วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568

โครงเทศนาเรื่อง : ความจริงที่พระเยซูอยากบอกท่านในวันคริสต์มาส

 

โครงเทศนาเรื่อง : ความจริงที่พระเยซูอยากบอกท่านในวันคริสต์มาส



พระธรรม        ยอห์น 3:1-21

1 มีชายคนหนึ่งในพวกฟาริสีชื่อนิโคเดมัส เป็นขุนนางของพวกยิว 2 ชายผู้นี้ได้มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนทูลพระองค์ว่าท่านอาจารย์เจ้าข้า พวกข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าท่านเป็นครูที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีผู้ใดกระทำหมายสำคัญ ซึ่งท่านได้กระทำนั้นได้นอกจากว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย  3 พระเยซูตรัสตอบเขาว่าเราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่ผู้นั้นจะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้  5 พระเยซูตรัสว่าเราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่จากน้ำและพระวิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ 11 เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ......   15 เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์

เบื้องหลัง : การสนทนาระหว่างพระเยซูกับนิโคเดมัส (ยอห์น 3:1-2)

1.        ผู้ที่ไม่ได้บังเกิดใหม่จะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ (ยอห์น 3:3)

พระเยซูตรัสตอบนิโคเดมัสทันทีว่า เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าคนใดไม่ได้บังเกิดใหม่ คนนั้นจะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้

1.1.   ความหมายคนที่ไม่ได้บังเกิดใหม่

·          คนที่ยังไม่รู้จักพระบุตรของพระเจ้า

·          คนที่ยังอยู่ในศาสนาและประเพณีของคริสตจักร

1.2.   ความหมายจะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้

·          ไม่เห็น  ไม่รู้จัก   ไม่มีสิทธิ์ 

·          แผ่นดินของพระเจ้าหรือแผ่นดินสวรรค์

ดังนั้นความจริงประการแรกที่พระเยซูอยากบอกทุกคนก็คือ  ใครก็ตามที่ยังไม่ได้เชื่อวางในพระเยซูคริสต์เพื่อรอดพ้นจากบาปและการพิพากษาของพระเจ้า คนนั้นจะยังไม่มีสิทธิ์ที่จะไปสวรรค์   เพราะนี่เป็นเงื่อนไขที่พระเยซูคริสต์ทรงประกาศและบอกกับเราทุกคน  

แต่ยังไม่หมดหวัง เพราะพระองค์มาบังเกิดในโลกนี้ก็เพื่อช่วยเราให้ได้รับสิทธิ์ที่จะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าหรือสวรรค์  เพียงแค่เราเปิดใจเชื่อวางใจในพระองค์เท่านั้น

2.        ผู้ที่บังเกิดจากน้ำและพระวิญญาณจะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์  (ยอห์น 3:5-8)

ถ้าคนใดไม่ได้บังเกิดจากน้ำและพระวิญญาณ คนนั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้

2.1.     ความหมาย การบังเกิดจาก "น้ำ":   หมายถึงการสำนึกบาป และกลับใจ  หันกลับ เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การบังเกิดใหม่  เป็นการยอมรับความจริงที่ว่าเราเป็นคนบาปที่ต้องได้รับการชำระและต้องกลับใจใหม่ คือกลับมาหาพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดที่แท้จริง

2.2.     ความหมาย การบังเกิดจาก "พระวิญญาณ"   นี่คือการกระทำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการสร้างชีวิตใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณภายในเรา (ทต 3.5)

พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่ และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

 อฟ 1.13-14

ในพระองค์นั้น ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน และได้วางใจในพระองค์ ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

2.3.   เปรียบเทียบ การกลับใจบังเกิดใหม่ – การทำพาสปอร์ตและการขอวีซ่า

การที่เราจะไปประเทศใดประเทศหนึ่งได้ สิ่งที่เราต้องมีคือ พาสปอร์ต เป็นเอกสารที่ระบุตัวตนของเรา และเราต้องได้รับสิทธิ์ในการเข้าประเทศนั้นอย่างถูกต้อง คือวีซ่า

