วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

เหลียวหลังแล้วมองไปข้างหน้า พระธรรม: 1 โครินธ์ 10:1-13

 

โครงร่างคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม ค.. 2026


หัวข้อ:             เหลียวหลังแล้วมองไปข้างหน้า

พระธรรม:       1 โครินธ์ 10:1-13

1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่า บรรพบุรุษของเราทั้งสิ้นได้อยู่ใต้เมฆ และได้ผ่านทะเลไปทุกคน 2 ได้รับบัพติศมาในเมฆและในทะเลเข้าสนิทกับโมเสสทุกคน 3 และได้รับประทานอาหารทิพย์ทุกคน  4 และได้ดื่มน้ำทิพย์ทุกคน เพราะว่าเขาได้ดื่มน้ำซึ่งไหลออกมาจากพระศิลาที่ติดตามเขามาพระศิลานั้นคือพระคริสต์ 5 แต่ถึงกระนั้นก็ดีมีคนส่วนมากในพวกนั้นที่พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย เราทราบได้ก็เพราะว่าเขาล้มตายกันเกลื่อนกลาดในถิ่นทุรกันดาร  

 6 เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจพวกเรา ไม่ให้เรามีใจโลภปรารถนาสิ่งที่ชั่วเหมือนเขาเหล่านั้น 7 ท่านทั้งหลายอย่านับถือรูปเคารพเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ประชาชนก็นั่งลงกินและดื่ม แล้วก็ลุกขึ้นเล่นสนุกสนาน   8 อย่าให้เราคบหญิงชั่วเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ แล้วก็ล้มลงตายในวันเดียวสองหมื่นสามพันคน  9 อย่าให้เราลองดีองค์พระผู้เป็นเจ้า เหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ แล้วก็ต้องตายด้วยงูร้าย 10 อย่าให้เราบ่นเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้บ่น แล้วก็ต้องพินาศด้วยองค์เพชฌฆาต 11 เหตุการณ์เหล่านี้ได้บังเกิดแก่เขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และได้บันทึกไว้เพื่อเตือนสติเราทั้งหลาย ซึ่งกำลังประสบวาระสุดท้ายแห่งบรรดายุคเก่า 

12 เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวเองมั่นคงดีแล้วก็จงระวังให้ดี กลัวว่าจะล้มลง 13 ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลายพระเจ้าทรงสัตย์ธรรมพระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อท่านถูกทดลองนั้นพระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้  

คำนำ

การเหลียวมองอดีตไม่ใช่เพื่อจมปลัก แต่เพื่อสำรวจความผิดพลาดและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในพระคุณของพระเจ้า    อัครทูตเปาโลเขียนถึงคริสตจักรในโครินธ์ โดยยกประวัติศาสตร์ของคนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดารมาเป็นบทเรียน เพื่อเตือนสติคริสเตียนที่คิดว่าตนเอง "มั่นคงแล้ว" ให้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต

1.        เหลียวหลัง

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้คิดทบทวนพระคุณพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา

1.1.     ทบทวนพระพรของพระเจ้า (ข้อ 1-5)

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้คิดทบทวนพระคุณพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา

 

1.1.1.  พระพรที่ได้รับ- คนอิสราเอลได้รับความรอด (ผ่านทะเลแดง), การทรงนำและปกป้อง (เมฆ), และการเลี้ยงดู (มานาและน้ำจากพระศิลา)

1.1.2.  แม้ได้รับพระพรมากมาย แต่พระเจ้าไม่พอพระทัยเขาส่วนมาก และเขาก็ล้มตายในถิ่นทุรกันดาร

1.1.3.  เมื่อเราเหลียวหลัง หันไปมองอดีต คิดทบทวนถึงพระคุณของพระเจ้าที่เข้ามาในชีวิต

·              เรื่องของความรอดที่เราได้รับโดยเชื่อวางใจในการไถ่บาปของพระเยซูคริสต์

·              การทรงนำและการปกป้องของพระเจ้าในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

·              การเลี้ยงดูของพระเจ้า การจัดเตรียมที่เกินความเข้าใจ จากอดีตถึงปัจจุบัน

1.1.4.  การทบทวนพระพรนี้ ช่วยให้เรามั่นใจว่าในวันข้างหน้า หรือปีต่อๆ ไป พระเจ้าจะยังทรงนำเราต่อไป ไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาใดๆ พระเจ้ายังทรงสถิตกับเรา ยังทรงเป็นพระเจ้าของเราตลอดไป ฉะนั้นจงเชื่อวางใจพระเจ้าด้วยสุดใจของเรา

 

1.2.     ทบทวนความสัมพันธ์กับพระเจ้า (ข้อ 6-11)

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้ใช้เวลาคิดทบทวนว่า ในปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าเป็นอย่างไร

