โครงคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2022
พระธรรม ฟิลิปปี 4. 4 - 7
หัวเรื่อง : ชัยชนะเหนือความกดดัน
คำนำ
สภาพเศรษฐกิจและสังคมทุกวันนี้ สร้างความกดดันมากมายจริงๆ
แต่คริสเตียนสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะเหนือความกดดันได้ ด้วยการมอบภาระปัญหาที่กดดันนั้น
ไว้กับพระเจ้า
ผู้ทรงสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อันเลวร้ายให้กลายเป็นพระพร จากพระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้ ให้เรามาใคร่ครวญอีกครั้ง
ว่าจะเอาชนะความกดดันที่เกิดขึ้นได้อย่างไร...
โครงเรื่อง
1.
ต้องไม่ท้อแท้ในจิตใจ (ข้อ 4)
1.1
โดยชื่นชมยินดีในพระเจ้า ฮบก 3.18-19
1.2
ชื่นชมยินดีทุกเวลา สดุดี 5:11
1.3
จงชื่นชมยินดีเถิด ฟิลิปปี 1:19
2.
ต้องไม่ตระหนกตกใจ (ข้อ 5)
2.1
เพราะเป็นโอกาสสำแดงความเชื่อออกมาต่อหน้าคนทั้งปวง
2.2 เพราะพระเจ้าทรงสถิตด้วย “
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว” สดด 46.1, สดด
139
3.
ต้องไม่กระวนการวายใจ (ข้อ 6)
3.1
เพราะพระเจ้าจะทรงฟังคำอธิษฐาน สดุดี 31:7 , 139:2 , 139:4
3.2
เพราะพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐาน ลูกา 18.1-8, เยเรมีย์ 33.
สรุป
ทุกคนมีความกดดัน
ทุกๆ วันเราเผชิญกับความกดดัน ทุกๆ
การงานที่ทำมีความกดดัน ให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ที่สามารถช่วยเราให้เอาชนะความกดดันได้
1. ต้องไม่ท้อแท้ในจิตใจ (ข้อ 4)
“จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด”
พระธรรมสุภาษิตกล่าวว่า
“ใจร่าเริง เป็นยาอย่างดี” หาดคริสเตียนเกิดความท้อแท้ในจิตในแล้ว
เราคงไม่สามาถมีกำลังใจทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้
เคล็ดลับแรกของการมีชัยชนะเหนือความกดดันคือ
เราต้องไม่ย่อท้อหรือมีความท้อแท้ในจิตใจ
1.1 โดยชื่นชมยินดีในพระเจ้า
ฮบก 3.18-19
เปาโลหนุนใจพี่น้องที่คริสตจักรเมืองฟิลิปปี เนื่องจากพวกเขามีความกดดันจากรัฐบาลโรม
เกี่ยวกับเสรีภาพในการนับถือศาสนา ขณะเดียวกันเปาโลเองก็ตกในที่นั่งลำบาก
โดยถูกจองจำในคุกที่กรุงโรม
ทั้งสองเหตุการณ์นี้ สร้างแรงกดดันให้กับคริสตจักรฟิลิปปีเป็นอย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่เปาโลหนุนในก็คือ ไม่ว่าความกดดันนี้จะมากหรือจะน้อย จะสั้นหรือจะยาว
คริสตจักรของพระเจ้าต้องไม่ย่อท้อในจิตใจ แต่ให้มีจิตใจที่ชื่นชมยินดีในพระเจ้า
การที่เราแสดงความชื่นชมยินดีในพระเจ้า ในสถาานการณ์ความกดดันเช่นนั้น
เป็นการแสดงออกให้เห็นว่า เราเชื่อและไว้วางใจในพระเจ้า เรายอมรับในน้ำพระทัยของพระเจ้าทั้งที่ดี
และทั้งที่ไม่ดี โดยเรายังสามารถขอบคุณพระเจ้า
นมัสการพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้มันจะสร้างความกดดันให้กับเรา
และทำร้ายจิตใจ ความรู้สึกก็ตาม
ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า 19 พระเยโฮวาห์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้งหลายของข้าพเจ้า
ฉะนั้นพระวจนะของพระเจ้าจึงกล่าวว่า
“จงขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี
เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าเพื่อเราทั้งหลาย”
1.2 โดยชื่นชมยินดีทุกเวลา
(หมายถึงร้องเพลงนมัสการพระเจ้า)