การกลับใจบังเกิดใหม่ คือกระบวนการที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าแผ่นดินสวรรค์ มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นตราประทับแห่งแผ่นดินสวรรค์  เพื่อเราจะเข้าสวรรค์ได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นความจริงประการที่สองที่พระเยซูอยากบอกทุกคนคือ  คนที่กลับใจบังเกิดใหม่แล้วจะได้เจ้าแผ่นดินสวรรค์อย่างแน่นอน คือเชื่อวางใจพระเยซู ยอมให้พระองค์เข้ามาในชีวิตเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของท่านแต่เพียงผู้เดียว

3.        ผู้ที่วางใจในพระเยซูคริสต์จะมีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:14-16)

3.1.   เพราะพระเยซูเป็นพระบุตรพระเจ้าที่มาจากสวรรค์บังเกิดเป็นมนุษย์ในโลกนี้ (13)

“ไม่มีผู้ใดได้ขึ้นไปสู่สวรรค์ นอกจากท่านที่ลงมาจากสวรรค์คือบุตรมนุษย์”

3.2.   เพราะพระเยซูทรงยอมตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเรา (14)

“โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น”

3.3.   เพราะพระเยซูทรงมีชัยชนะโดยเป็นขึ้นจากความตาย (กจ 2.23-24)

พระเยซูนี้ทรงถูกมอบไว้ตามที่พระเจ้าได้ทรงดำริแน่นอนล่วงหน้าไว้ก่อน ท่านทั้งหลายได้ให้คนอธรรมจับพระองค์ไปตรึงที่กางเขนและประหารชีวิตเสีย  พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้พระองค์คืนพระชนม์ ด้วยทรงกำจัดความเจ็บปวดแห่งความตายเสีย เพราะว่าความตายจะครอบงำพระองค์ไว้ไม่ได้

3.4.   เพราะพระเยซูสัญญาว่าจะกลับมารับผู้ที่เชื่อไปอยู่กับพระองค์ (ยน 14.1-3)

อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้าจงวางใจในเราด้วย 2 ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย 3 เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย”

สรุปและเชิญชวน    (ยอห์น 3:16-21)

               เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16)  ของขวัญคริสต์มาส ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด   คริสต์มาส คือการที่พระเจ้ามาหาเรา (พระเยซูทรงบังเกิด) เพื่อให้เราได้รับชีวิตใหม่ (บังเกิดใหม่) และกลับเข้าสู่ความสัมพันธ์กับพระองค์  พระองค์มาเพื่อ ช่วย โลกให้รอดพ้นจากบาป (ยอห์น 3:17)  เป็นของประทานที่พระเจ้าเสนอให้ฟรี

 คำถาม: ในวันคริสต์มาสนี้ ท่านจะเลือกตอบรับความรักของพระเจ้า และวางใจในพระเยซูคริสต์ เพื่อจะบังเกิดใหม่และรับชีวิตนิรันดร์หรือไม่?   (เพลงคริสต์มาสเป็นเวลา)

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ชีวิตแห่งการขอบพระคุณพระเจ้า ข้อพระคัมภีร์หลัก สดุดี 100:4-5

 



โครงเทศนา: ชีวิตแห่งการขอบพระคุณพระเจ้า

ข้อพระคัมภีร์หลัก  สดุดี 100:4-5

4 จง​เข้า​ประตู​ของ​พระ​องค์​ด้วย​การ​โมทนา  และ​เข้า​บริเวณ​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​องค์​ด้วย​การ​สรรเสริญ จง​ถวาย​โมทนา​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​องค์ จง​ถวาย​สาธุการ​แด่​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์          5 เพราะ​พระ​เจ้า​ประเสริฐ ความ​รัก​มั่นคง​ของ​พระ​องค์​ดำรง​เป็น​นิตย์ และ​ความ​สัตย์​สุจริต​ของ​พระ​องค์​ดำรง​อยู่​ทุก​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์​ 

บทนำ : ความหมายของการขอบพระคุณ

  • เราใช้เวลาในการขอบพระคุณพระเจ้าอย่างไร?   กินข้าวใหม่หรือถวายขอบพระคุณ เราทำกันปีละครั้ง แล้วทุกๆ วันที่กินข้าว เราขอบพระคุณไหม?  ในการดำเนินชีวิตเราขอบพระคุณพระเจ้าบ่อยแค่ไหน?

