วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

หัวเรื่อง การนมัสการที่ "ดูดี" ในสายตามนุษย์ แต่กลับ "ไร้ค่า" ในสายพระเนตรพระเจ้า ข้อพระธรรม อิสยาห์ 1:10-20

 โครงร่างคำเทศนา : วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026


ข้อพระธรรม
  อิสยาห์ 1:10-20

10 ดูก่อนท่านผู้ปกครองเมืองโสโดม จงฟังพระวจนะของพระเจ้า ดูก่อนท่านประชาชนเมืองโกโมราห์ จงเงี่ยหูฟังพระธรรมของพระเจ้าของเรา  11 พระเจ้าตรัสว่าเครื่องบูชาอันมากมายของเจ้านั้นจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เราเราเอือมแกะตัวผู้อันเป็นเครื่องเผาบูชาและไขมันของสัตว์ที่ขุนไว้นั้นแล้วเรามิได้ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้หรือลูกแกะหรือแพะผู้  12 เมื่อเจ้าเข้ามาเฝ้าเรา  ผู้ใดขอให้เจ้าทำอย่างนี้ ที่เหยียบย่ำเข้ามาในบริเวณพระนิเวศของเรา  13 อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโตและการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก   14 ใจของเราเกลียด วันเทศกาลข้างขึ้นของเจ้าและวันเทศกาลตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระแก่เรา เราแบกเหน็ดเหนื่อยเสียแล้ว   15 เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้าเปรอะไปด้วยโลหิต    16 จงชำระตัว จงทำตัวให้สะอาด จงเอากรรมชั่วของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของเรา จงเลิกกระทำชั่ว   17 จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย   18 พระเจ้าตรัสว่ามาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้มก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดงก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ  19 ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน  20 แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะเป็นเหยื่อของคมดาบ เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสแล้ว

คำนำ  / เบื้องหลัง  

อิสยาห์เริ่มเผยพระวจนะในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ พร้อมกับการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์โยธาม ราชโอรส อุสซียาห์ครองราชย์นานถึง 52 ปี ทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ประเทศชาติมีความสงบสุข ประชาชนอยู่อย่างมั่งคั่ง กษัจริย์ก็เย่อหยิ่ง ลุแก่อำนาจ

กษัตริย์โยธาม แม่ตัวท่านเองจะรักพระเจ้ามาก แต่กลับปล่อยประชาชนกราบไหว้รูปเคารพอย่างเสรี  สมัยกษัตริย์อาหัส ท่านได้ปฎิเสธพระเจ้าหันไปนมัสการพระของประเทศอัสซีเรีย และเอามาตั้งไว้ในพระวิหารบังคับปุโรหิตและประชาชนนมัสการพระของชาวอัสซีเรีย ที่ร้ายแรงคือถวายโอรสของตัวเองเป็นเครื่องบูชาให้พระเหล่านั้น คือเผาลูกทั้งเป็น สาเหตุเพราะอัสซีเรียยกทัพมาโจมตีและอาหัสยอมจำนนและถวายเครื่องบรรณาการให้อัสซีเรีย

 ทั้งหมดนี่เป็นที่มาของคำเผยพระวจนะในบทที่ 1 อิสยาห์ตำหนิอาณาจักรยูดาห์อย่างรุ่นแรง  เปรียบพวกเขาเป็นเหมือนเมืองโสโดมและโกโมราห์ (เมื่อที่มั่งคั่งและปฎิเสธพระเจ้า)

ชาวยูดาห์ภายนอกดูเหมือนว่ารักพระเจ้ามาก ทำศาสนกิจอย่างยิ่งใหญ่ แต่เนื้อในกลับเต็มไปด้วยความบาป   วันนี้เราจะมาสำรวจผ่านพระธรรมอิสยาห์ว่า การนมัสการแบบไหนที่พระเจ้าเรียกว่า "ไร้ค่า" และเราจะรักษามาตรฐานการนมัสการของเราให้เป็นที่พอพระทัยได้อย่างไร

หัวเรื่อง    การนมัสการที่ "ดูดี" ในสายตามนุษย์ แต่กลับ "ไร้ค่า" ในสายพระเนตรพระเจ้า

1.        ความหมายการนมัสการที่ดูดีในสายตามนุษย์ กลับไร้ค่าในสายพระเนตรพระเจ้า (ข้อ 11-15)

1.1.   ทำให้พระเจ้าทรงเอือมระอาและไม่พอพระทัยในการนมัสการนั้นๆ  (ข้อ 11)

11 พระเจ้าตรัสว่าเครื่องบูชาอันมากมายของเจ้านั้นจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เราเราเอือมแกะตัวผู้อันเป็นเครื่องเผาบูชาและไขมันของสัตว์ที่ขุนไว้นั้นแล้วเรามิได้ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้หรือลูกแกะหรือแพะผู้

