วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

คนในสมัยพระคัมภีร์เดิมได้รับความรอดอย่างไร?

 

คนในสมัยพระคัมภีร์เดิมได้รับความรอดอย่างไร?


หนึ่งในคำถามที่สร้างความสับสนให้กับคริสเตียนและผู้ศึกษาพระคัมภีร์มาทุกยุคทุกสมัยคือ "คนในสมัยพระคัมภีร์เดิม (พันธสัญญาเดิม) เขาได้รับความรอดอย่างไร?"

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า แผนการความรอดของพระเจ้าถูกแบ่งออกเป็นสองซีกโลกอย่างเด็ดขาด คือ ยุคเก่ารอดด้วยการเชื่อฟังและรักษาบัญญัติ ส่วนยุคใหม่รอดด้วยพระคุณและความเชื่อในพระเยซูคริสต์ แต่ถ้าเราศึกษาพระคัมภีร์อย่างถี่ถ้วน เราจะพบความจริงที่สวยงามว่า พระเจ้ามีแผนการความรอดเพียงแผนการเดียวมาโดยตลอด นั่นคือ "โดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ"


1. หน้าที่ของธรรมบัญญัติ: 

เหตุผลที่คนในสมัยพระคัมภีร์เดิมไม่ได้รอดด้วยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะมนุษย์ทุกคนที่สืบเชื้อสายมาจากอาดัมมีเนื้อหนังที่เสื่อมทรามจากความบาป (ปฐมกาล 2:17, 3) จึงไม่มีมนุษย์คนใดสามารถรักษาธรรมบัญญัติอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100%

หากมาตรฐานของความรอดคือการเชื่อฟังอย่างไร้ที่ติ ก็จะไม่มีใครรอดเลย อัครทูตเปาโลได้อธิบายหน้าที่แท้จริงของธรรมบัญญัติไว้ใน โรม 3:20 อย่างชัดเจนว่า:

"เพราะฉะนั้นจึงไม่มีมนุษย์คนใดถูกชำระให้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เราฮึดสู้กับบาปและรู้ว่าตนมีบาป"

ธรรมบัญญัติจึงเปรียบเสมือน "กระจกเงา" ที่ส่องให้คนในยุคนั้นเห็นว่าพวกเขาสกปรกและต้องการการชำระ หรือเปรียบเหมือน "ครูควบคุม" (กาลาเทีย 3:24) ที่จูงมือพวกเขาให้ตระหนักว่า ตนเองต้องการ "ผู้ช่วยให้รอด" มากแค่ไหน


2. ความรอดได้รับโดยความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า  

หากพวกเขาไม่ได้รอดด้วยการประพฤติ แล้วพวกเขารอดอย่างไร? คำตอบคือ "รอดด้วยความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า"

ความแตกต่างระหว่างเรา (คนในยุคพันธสัญญาใหม่) กับพวกเขา (คนในยุคพันธสัญญาเดิม) อยู่ที่ "ทิศทางของเวลา" เท่านั้นเอง:

  • พวกเราในปัจจุบัน: มอง ย้อนกลับไป ในอดีต ด้วยความเชื่อในสิ่งที่พระเยซูทรงทำสำเร็จแล้วบนไม้กางเขน

  • พวกเขาในอดีต: มอง ไปข้างหน้า ในอนาคต ด้วยความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้าว่าพระองค์จะทรงส่ง "ผู้ไถ่" หรือ "พระเมสสิยาห์" เสด็จมา


ตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดคือ อับราฮัม พระคัมภีร์บันทึกใน ปฐมกาล 15:6 ว่า "อับรามเชื่อพระยาห์เวห์ ความเชื่อนั้นพระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน" อับราฮัมได้รับการนับว่าเป็นผู้ชอบธรรม (รอด) ก่อนที่จะมีบัญญัติสิบประการหรือกฎพิธีสัตวบูชาของโมเสสเสียด้วยซ้ำ ท่านรอดเพราะท่าน "เชื่อ" ในพระสัญญาของพระเจ้า และพระเยซูเองก็ทรงยืนยันว่า อับราฮัมเล็งเห็นวันของพระองค์และชื่นชมยินดี (ยอห์น 8:56)


3. ระบบเครื่องบูชา: "เงา" ที่เล็งถึงพระคริสต์

  ในความเป็นจริง เลือดสัตว์ไม่ได้มีพลังอำนาจวิเศษในการลบล้างความผิดบาปของมนุษย์ได้ชั่วนิรันดร์ ดังที่ ฮีบรู 10:4 กล่าวว่า "เพราะเลือดโคและเลือดแพะไม่สามารถชำระบาปให้สิ้นไปได้เลย"