สดุดี 5:11 แต่ให้คนทั้งปวงที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์นั้นเปรมปรีดิ์ ให้เขาร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีอยู่เสมอ และขอทรงป้องกันเขาไว้ เพื่อคนที่รักพระนามของพระองค์จะปรีดาปราโมทย์อยู่ในพระองค์
1.3 จงชื่นชมยินดีเถิด
ฟิลิปปี 1:19 ข้าพเจ้าจะมีความชื่นชมยินดีต่อไปด้วย เพราะข้าพเจ้ารู้ว่า โดยคำอธิษฐานของท่านและโดยการช่วยเหลือของพระวิญญาณแห่งพระเยซูคริสต์ นี้จะเป็นเหตุให้ข้าพเจ้ารับการช่วยกู้
ความทุกข์ยากลำบากหาใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายไม่ แท้จริงมันคือพระพร
มันเป็นเครื่องมือในการฝึกคนของพระเจ้าให้มีความแข็งแกร่ง
เลน่า มาเรีย
หญิงที่เกิดมาพร้อมกับความกดดันในชีวิต แขนและขาที่พิการตั้งแต่เกิด
ความกดดันนั้นหาใช่เป็นของเธอเพียงคนเดียวไม่ แต่ทั้งผู้เป็นพ่อแม่
และญาติพี่น้องของเธอด้วย คำพูดประโยคหนึ่งของ
เลน่า มาเรีย เธอกล่าวว่า “การที่ฉันเกิดมาในสภาพเช่นไรในสายตาคนอื่นนั้นไม่สำคัญ
แต่การที่ฉันเป็นคนเช่นไรในสายพระเนตรพระเจ้าต่างหากที่สำคัญ” เธอสามารถเอาชนะความกดดันได้จนกลายเป็นพระพร
เธอมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะนักกีฬาว่ายน้ำ นักร้อง และอื่น ๆ
ดังนั้นคริสเตียนไม่ควรท้อแท้ในจิตใจ
แต่ให้เราชื่นชมยินดีในพระเจ้าทุกเวลา ชื่นชมในความทุกข์ยากลำบาก
เพราะหากเราไม่ย่อท้อแล้วเราก็มีกำลังที่จะเอาชนะความกดดันได้
โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังเราทั้งหลาย
2. ต้องไม่ตระหนกตกใจ (ข้อ 5)
“จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”
เคล็ดลับการมีชัยชนะเหนือความกดดันประการที่สองคือ
ต้องไม่ตระหนกตกใจ แต่จงมีสติสัมปชัญญะ
เพราะเราจะพบหนทางในการแก้ไขสถานการณ์ที่มีความกดดันได้ การตระหนกตกใจ
อาจทำให้เราเกิดความผิดพลาดได้ง่าย หรืออาจเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้
จงอย่าตระหนกตกใจ เพราะว่า…
2.1 เพราะเป็นโอกาสสำแดงความเชื่อออกมาต่อหน้าคนทั้งปวง
“จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง”
เราสำแดงความเชื่อในพระเจ้าให้คนทั้งปวงเห็นได้ดีที่สุด
ก็เมื่อเราต้องเผชิญกับความกดดันในชีวิต
ให้เราสำแดงความเชื่อในพระเจ้าออกมาไม่ใช่แสดงความตระหนกตกใจ จงอย่าตกใจ แต่จงแสดงความเชื่อออกมาเป็นคำพูดและการกระทำต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อคนทั้งปวง
2.2 เพราะพระเจ้าทรงสถิตด้วย “
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว”
สดด 46.1 พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก
พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์สัพพัญญู
คือพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่ง ทรงอยู่ทุกหนแห่ง
พระองค์จะทรงอยู่กับเราในทุกที่ทุกแห่งหนเช่นกัน โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องเผชิญกับความกดดัน (สดด 139)
ในครอบครัวหนึ่งมีลูกสาวอยู่สองคน คุณแม่ทำงานไกลบ้าน กว่าจะกลับก็มืดค่ำ
เด็กหญิงทั้งสองต้องอยู่กับพ่อหลังจากโรงเรียนเลิก
ทั้งสองจะเล่นในบ้านอยู่เป็นประจำทุกวันอย่างมีความสุข เวลาผ่านไประยะหนึ่ง