  • หลายครั้ง เรามักมองข้ามพระพรเล็กๆ น้อยๆ และเริ่มขอบพระคุณก็ต่อเมื่อได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่พระคัมภีร์สอนให้เรามี "ชีวิตแห่งการขอบพระคุณ"

  •  ชีวิตแห่งการขอบพระคุณไม่ใช่กินข้าวใหม่ปีละครั้ง หรือได้พระพรใหญ่ค่อยขอบพระคุณ แต่เป็นชีวิตที่ขอบคุณพระเจ้าในทุกๆวัน การมีชีวิตอยู่ มีครอบครัว มีพี่น้อง เพื่อบ้าน อาชีพ สังคม อาหาร ทรัพย์สิ่งของ หรือทั้งหมดของชีวิต หรือแม้กระทั่งยามทุกข์ยากลำบากด้วย นี่คือชีวิตแห่งการขอบพระคุณ

 เนื้อหา : (ทำไม) เหตุผลที่เราต้องขอบพระคุณ (ข้อ3,5)

 A. เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ 3

  • เป็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่ และดำรงเป็นนิตย์นิรันดร์

  • เป็นพระเจ้าที่ทรงเป็นพระผู้สร้าง เราเป็นของพระองค์

  • เป็นพระเจ้าที่ทรงประทานสิ่งดีแก่เรา

B. เพราะพระองค์ทรงดี  หรือประเสริฐ 5

  • ทรงเป็นมาตรฐานแห่งความดีสูงสุด ไม่มีพระใดเหมือนพระองค์

  • ทรงเป็นพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบ ในพระองค์ไม่มีบาปเลย

C. เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์  5

  • ความรักของพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง พระองค์ไม่เคยหยุดรักเรา

  • ความรักของพระเจ้า จึงให้พระบุตรของพระองค์มาตายไถ่บาปเรา ยน 3.16

D. เพราะพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อในพระสัญญาของพระองค์ตลอดไป 5

  • พระสัญญาในการเลี้ยงดูและการอวยพระพร ปฐก 12.3

  • พระสัญญาเรื่องชีวิตนิรันดร์ ยน 14.1-3

สรุป : (วิธีการ) เราจะถวายขอบพระคุณพระเจ้าอย่างไร?

A. ถวายการนมัสการพระเจ้าด้วยความชื่นบาน 1-3 พระคัมภีร์เดิมเรียกว่าวันประชุมบริสุทธิ์แด่พระเจ้า

B. ถวายทรัพย์สิ่งของที่เรามีด้วยสำนึกในพระคุณ 4   คือการถวายขอบพระคุณพระเจ้า

C. ถวายตัวเราในการรับใช้พระองค์ 2  รม 12.1  “จงปรนนิบัติพระองค์”


วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ชื่อเรื่อง : เป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อ ข้อพระคัมภีร์ : โรม 3:20-26

ชื่อเรื่อง : เป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อ



ข้อพระคัมภีร์ : โรม 3:20-26

20เพราะ​ว่า​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​เจ้า​ ไม่​มี​ผู้​หนึ่ง​ผู้ใด​เป็น​คน​ชอบธรรมโดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญญัติ​ได้ เพราะ​ว่าธรรม​บัญญัติ​นั้น​ทำ​ให้​เรา​รู้จัก​บาป​ได้​  

21แต่​บัดนี้​ได้​ปรากฏ​แล้ว​ว่าความ​ชอบธรรม​ ซึ่ง​มา​จาก​พระ​เจ้า​นั้น​ปรากฏ​นอกเหนือ​กฎ​บัญญัติ  ธรรมบัญญัติ​กับ​พวก​ผู้เผย​พระ​วจนะ​เป็น​พยาน​อยู่​  

22คือ​ความ​ชอบธรรม​ของ​พระ​เจ้า ซึ่ง​ทรง​ประทาน​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​แก่​ทุก​คน​ที่​เชื่อ เพราะ​ว่า​คน​ทั้ง​หลาย​ไม่​ต่างกัน​ 