แต่ระบบสัตวบูชาเป็น "ภาพสะท้อน" หรือ "เงา" ของสิ่งที่ดีกว่าที่จะมาถึง ทุกครั้งที่ชาวอิสราเอลสารภาพบาปและเอามือวางบนหัวแกะที่ไร้ตำหนิก่อนจะฆ่ามัน พวกเขาไม่ได้กำลังพึ่งพาแกะตัวนั้น แต่พวกเขากำลังแสดงออกถึง ความเชื่อ ว่าพระเจ้าจะทรงรับเครื่องบูชาแทนบาปของพวกเขา และในที่สุด พระเจ้าจะทรงประทาน "พระเมษโปดก (ลูกแกะ) ของพระเจ้า" ที่แท้จริงมาแบกบาปของโลกไป (ยอห์น 1:29)

เมื่อพวกเขาถวายสัตวบูชาด้วยท่าทีที่กลับใจและเชื่อในพระสัญญา  หมายถึงเข้าเชื่อในการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู (ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตเวลานั้น) มาชำระบาปให้กับพวกเขาไว้ล่วงหน้า

4. มุมมองของโมเสส: บัญญัติ เครื่องบูชา และผู้ไถ่ที่กำลังจะมา

เมื่อพูดถึงโมเสส เรามักนึกถึง “กฎบัญญัติสิบประการ” และกฎระเบียบที่เข้มงวด จนบางครั้งเราเผลอคิดว่าโมเสสสอนเรื่องความรอดด้วยการประพฤติ แต่ถ้าเราเจาะลึกเข้าไปในชีวิตและการเขียนของโมเสส (เบญจบรรณ หรือพระคัมภีร์ 5 เล่มแรก) เราจะพบว่าโมเสสมีมุมมองเกี่ยวกับความรอดที่ลึกซึ้ง และชี้ตรงไปที่ "ความรอดโดยความเชื่อในพระคริสต์" ผ่าน 3 ภาพสะท้อนสำคัญนี้ครับ:

4.1. ความรอดด้วยโลหิต (เหตุการณ์ปัสกา)

ก่อนที่พระเจ้าจะประทานธรรมบัญญัติที่ภูเขาซีนาย  โมเสสได้นำชนชาติอิสราเอลผ่านเหตุการณ์ "ปัสกา" (Passover) ในอพยพ บทที่ 12

  • คืนนั้น ทูตแห่งความตายจะข้ามผ่านบ้านทุกหลังที่มี "โลหิตของลูกแกะที่ไร้ตำหนิ" ทาไว้ที่วงกบประตู

  • ความรอดของบุตรหัวปีในคืนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ครอบครัวนี้เป็นคนดีแค่ไหน” หรือ “พวกเขาเชื่อฟังธรรมบัญญัติได้ครบถ้วนหรือไม่” (เพราะตอนนั้นยังไม่มีธรรมบัญญัติเลย) แต่ขึ้นอยู่กับ ความเชื่อและการยอมจำนนในการเอาโลหิตแกะมาทาไว้

  • โมเสสกำลังสอนว่า: ความรอดเริ่มต้นด้วยโลหิตของตัวแทนที่ยอมตายแทนเราเสมอ ซึ่งเล็งถึงพระเยซูคริสต์ผู้เป็นลูกแกะปัสกาที่แท้จริง

4.2. แค่มองด้วยความเชื่อก็รอด (งูทองสัมฤทธิ์ในถิ่นทุรกันดาร)

ในเหตุการณ์กันดารวิถี บทที่ 21 เมื่อชาวอิสราเอลบ่นต่อว่าพระเจ้าและโมเสส จนถูกงูพิษกัดล้มตายเป็นจำนวนมาก โมเสสไม่ได้บอกให้พวกเขา “กลับไปพยายามทำความดีเพื่อแก้ตัว” หรือ “พยายามรักษาธรรมบัญญัติให้ดีขึ้นเพื่อจะหายดี”

  • แต่พระเจ้าสั่งให้โมเสสทำ "งูทองสัมฤทธิ์" ยกขึ้นบนเสา และสัญญาว่า "ทุกคนที่ถูกกัด เมื่อมองดูงูนั้น ก็จะรอดชีวิต"