1.2.   ทำให้พระเจ้าทรงสะอิดสะเอียน และทนไม่ไหว  (ข้อ 13)

13 อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโตและการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก

1.3.   ทำให้พระเจ้าทรงเกลียด เป็นภาระและเหน็ดเหนื่อย   (ข้อ 14)

14 ใจของเราเกลียด วันเทศกาลข้างขึ้นของเจ้าและวันเทศกาลตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระแก่เรา เราแบกเหน็ดเหนื่อยเสียแล้ว   

1.4.   ทำให้พระเจ้าต้องซ่อนพระพักตร์และไม่ฟังคำอธิษฐาน  (ข้อ 15)

15 เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้าเปรอะไปด้วยโลหิต    

2.        ทำไมการนมัสการที่ดูดีจึงไร้ค่าในสายพระเนตรพระเจ้า

2.1.   เพราะไม่ได้ถวายเกียรติพระเจ้า / ทำตามใจตนเอง (12) “เยียบย่ำ)

12 เมื่อเจ้าเข้ามาเฝ้าเรา  ผู้ใดขอให้เจ้าทำอย่างนี้ ที่เหยียบย่ำเข้ามาในบริเวณพระนิเวศของเรา

2.2.   เพราะการแสดงออกที่ไม่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต   (13)   

13 อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโตและการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก

2.3.   เพราะมือที่เต็มไปด้วยโลหิต  (15)

15 เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้าเปรอะไปด้วยโลหิต    

3.        ทำอย่างไรให้การนมัสการของเรามีค่าในสายพระเนตรพระเจ้า  (ข้อ 16-20)

3.1.   เริ่มต้นที่การกลับใจหันหลังให้ความบาป  (16)   

16 จงชำระตัว จงทำตัวให้สะอาด จงเอากรรมชั่วของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของเรา จงเลิกกระทำชั่ว   

3.2.   สำแดงความรักความเมตตาต่อผู้อื่น ( 17)

17 จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย   

3.3.   ถ่อมใจและยอมจำนนต่อพระเจ้า ( 18)

18 พระเจ้าตรัสว่ามาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้มก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดงก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ  

3.4.   เต็มใจและเชื่อฟัง  (19-20)  นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง

19 ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน  20 แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะเป็นเหยื่อของคมดาบ เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสแล้ว

บทสรุปและประยุกต์ใช้ (Conclusion)

เราอาจมาโบสถ์ทุกวันอาทิตย์  โดยไม่ขาดเลย   เราอาจเข้ากลุ่มเซลล์สม่ำเสมอ  เราอาจถวายสิบลดทุกๆ เดือน  เราอาจมีส่วนร่วมในงานรับใช้มากมายหลายอย่าง  สิ่งเหล่านี้ดูดีมากๆ  ในสายตาของมนุษย์

 พระเจ้าทรงเรียกร้องชีวิตแห่งการนมัสการที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา  ไม่ใช่แยกจากกัน  อาจารย์เปาโลเรียกว่า “การถวายตัวเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต เป็นการนมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณของเรา” โรม 12.1

 

 

 

 

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

ความปารถนาสุดท้ายของพ่อต่อลูกหลาน พระธรรม เฉลยธรรมบัญญัติ 6.4-9

 

โครงเทศนางานไว้อาลัย คุณพ่อซางเฉิน แซ่หยาง

 

เรื่อง                ความปารถนาสุดท้ายของพ่อต่อลูกหลาน

พระธรรม        เฉลยธรรมบัญญัติ 6.4-9

4 โอ คนอิสราเอล จงฟังเถิดพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นพระเจ้าเดียว  5 พวกท่านจงรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดกำลังของท่าน  6 และจงให้ถ้อยคำที่ข้าพเจ้าบัญชาพวกท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน 7 และพวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง และนอนลงหรือลุกขึ้น จงพูดถึงถ้อยคำนั้น 8 จงเอาถ้อยคำเหล่านี้พันไว้ที่มือของท่านเป็นหมายสำคัญ และจงจารึกไว้ที่หว่างคิ้วของท่าน 9 และเขียนไว้ที่เสาประตูเรือน และที่ประตูของท่าน

คำนำ

1.       โมเสสเป็นเสมือนพ่อของคนอิสราเอลเวลานั้น ท่านอายุประมาณ 120 ปี มีความปารถนาให้ลูกหลานดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงในทางของพระเจ้า

2.       คุณพ่อซางเฉิน แซ่หยาง ท่านจากไปเมื่ออายุ 86 ปี แม้ท่านไม่ใช่ผู้นำเหมือนโมเสส แต่เชื่อว่าท่านเองก็ปารถนาให้ลูกหลานมั่นคงในทางของพระเจ้า

