วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

หัวเรื่อง จงเลิกสงสัยจงเชื่อเถอะ พระธรรม ยอห์น 20. 24 – 31

 

โครงร่างคำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2024




 

หัวเรื่อง          จงเลิกสงสัยจงเชื่อเถอะ

พระธรรม       ยอห์น  20. 24 – 31

24 ฝ่าย​โธมัส​ที่​เขา​เรียก​กัน​ว่า​แฝด ซึ่ง​เป็น​สาวก​คน​หนึ่ง​ใน​สิบ​สอง​คน​นั้น ไม่ได้​อยู่​กับ​พวก​เขา​เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จ​มา​ 25 สาวก​อื่นๆ จึง​บอก​โธมัส​ว่า “เรา​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว” แต่​โธมัสต​อบ​เขา​เหล่า​นั้น​ว่า “ถ้า​ข้า​ไม่​เห็น​รอย​ตะปู​ที่​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ และ​ไม่ได้​เอา​นิ้ว​ของ​ข้า​แยง​เข้า​ไป​ที่​รอย​ตะปู​นั้น และ​ไม่ได้​เอา​มือ​ของ​ข้า​แยง​เข้า​ไป​ที่​สีข้าง​ของ​พระ​องค์​แล้ว ข้า​จะ​ไม่​เชื่อ​เลย”

 26 ครั้น​ล่วง​ไป​แปด​วัน​แล้ว เหล่า​สาวก​ของ​พระ​องค์​อยู่​ด้วย​กัน​ใน​บ้าน​นั้น​อีก และโธมัส​ก็​อยู่​กับ​พวก​เขา​ด้วย ประตู​ปิด​แล้ว แต่​พระ​เยซู​เสด็จ​เข้า​มา​ประทับ​ยืน​อยู่​ท่ามกลาง​เขา และ​ตรัส​ว่า “สันติ​สุข​จง​ดำรง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เถิด” 27 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับโธ​มัส​ว่า “จง​ยื่น​นิ้ว​มา​ที่นี่​และ​ดู​มือ​ของ​เรา จง​ยื่น​มือ​ออก​คลำ​ที่​สีข้าง​ของ​เรา อย่า​ขาด​ความ​เชื่อ​เลย จง​เชื่อ​เถิด” 28 โธมัส​ทูล​พระ​องค์​ว่า “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ และ​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์” 29 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เพราะ​ท่าน​ได้​เห็น​เรา​ท่าน​จึง​เชื่อ​หรือ ผู้​ที่​ไม่​เห็น​เรา​แต่​เชื่อ​ก็​เป็น​สุข”

คำนำ

           วันนี้เป็นวันที่ 21 ของการฟื้นคืนพระชนม์ และในพระธรรมตอนนี้เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ในวันที่ 8 ของการฟื้นคืนพระชนม์ โทมัสเป็นสาวกคนเดียว ที่ไม่ได้พบกับพระเยซู และพูดเสียงแข็งว่า ถ้าข้าไม่ได้เห็นด้วยตา และไม่ได้จับต้องด้วยมือ จะไม่เชื่อเด็ดขาด ในเหตุการณ์นี้ พระเยซูตรัสกับโทมัสว่า จงเลิกสงสัยจงเชื่อเถอะ ฉะนั้นวันนี้เราจะมาค่อยครวญ คำรักของพระเยซูคริสต์

 

1.  จงเลิกสงสัย

●    ความสงสัย เท่ากับขาดความเชื่อ หรือ เท่ากับการไม่ได้เชื่อเลย

●    ความสงสัยเป็นเหมือนคลื่นในทะเลเป็นเหมือนคนสองใจ ยก 1.6, 8

6 แต่​จง​ขอ​ด้วย​ความ​เชื่อ​และ​ไม่​สง​สัย เพราะ​ว่า​คน​ที่​สง​สัย​นั้น​เป็น​เหมือน​คลื่น​ใน​ทะ​เล​ที่​ถูก​ลม​พัด​ซัด​ไป​มา 8 เขา​เป็น​คน​สอง​จิต​สอง​ใจ​ไม่​มั่นคง​ใน​บรร​ดา​ทาง​ของ​ตน

●    ผลที่เกิดขึ้น จากความสงสัย คือจะไม่ได้รับสิ่งใดเลยจากพระเจ้า ยก 1.7

7 คนๆ นั้น​จง​อย่า​คิด​เลย​ว่า​จะ​ได้​รับ​สิ่ง​ใด​จาก​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า

2.  จงเชื่อเถิด

●     ความเชื่อตรงกันข้ามกับความสงสัย

หมายถึง การยอมรับต่างๆ ว่าเป็นจริง มีอยู่จริง และมีอำนาจที่จะบันดาลให้เกิดผลดีหรือผลร้ายต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงด้วยเหตุผล แต่เป็นที่ยอมรับกันในกลุ่มชนหรือสังคม  ฮบ 11.1  ความ​เชื่อ​คือ​ความ​แน่ใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​หวัง​ไว้ เป็น​ความ​รู้สึก​มั่นใจ​ว่า สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่ได้​เห็น​นั้น​มี​จริง​

●    ความเชื่อ เกิดจากสองสาเหตุ

○    เกิดจากการมีประสบการณ์โดยตรง  ข้อ 25, 30

-       ประสบการณ์การตอบคำอธิษฐาน

-      ประสบการณ์ในการอัศจรรย์

-      ประสบการณ์ในพระพร

-      ประสบการณ์เนื่องในฤทธิ์เดชอย่างเปาโล

○    และเกิดจากการได้ยินได้ฟังข่าวประเสริฐ  ข้อ 31, รม 10.17

31 แต่​การ​ที่​ได้​บันทึก​เหตุการณ์​เหล่า​นี้​ไว้ ​ก็​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า ​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​พระ​คริสต์​ ​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า และ​เมื่อ​มี​ความ​เชื่อ​แล้ว ท่าน​ก็​จะ​มี​ชีวิต​โดย​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​    17 ฉะนั้น​ความ​เชื่อ​เกิดขึ้น​ได้​ก็​เพราะ​การ​ได้​ยิน และ​การ​ได้​ยิน​เกิดขึ้น​ได้​ก็​เพราะ​การ​ประกาศ​พระ​คริสต์​

●    ความเชื่อแท้ คือการยอมรับว่า พระเยซูคริสต์ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้อ 28, 31

​         โธมัส​ทูล​พระ​องค์​ว่า “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ และ​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์”  ก็​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า ​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​พระ​คริสต์​ ​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า

3.  ผลของความเชื่อ

●    ข้อ 28 พระเยซูตรัสว่า ผู้ที่ไม่เห็นแต่เชื่อ ก็เป็นสุข   มีความหมายอีกอย่างคือ ชีวิตที่ครบบริบูรณ์   อิ่มแล้ว  เพียงพอแล้ว หลุดพ้นจากบาปแล้ว

●    ข้อ 31 อัครสาวกยอน บอกว่า ผู้ที่เชื่อ จะมีชีวิตนิรันดร์ จะได้อยู่กับพระเจ้าตลอดไปทั้งโลกนี้และหลังความตาย

สรุป

การเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์ เป็นการยืนยัน ถึงความเป็นพระเจ้า ของพระองค์ และการ ช่วย มนุษย์ให้รอด ของพระองค์นั้นสำเร็จแล้ว ดังนั้นผู้ที่เชื่อ คือผู้ที่ยอมรับว่า พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า และทรงเป็นพระเจ้า เป็น พระเจ้าของ ข้าพเจ้า ผู้นั้นจะเป็นสุข และมีชีวิตนิรันดร์แน่นอน