วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2566

โครงร่างคำเทศนา ถวายขอบพระคุณ คริสตจักรพระคุณเชียงราย

 

โครงร่างคำเทศนา ถวายขอบพระคุณ  คริสตจักรพระคุณเชียงราย

 


คำนำ

คนอิสราเอลจะมีการถวายพืชผลอยู่สองช่วงต่อปี ช่วงแรกคือเทศกาลสัปดาห์ (ฉลองการเก็บเกี่ยวข้าว) ต่อมาเรียกว่าเทศกาลเพ็นเทคอสต์ (50 วันหลังเทศกาลปัสกา) ช่วงที่สองคือเทศกาลอยู่เพิง เป็นการถวายทศางค์จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างๆ ในวันที่ 15 เดือนที่ 7

พระธรรม        อพยพ 23.16, ลนต 23.9-21, 39-43, ฉธบ 16.12-15, 26.3-15

Exod 23:16 และ​จง​ถือ​เทศ​กาล​เลี้ยง​ฉลอง​การ​เก็บ​เกี่ยว​พืช​ผล​แรก​ที่​เกิด​จาก​แรง​งาน​ของ​เจ้า ซึ่ง​เจ้า​ได้​หว่าน​พืช​ลง​ใน​นา เจ้า​จง​ถือ​เทศ​กาล​เลี้ยง​ฉลอง​การ​เก็บ​พืช​ผล​ปลาย​ปี เมื่อ​เจ้า​เก็บ​พืช​ผล​จาก​ทุ่ง​นา​อัน​เป็น​ผล​งาน​ของ​เจ้า

Exod 23:19 “จง​นำ​ส่วน​ที่​ดี​ที่​สุด​ของ​พืช​ผล​แรก​จาก​ที่​ดิน​ของ​เจ้า​มา​ยัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า “อย่า​ต้ม​เนื้อ​ลูก​แพะ​ด้วย​น้ำ​นม​ของ​แม่​มัน​เลย

หัวข้อ              การถวายผลแรกและการถวายพืชผล

1.        เบื้องหลังความเป็นมา   ลนต 23.9-21, 39-43, ฉธบ 16.12-15, 26.3-15

1.1.   เป็นข้อกำหนดเมื่อคนอิสราเอลเข้าไปอาศัยในแผ่นดินคานาอัน

1.2.   เริ่มจากให้ถวายข้าวกำแรก ให้ปุโรหิตทำพิธีถวายแด่พระเจ้า ในวันที่ 1 หลังเทศกาลปัสกา

1.3.   เมื่อครบ 7 สัปดาห์หรือ 50 วัน ให้นำข้าวใหม่มาถวายแด่พระเจ้า เฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน

1.4.   ทุกวันที่ 15 เดือน 7 เทศกาลอยู่เพิง ให้มีการเลี้ยงฉลองนำพืชผลต่างๆ มาถวายเป็นทศางค์ เฉลิงฉลองและนอนเต้นท์ 7 วัน

2.        สาเหตุที่ให้มีการถวายผลแรกและถวายทศางค์พืชผล

2.1.   เพื่อจะเป็นที่โปรดปราณในสายพระเนตรของพระเจ้า ลนต 23.11

 และ​ปุโร​หิต​จะ​นำ​พืช​ผล​ส่วน​นั้น ทำ​พิธี​โบก​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์ เพื่อ​พวก​เจ้า​จะ​เป็น​ที่​โปรด​ปราน  (ถวายเกียรติ)

2.2.   เพื่อระลึกถึงการเลี้ยงดูและการอวยพระพรของพระเจ้า ฉธบ 16.12,15

ท่าน​จง​ถือ​เทศกาล​นั้น​แด่​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​เจ็ด​วัน ณ สถานที่​ซึ่ง​พระ​เยโฮวาห์​ทรง​เลือก​ไว้ เพราะ​ว่า​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​จะ​ทรง​อำนวย​พระ​พร​แก่​พืชผล​ของ​ท่าน และ​แก่​ผลงาน​ที่​มือ​ท่าน​กระทำ เพื่อ​ว่า​ท่าน​จะ​มี​แต่​ความ​ปีติ​ยินดี

2.3.   เพื่อระลึกถึงพันธสัญญาของพระเจ้าที่ทำต่อบรรพบุรุษ ฉธบ 26.3,5-10

ท่าน​จง​ไป​หา​ปุโรหิต​ผู้​ประจำ​เวร​อยู่​ใน​เวลา​นั้น และ​กล่าว​แก่​เขา​ว่า ‘ข้าพเจ้า​ยอมรับ​ใน​วันนี้​แด่​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ว่า ข้าพเจ้า​ได้​เข้า​มา​ใน​แผ่นดิน​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​ปฏิญาณ​แก่​บรรพ​บุรุษ​ว่า​จะ​ประทาน​แก่​เรา​ทั้ง​หลาย’

2.4.   เพื่อเลี้ยงดูคนเลวีคนต่างด้าวเด็กกำพร้าหญิงหม้าย ท่ามกลางเรา (ทุกๆ 3 ปี) ฉธบ 26.12

“เมื่อ​ท่าน​ถวาย​ทศางค์​จาก​ผลไม้​ของ​ท่าน​เสร็จ​แล้ว ใน​ปี​ที่​สาม​อัน​เป็น​ปี​ทศางค์ คือ​ให้​ทศางค์​นั้น​แก่​คน​เลวี​และ​คน​ต่างด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่ม่าย เพื่อ​เขา​จะ​ได้​รับประทาน​ให้​อิ่ม​หนำ ภาย​ใน​เมือง​ของ​ท่าน

2.5.   เพื่อขอพระเจ้าอวยพรพืชผลในปีต่อๆ ไป ฉธบ 26.15

ขอ​พระ​องค์​ทอด​พระ​เนตร​จาก​สถาน​ประทับ​บริสุทธิ์​ของ​พระ​องค์ คือ​จาก​สวรรค์ และ​ขอ​ทรง​อำนวย​พระ​พร​แก่​อิสราเอล​ประชากร​ของ​พระ​องค์ และ​แก่​ที่ดิน ซึ่ง​พระ​องค์​ประทาน​แก่​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย ดังที่​พระ​องค์​ทรง​ปฏิญาณ​ไว้​กับ​บรรพ​บุรุษ​ของ​ข้า​พระ​องค์ เป็น​แผ่นดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์’

3.        คริสเตียนจะถวายขอบพระคุณพระเจ้าอย่างไร

3.1.   ด้วยจิตใจที่สำนึกในพระคุณความรอดที่พระเจ้าประทาน การอวยพร การปกป้อง การทรงนำในการดำเนินชีวิต

3.2.   ถวายพืชผลแรกโดยชัก 1 ใน 10 หรือทศางค์ของผลผลิต ที่ดีที่สุดมาถวาย

3.3.   ระลึกถึงผู้รับใช้ มิชชั่นนารี คนยากจน เด็กกำพร้า หญิงหม้าย ฉธบ 26.12

3.4.   คนที่ไม่ได้ทำไร่-สวน สภษ 3.9 ให้ถวายด้วยทรัพย์สินของตน

 

สรุป     การถวายขอบพระคุณพระเจ้าเป็นหน้าที่ ไม่ใช่ทางเลือกที่จำทำหรือไม่ทำก็ได้ เราสามารถถวายขอบพระคุณพระเจ้าได้ทุกวัน   ทุกวันอาทิตย์  ทุกเดือนและทุกปี  ขอพระเจ้าได้รับเกียรติ อาเมน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น