ให้เรามาพิจารณาความปารถนาของโมเสสที่มีต่อลูกหลาน หรือคนอิสราเอล

1.        ให้ลูกหลานรู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้อย่างแท้จริง (4)

โอ คนอิสราเอล จงฟังเถิดพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นพระเจ้าเดียว

1.1.   พระนามของพระเจ้า นามว่า “เยโฮวาห์ หรือยาเวห์”   มาจาก อพยพ 13.14 “เราเป็นผู้ซุ่งเราเป็น” มีความหมายสามอย่างคือ  ทรงเป็นพระเจ้าด้วยพระองค์เอง  ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และทรงดำรงอยู่ตลอดไป

1.2.   คำว่าเป็นพระเจ้าเดียว มีความหมายคือ

·          เพื่อแบ่งแยกพระเจ้ากับสิ่งทรงสร้างทั้งหมด พระยาเวห์เท่านั้นที่เป็นพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

·          พระยาเวห์นี้ หมายถึง พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระเยซูคริสต์ พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทั้งสามบุคคลนี้เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว ที่คริสเตียนเราเรียกว่า พระเจ้าตรีเอกานุภาพ   นอกจากพระเจ้าตรีเอกานุภาพนี้ไม่มีใครเป็นพระเจ้า

2.        ให้ลูกหลานรักพระเจ้าอย่างสุดจิตใจและสุดกำลัง (5-6)

พวกท่านจงรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดกำลังของท่าน  6 และจงให้ถ้อยคำที่ข้าพเจ้าบัญชาพวกท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน

2.1.   คำถามสำคัญคือ “อะไรคือการรักพระเจ้า”

2.2.   สำหรับชาวยิวคือ การเรียนและท่องจำหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส

2.3.   สำหรับคริสเตียน “ให้ถ้อยคำ/พระวจนะของพระเจ้า อยู่ในใจของเรา”  ยอห์น 14:15 ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา

3.        ให้สร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อในครอบครัว/บ้าน  (7-9)

3.1.   พูดเรื่องพระเจ้ากับคนในบ้าน  7 และพวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง และนอนลงหรือลุกขึ้น จงพูดถึงถ้อยคำนั้น 

3.2.   สร้างสัญลักษณ์แห่งความเชื่อในบ้าน 8 จงเอาถ้อยคำเหล่านี้พันไว้ที่มือของท่านเป็นหมายสำคัญ และจงจารึกไว้ที่หว่างคิ้วของท่าน 9 และเขียนไว้ที่เสาประตูเรือน และที่ประตูของท่าน

3.3.   เปิดบ้านให้เป็นบ้านแห่งความเชื่อ การนมัสการในบ้าน ต้อนรับพี่น้องมานมัสการอธิษฐานที่บ้าน

สรุปและเชิญชวน

ในบั้นปลายชิวิตของโมเสส ก่อนที่ท่านจะจากไป ท่านปารถนาให้ลูกหลาน / คนอิสราเอล รู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง รักพระเจ้าอย่างสุดใจ และสร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อในทุกๆ ที่ที่เขาอยู่

ขอหนุนใจลูกหลานของคุณพ่อหยาง  เชื่อว่าคุณพ่อก็ปารถนาเช่นนี้กับลูกหลานของท่านด้วย

และหนุนใจพี่น้องคริสเตียนด้วย

วันนี้เรารู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้จริงไหรือยัง

วันนี้เรารักพระเจ้าเที่ยงแท้ขนาดไหน

วันนี้เราได้สร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อในบ้านของเราหรือยัง

จงรีบเร่งทำเสียแต่วันนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะจากโลกนี้ไปเมื่อไร ขอพระเจ้าอวยพร

 

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

เหลียวหลังแล้วมองไปข้างหน้า พระธรรม: 1 โครินธ์ 10:1-13

 

โครงร่างคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม ค.. 2026


หัวข้อ:             เหลียวหลังแล้วมองไปข้างหน้า

พระธรรม:       1 โครินธ์ 10:1-13

1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่า บรรพบุรุษของเราทั้งสิ้นได้อยู่ใต้เมฆ และได้ผ่านทะเลไปทุกคน 2 ได้รับบัพติศมาในเมฆและในทะเลเข้าสนิทกับโมเสสทุกคน 3 และได้รับประทานอาหารทิพย์ทุกคน  4 และได้ดื่มน้ำทิพย์ทุกคน เพราะว่าเขาได้ดื่มน้ำซึ่งไหลออกมาจากพระศิลาที่ติดตามเขามาพระศิลานั้นคือพระคริสต์ 5 แต่ถึงกระนั้นก็ดีมีคนส่วนมากในพวกนั้นที่พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย เราทราบได้ก็เพราะว่าเขาล้มตายกันเกลื่อนกลาดในถิ่นทุรกันดาร  