23 เพราะ​ว่า​ทุก​คน​ทำ​บาปและ​เสื่อม​จาก​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า​ 

24แต่​พระ​เจ้า​ทรง​พระ​กรุณา​ให้​เขา​เป็น​ผู้​ชอบธรรมโดย​ไม่​คิด​มูลค่า  โดย​ที่​พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​ไถ่​เขา​ให้​พ้น​บาป​แล้ว​

25​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ตั้ง​พระ​เยซู​ไว้​ให้​เป็น​ที่​ลบ​ล้าง​พระ​อาชญา​ โดย​พระ​โลหิต​ของ​พระ​องค์โดย​ความ​เชื่อ​จึง​ได้ผล ทั้งนี้​เพื่อ​สำแดง​ให้​เห็น​ความ​ชอบธรรม​ของ​พระ​เจ้าใน​การ​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​อด​กลั้น​พระ​ทัยและ​ทรง​ยก​บาป​ที่​ได้​ทำ​ไป​แล้ว​นั้น​ 

26 และ​เพื่อ​จะ​สำแดง​ใน​ปัจจุบัน​นี้​ว่า​พระ​องค์​ทรง​เป็น​ผู้​ชอบธรรม และ​ทรง​โปรด​ให้​ผู้​ที่​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​เป็น​ผู้​ชอบธรรม​ด้วย

คำนำ

วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันระลึกการปฏิรูปศาสนา โดยมาร์ตินลูเธอร์ ประเด็นสำคัญของการปฏิรูปคือ การเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่โดยการใช้เงินซื้อหรือการกระทำใดๆ ของมนุษย์เอง แต่เป็นของประทานที่พระเจ้าประทานให้ทางพระเยซูคริสต์

1.   อะไรคือการเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อ (โรม 3:21-22, 24)

1.1.  การเป็นคนชอบธรรม (Justification): 

  •    ความหมาย: ไม่ใช่การที่เรา "กลายเป็น" คนที่สมบูรณ์แบบ แต่คือสถานะทางกฎหมายในสายพระเนตรของพระเจ้า เป็นการที่พระเจ้า ประกาศว่าเราไม่มีความผิด หรือ นับว่าเราถูกต้องชอบธรรม เหมือนเราไม่เคยทำบาป 

  •    ที่มา: ความชอบธรรมนี้ "มาจากพระเจ้า" ไม่ได้มาจากความพยายามของมนุษย์ (ข้อ 21) (ผู้มีอำนาจสูงสุด เป็นผู้ประกาศว่าใครเป็นผู้ชอบธรรม) นั่นคือพระเจ้าผู้สูงสุด

1.2.  โดยความเชื่อ (Faith): (ข้อ 22)

  •    ความชอบธรรมนี้ทรงประทานให้ "โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์"

  •    ความเชื่อคือการ วางใจอย่างสิ้นเชิง ในการกระทำของพระคริสต์แต่เพียงผู้เดียวเพื่อความรอดของเรา ไม่ใช่การวางใจในตนเองหรือการทำความดี พระเจ้าทรงนับว่าเราเป็นคนชอบธรรมเพราะตวามเชื่อนั้น  (ตัวอย่างอับราฮัม ปฐก 15.6) อับราม​ก็​เชื่อ​พระ​เจ้า ความ​เชื่อ​นั้น​พระ​องค์​ทรง​นับว่า​เป็น​ความ​ชอบธรรม​แก่​ท่าน

2.   ทำไมต้องเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อเท่านั้น (โรม 3:20, 23)

2.1.  ธรรมบัญญัติพิสูจน์ความล้มเหลวของมนุษย์ (ข้อ 20):

  •    ธรรมบัญญัติ (กฎหมาย/พิธีกรรม/การกระทำ) มีไว้เพื่อ "ทำ​ให้​เรา​รู้​จัก​บาป​ได้" เท่านั้น