1.2.1.  (ข้อ 6): ความปรารถนาที่ผิดจากน้ำพระทัยพระเจ้า ความโลภเป็นเหตุ กดว 11.4

1.2.2.  (ข้อ 7): การให้สิ่งอื่นมาเป็นที่หนึ่งแทนพระเจ้า   พวกเขาสร้างรูปวัวทองคำ และเต้นรำเล่นสนุก ถวายให้รูปวัวนั้น ประกาศว่านี่คือพระเจ้าที่นำเราออกจากอียิปต์  อพย 32.6

1.2.3.  (ข้อ 8): ความไม่บริสุทธิ์ในชีวิตและการผิดประเวณีและละทิ้งพระเจ้า เขาไปเล่นชู้กับหญิงชาวโมอับ และไปกราบไหว้พระของชาวโมอับ กดว 25.1

1.2.4.  (ข้อ 9-10): การขาดความวางใจและการไม่สำนึกในพระคุณ กดว 21.5  พวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้าและต่อว่าโมเสสคนของพระเจ้า

เหตุการณ์ในข้อ 6-11 สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่คนอิสราเอลมีต่อพระเจ้า ซึ่งผลก็คือความสัมพันธ์แย่มาก ไม่ดีเลย การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้ทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า ว่าเป็นอย่างไร เรารักที่จะนมัสการ อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ ร่วมสามัคคีธรรมกับพี่น้องในกลุ่มเซลล์และโบสถ์ อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ผ่านทางกิจกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้า

ดังนั้น ปีนี้ให้เราตั้งเป้าว่าจะทำให้ได้เหมือนเดิม .....  จำทำให้ได้มากกว่าเดิม .....  อาเมน!!!!!

2.         มองไปข้างหน้า (ข้อ 12-13)

หมายความว่า ชีวิตยังต้องก้าวต่อไป  สู้ต่อไป  สิ่งที่เคยเจอในปีที่แล้วก็อาจจะเจออีกในปีนี้ บางคนมองไปข้างหน้า

-            ปัญหายังอยู่เหมือนเดิม 

-            หนี้สินยังอยู่เหมือนเดิม

-            ความทุกข์ยากลำบากยังอยู่เหมือนเดิม

-            หลายสิ่งหลายอย่างนั้นยังเหมือนเดิม

2.1.     ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง   "อย่าประมาท" ใครที่คิดว่าตัวเองมั่นคงแล้ว ให้ระวังจะล้มลง

การมองไปข้างหน้า เพื่อเราจะดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ในข้อ 12  บอกว่า เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวเองมั่นคงดีแล้วก็จงระวังให้ดี กลัวว่าจะล้มลง

-            ยิ่งได้รับพระพรมากยิ่งต้องระวังให้มาก

-            ยิ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้ามากยิ่งต้องระวังให้มาก

-            เพราะการทดลองก็จะมากตามมาด้วย

-            มารซาตานก็จะจ้องโจมตีด้วย เหมืออย่างโยบถูกซาตานโจมตีและทดลอง

-            เปโตรบอกว่า ซาตานมันอยู่รอบๆเรา เพื่อหาโอกาสโจมตีเรา

-            ดังนั้นจงมองไปข้าหน้าโดยการมองที่พระเยซูคริสต์ และเลียนแบบพระองค์

2.2.     วางใจในพระสัญญาของพระเจ้า

ให้เรามองไปข้างหน้าด้วยความเชื่อวางใจในพระสัญญาของพระเจ้า ไม่ว่าจะพบเจออะไรก็ตาม มองไปที่พระสัญญาของพระองค์   ให้เราอ่าน ข้อที่ 13 ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่ง

-            เคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย

-            พระเจ้าทรงสัตย์ธรรมพระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้

-            และเมื่อท่านถูกทดลองนั้นพระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย

-            เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้  

พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ: พระองค์จะไม่ปล่อยให้เราถูกทดลองเกินกำลัง   เมื่อมีการทดลอง พระองค์จะทรงให้มี "ทางออก" เสมอ เพื่อให้เรามีความสามารถทนได้

-            ปัญหายังอยู่เหมือนเดิม 

-            หนี้สินยังอยู่เหมือนเดิม

-            ความทุกข์ยากลำบากยังอยู่เหมือนเดิม

-            หลายสิ่งหลายอย่างนั้นยังเหมือนเดิม

จงวางในในพระสัญญาของพระเจ้า  เพราะพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ

3.         บทสรุป

เราเหลียวหลัง เพื่อเรียนรู้ว่าอดีตพระเจ้าทรงนำเราอย่างไรและเราดำเนินในความสัมพันธ์กับพระเจ้าดีขนาดไหน    มองไปข้างหน้า เพื่อเราจะได้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต และเรียนรู้ที่จะไว้วางใจในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า "พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้"