  • การ "มองดู" คือภาพง่ายๆ ของ ความเชื่อและการไว้วางใจ คนที่ยอมละสายตาจากบาดแผลของตัวเอง แล้วเงยหน้ามองสิ่งประทานของพระเจ้าด้วยความเชื่อก็รอดชีวิต

  • พระเยซูคริสต์ทรงหยิบยกเหตุการณ์นี้ของโมเสสมาอธิบายเรื่องความรอด  ใน ยอห์น 3:14-15 ว่า: "โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารอย่างไร บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นอย่างนั้น เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์"

4.3. ตัวโมเสสเองก็รอดด้วยความเชื่อในพระคริสต์

พระธรรมฮีบรูได้เฉลยความจริงข้อนี้ไว้อย่างน่าทึ่งใน ฮีบรู 11:24-26 ว่า:

"โดยความเชื่อ เมื่อโมเสสโตแล้ว ท่านปฏิเสธที่จะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของธิดากษัตริย์ฟาโรห์... ท่านถือว่าการถูกเหยียดหยามเพื่อเห็นแก่ พระคริสต์ ล้ำค่ากว่าสมบัติทั้งหลายของอียิปต์ เพราะท่านคอยดูบำเหน็จที่จะได้รับนั้น"

ข้อนี้เผยให้เห็นว่า โมเสสไม่ได้พึ่งพาตำแหน่งสิทธิพิเศษในอียิปต์ และไม่ได้พึ่งพาคุณงามความดีของตนเอง แต่ท่านยอมทนทุกข์ร่วมกับประชากรของพระเจ้า เพราะท่านมีความเชื่อและมองตรงไปที่ "พระคริสต์" (ผู้ไถ่ที่พระเจ้าสัญญาไว้)  แม้ว่าในตอนนั้นพระเยซูจะยังไม่ได้เสด็จมาบังเกิดก็ตาม

นอกจากนี้ ใน เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15 โมเสสยังพยากรณ์ถึงพระเมสสิยาห์ไว้ด้วยว่า: "พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงให้ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งเหมือนข้าพเจ้าเกิดขึ้นในหมู่พวกท่าน... พวกท่านต้องฟังผู้นั้น"

สำหรับโมเสสแล้ว "ธรรมบัญญัติ" มีไว้เพื่อชี้ให้เห็นมาตรฐานความบริสุทธิ์ของพระเจ้า เพื่อให้มนุษย์รู้ตัวว่าทำไม่ได้ด้วยกำลังของตนเอง และต้องการพระคุณ (ดังที่โมเสสพูดถึงเรื่องการตัดใจ 'สุนัตใจ' ในเฉลยธรรมบัญญัติ 30:6)

ดังนั้น ในมุมมองของโมเสส ความรอดจึงไม่ใช่การปีนบันไดแห่งการทำดีขึ้นไปหาพระเจ้า แต่เป็นการต้อนรับพระสัญญาของพระเจ้าด้วยใจเชื่อ—ไม่ว่าจะเป็นการทาโลหิตแกะปัสกา หรือการเงยหน้ามองงูทองสัมฤทธิ์บนเสา ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของ "พระคุณผ่านทางความเชื่อ" ที่โมเสสได้วางรากฐานไว้ให้เราเห็นอย่างชัดเจน

5. บทสรุป: พระเจ้าผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

พระธรรมฮีบรูบทที่ 11 ได้รวบรวมรายชื่อผู้เผยพระวจนะและวีรบุรุษในยุคเก่ามากมาย และสรุปว่าทุกคนดำรงชีวิตและตาย "โดยความเชื่อ"

  แผนการแห่งความรอด  ของพระเจ้านั้นสอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกันตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงวิวรณ์   ไม่มีระบบเก่าระบบใหม่ในแง่ของเงื่อนไขความรอด มนุษย์ในทุกยุคสมัยรอดได้ทางเดียว  ผ่านทางผู้โปรดปรานคนเดียว คือ พระเยซูคริสต์

คนในสมัยพระคัมภีร์เดิมรอดโดยความเชื่อในพระคริสต์ผู้ "กำลังจะเสด็จมา" ส่วนพวกเรารอดโดยความเชื่อในพระคริสต์ผู้ "เสด็จมาแล้วและจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง" พระเกียรติทั้งสิ้นจึงเป็นของพระเจ้าผู้ทรงรักษาพระสัญญาในทุกยุคทุกสมัยอย่างแท้จริง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น