  •    ข้อสรุป: "ไม่​มี​ผู้​หนึ่ง​ผู้ใด​เป็น​คน​ชอบธรรม​โดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญญัติ​ได้" การพยายามทำความดีหรือทำตามกฎเกณฑ์จึงไม่สามารถนำไปสู่ความชอบธรรมได้เลย

2.2.  มนุษย์ทุกคนตกอยู่ใต้บาป (ข้อ 23):

  •    ความจริงสากล: "ทุก​คน​ทำ​บาป และ​เสื่อม​จาก​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า"

  •    ผลที่ตามมา: เพราะเราทุกคนเป็นคนบาปและขาดคุณสมบัติ การที่จะถูกนับว่าชอบธรรมได้นั้นจึงต้องเป็นวิธีที่ พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้ ผ่านทางพระคุณ (Grace) เท่านั้น การให้ความรอดโดยความเชื่อจึงเป็นวิธีเดียวที่ยุติธรรมสำหรับคนบาปทุกคน

2.3. เป็นหนทางเดียวที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ 5  (กจ 4.12)

มาร์ติน ลูเธอร์กล่าวว่า:

  • ความรอด (Salvation) หรือการที่มนุษย์ได้รับการชำระให้เป็นผู้ชอบธรรม (Justification) ต่อพระพักตร์พระเจ้า มาจากการเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น (Sola\ Fide)

  • ความรอดนั้นเป็นของประทานจากพระคุณของพระเจ้า (Sola\ Gratia - โดยพระคุณเท่านั้น)

  • มนุษย์ไม่สามารถได้ความรอดโดยการทำความดี การทำพิธีกรรมทางศาสนา หรือการซื้อใบไถ่บาป (Indulgence) 

3.   จะทำอย่างไรจึงจะถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อ (โรม 3:24-26)

3.1.  รับการไถ่โดยพระคุณโดยไม่คิดมูลค่า (ข้อ 24):

  •    ความชอบธรรมคือของประทาน: เราได้รับความชอบธรรม "โดย​ไม่​คิด​มูลค่า" และ "โดย​ที่​พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​ไถ่​เขา​ให้​พ้น​บาป​แล้ว" 

  • หมายความว่าพระเจ้าทรงโยกย้ายความบาปของเราไปไว้ที่พระเยซูคริสต์ที่ถูกตรึงบนกางเขน  และทรงนำความชอบธรรมของพระเยซูคริสต์มาไว้ในตัวเราโดยความเชื่อ

  •    สิ่งที่เราต้องทำคือ "รับเอา": เราไม่สามารถหามาได้ แต่เราสามารถรับไว้เป็นของประทานได้

3.2.  เข้าใจการไถ่บาปของพระคริสต์ (ข้อ 25)

  •   เป็นที่ลบล้างพระอาชญา: พระเยซูทรงเป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์ "ลบ​ล้าง​พระ​อาชญา" ของพระเจ้าที่ควรตกอยู่กับเรา โดยการหลั่ง "พระโลหิต​ของ​พระองค์"

  •    ความยุติธรรมของพระเจ้า: การกระทำนี้ทำให้พระเจ้าทรงเป็นทั้ง ผู้ชอบธรรม (ลงโทษบาป) และ ผู้โปรดให้เราเป็นคนชอบธรรม (ยกโทษบาปผ่านการไถ่ของพระคริสต์)

  • John 15:13 ไม่​มี​ผู้ใด​มี​ความ​รัก​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​นี้ คือ​การ​ที่​ผู้​หนึ่ง​ผู้ใด​จะ​สละ​ชีวิต​ของ​ตน​เพื่อ​มิตร​สหาย​ของ​ตน​

3.3.  เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ผู้เดียว (ข้อ 26):

  •    คำตอบสุดท้าย: การจะถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรมคือการ เชื่อ และ วางใจ ในสิ่งที่พระเยซูได้ทรงทำเพื่อเราอย่างสมบูรณ์แล้วบนไม้กางเขน

  •    คำเชื้อเชิญ: จงวางใจในพระองค์วันนี้ และรับสถานะการเป็นคนชอบธรรมจากพระเจ้าโดยไม่คิดมูลค่า

การตอบสนอง เพลงพระองค์ดี เชิญชวนต้อนรับพระเยซูคริสต์