เด็กทั้งสองรู้สึกกลัวเนื่องจากความเงียบ จึงร้องเรียกหาคุณพ่อ “คุณพ่อ ๆ” ด้วยเสียงที่เกิดจากความตกใจ “พ่ออยู่นี่ลูก” เมื่อเด็กทั้งสองรู้ว่าพ่ออยู่ใกล้แม้จะไม่เห็นก็ตาม
ทั้งสองจึงเล่นต่อไปอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าพ่อไม่ได้ทิ้งไว้โดยลำพัง
แต่คุณพ่ออยู่ใกล้ ๆ นี่เอง
พี่น้องทั้งหลาย พระเจ้าทรงอยู่กับเรา ทรงอยู่ใกล้ ๆ เรานี่เอง
พระองค์ทรงคอยปกป้องและอุ้มชูเรา
แม้ว่าเราจะต้องเผชิญกับความกดดันในชีวิตประจำวัน จงจำไว้ว่า อย่าตระหนกตกใจ เพราะพระเจ้าทรงอยู่กับเราแล้ว พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของเราแล้ว
3. ต้องไม่กระวนการวายใจ (ข้อ 6)
“อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน
กับการขอบพระคุณ”
3.1 เพราะพระเจ้าจะทรงฟังคำอธิษฐาน
พระคำของพระเจ้าบอกชัดเจนว่า
ให้เราทูลเรื่องความปารถนาของเราต่อพระองค์
อธิษฐานบอกกับพระองค์
เพาระพระองค์ทรงทราบถึงความปารถนาของเรา เพียงแต่เราบอกความรู้สึก บอกความต้องการ
สดุดี 31:7 ข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์และยินดีในความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงทอดพระเนตรความทุกข์ใจของข้าพระองค์ พระองค์ทรงทราบเรื่องความทุกข์ยากของข้าพระองค์
สดุดี139:2 เมื่อข้าพระองค์นั่งลงและลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงประจักษ์ในความคิดของข้าพระองค์ได้แต่ไกล
สดี139:4 ข้าแต่พระเจ้า แม้ก่อนที่ลิ้นของข้าพระองค์จะพูด พระองค์ก็ทรงทราบความเสียหมดแล้ว
เมื่อท่านทั้งหลายต้องเผชิญความกดดันในการดำเนินชีวิต
อาจทำให้ท่านขาดสันติสุข กระสับกระส่าย จงอธิษฐานบอกกับพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านอยู่
3.2 เพราะพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐาน
อุปมา
มีเจ้าเมืององค์หนึ่ง เป็นกษัตริย์ที่โหดร้าย และอยุติธรรม มีหญิงหม้ายคนหนึ่งมาของให้ท่านประทานความยุติธรรม
ฝ่ายเจ้าเมืองนั้นไม่ทำอะไรจนช้านาน
แต่ภายหลังเขานึกในใจได้ว่า
แม้เราจะไม่ยำเกรงพระเจ้า ไม่เกรงใจมนุษย์
แต่เพราะแม่หม้ายคนนี้มากวนใจเราให้ลำบาก เราจะให้ความยุติธรรมแก่นาง
เพื่อมิให้นางมารบกวนเราบ่อย ๆ ให้รำคราญใจ (ลูกา 18.1-8)
พระเจ้าทรงเป็นพ่อของเราทั้งหลาย
พ่อที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือลูก ๆ ของพระองค์
ปัญหามักอยู่ที่เราทั้งหลายไม่รู้จักพระทัยของพระองค์ ถ้าเรารู้จักพระทัยของพระองค์
เราก็รู้ว่ารพะเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานของเราอย่างแน่นอน “พระเจ้าช่วยได้
คือพระเจ้าช่วยทัน
พระเจ้าช่วยไม่ทันคือพระเจ้าช่วยไม่ได้”
ดังนั้น
เมื่อเราต้องเผชิญกับการทดลอง ความกดดันในชีวิต
ให้ท่านอธิษฐานเพราะพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของท่านอย่างแน่นอน “จงทูลเรา และเราจะตอบเจ้า และจะบอกสิ่งที่ใหญ่ยิ่งและที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเจ้าไม่รู้นั้นให้แก่เจ้า” (เยเรมีย์ 33.3)
มธ 7.7 ขอ หา เคาะ
สรุป
ทุกคนมีความกดดัน
ทุกๆ วันเราเผชิญกับความกดดัน ทุกๆ
การงานที่ทำมีความกดดัน
ให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ที่สามารถช่วยเราให้เอาชนะความกดดันได้
ร้องเพลง คีย์ C พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัย
เมื่อพายุพัดมาและฟ้าคำราม