16, 1 คร 15.23

16 คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าทูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน

23 แต่ว่าจะเป็นไปตามลำดับ คือพระคริสต์ทรงเป็นผลแรก ต่อจากนั้นก็คือคนทั้งหลายที่เป็นของพระคริสต์ในเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมา

2.2.     มีแต่ผู้เชื่อที่ตายไปแล้วเท่านั้นที่จะเป็นขึ้นจากตาย   วิวรณ์ 20:4-5  

4 ข้าพเจ้าเห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์ และผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นได้รับมอบอำนาจในการพิพากษา ข้าพเจ้าเห็นดวงวิญญาณของคนทั้งหลายที่ถูกตัดศีรษะเพราะการเป็นพยานถึงพระเยซู และเพราะพระวจนะของพระเจ้า พวกเขาไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายหรือรูปของมัน และไม่ได้รับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา เขาทั้งหลายกลับมีชีวิตขึ้นอีกและครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาหนึ่งพันปี 5 (ส่วนคนอื่นๆ ที่ตายไปแล้วไม่ได้กลับมีชีวิตขึ้นอีกจนกว่าจะครบหนึ่งพันปี) นี่แหละคือการเป็นขึ้นจากตายครั้งแรก

3.         จะมั่นใจได้อย่างไรว่าธรรมิกชนจะเป็นขึ้นจากความตายจริง

3.1.     การเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์เป็นหลักประกัน 1 โครินธ์ 15.20-23

20 แต่บัดนี้ พระคริสต์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกของพวกที่ล่วงหลับไป 21 เพราะว่าในเมื่อความตายเกิดขึ้นโดยมนุษย์คนหนึ่ง การเป็นขึ้นจากความตายก็เกิดขึ้นโดยมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน

3.2.     คำสัญญาเรื่องการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์เป็นหลักแห่งความมั่นใจ  ยอห์น 14.1-3

1 อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย 2 ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน 3 เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย

สรุปและหนุนใจ

พี่น้องมั่นใจเถิดว่าผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์  จะเป็นขึ้นจากความตายอย่างแน่นอนเมื่อพระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาครั้งที่สอง  จงเชื่อวางใจพระเยซูคริสต์และรักษาความเชื่อตราบเท่าวันตาย อาเมน