 6 เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจพวกเรา ไม่ให้เรามีใจโลภปรารถนาสิ่งที่ชั่วเหมือนเขาเหล่านั้น 7 ท่านทั้งหลายอย่านับถือรูปเคารพเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ประชาชนก็นั่งลงกินและดื่ม แล้วก็ลุกขึ้นเล่นสนุกสนาน   8 อย่าให้เราคบหญิงชั่วเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ แล้วก็ล้มลงตายในวันเดียวสองหมื่นสามพันคน  9 อย่าให้เราลองดีองค์พระผู้เป็นเจ้า เหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ แล้วก็ต้องตายด้วยงูร้าย 10 อย่าให้เราบ่นเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้บ่น แล้วก็ต้องพินาศด้วยองค์เพชฌฆาต 11 เหตุการณ์เหล่านี้ได้บังเกิดแก่เขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และได้บันทึกไว้เพื่อเตือนสติเราทั้งหลาย ซึ่งกำลังประสบวาระสุดท้ายแห่งบรรดายุคเก่า 

12 เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวเองมั่นคงดีแล้วก็จงระวังให้ดี กลัวว่าจะล้มลง 13 ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลายพระเจ้าทรงสัตย์ธรรมพระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อท่านถูกทดลองนั้นพระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้  

คำนำ

การเหลียวมองอดีตไม่ใช่เพื่อจมปลัก แต่เพื่อสำรวจความผิดพลาดและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในพระคุณของพระเจ้า    อัครทูตเปาโลเขียนถึงคริสตจักรในโครินธ์ โดยยกประวัติศาสตร์ของคนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดารมาเป็นบทเรียน เพื่อเตือนสติคริสเตียนที่คิดว่าตนเอง "มั่นคงแล้ว" ให้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต

1.        เหลียวหลัง

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้คิดทบทวนพระคุณพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา

1.1.     ทบทวนพระพรของพระเจ้า (ข้อ 1-5)

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้คิดทบทวนพระคุณพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา

 

1.1.1.  พระพรที่ได้รับ- คนอิสราเอลได้รับความรอด (ผ่านทะเลแดง), การทรงนำและปกป้อง (เมฆ), และการเลี้ยงดู (มานาและน้ำจากพระศิลา)

1.1.2.  แม้ได้รับพระพรมากมาย แต่พระเจ้าไม่พอพระทัยเขาส่วนมาก และเขาก็ล้มตายในถิ่นทุรกันดาร

1.1.3.  เมื่อเราเหลียวหลัง หันไปมองอดีต คิดทบทวนถึงพระคุณของพระเจ้าที่เข้ามาในชีวิต

·              เรื่องของความรอดที่เราได้รับโดยเชื่อวางใจในการไถ่บาปของพระเยซูคริสต์

·              การทรงนำและการปกป้องของพระเจ้าในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

·              การเลี้ยงดูของพระเจ้า การจัดเตรียมที่เกินความเข้าใจ จากอดีตถึงปัจจุบัน

1.1.4.  การทบทวนพระพรนี้ ช่วยให้เรามั่นใจว่าในวันข้างหน้า หรือปีต่อๆ ไป พระเจ้าจะยังทรงนำเราต่อไป ไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาใดๆ พระเจ้ายังทรงสถิตกับเรา ยังทรงเป็นพระเจ้าของเราตลอดไป ฉะนั้นจงเชื่อวางใจพระเจ้าด้วยสุดใจของเรา

 

1.2.     ทบทวนความสัมพันธ์กับพระเจ้า (ข้อ 6-11)

การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้ใช้เวลาคิดทบทวนว่า ในปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าเป็นอย่างไร

1.2.1.  (ข้อ 6): ความปรารถนาที่ผิดจากน้ำพระทัยพระเจ้า ความโลภเป็นเหตุ กดว 11.4

1.2.2.  (ข้อ 7): การให้สิ่งอื่นมาเป็นที่หนึ่งแทนพระเจ้า   พวกเขาสร้างรูปวัวทองคำ และเต้นรำเล่นสนุก ถวายให้รูปวัวนั้น ประกาศว่านี่คือพระเจ้าที่นำเราออกจากอียิปต์  อพย 32.6

1.2.3.  (ข้อ 8): ความไม่บริสุทธิ์ในชีวิตและการผิดประเวณีและละทิ้งพระเจ้า เขาไปเล่นชู้กับหญิงชาวโมอับ และไปกราบไหว้พระของชาวโมอับ กดว 25.1

1.2.4.  (ข้อ 9-10): การขาดความวางใจและการไม่สำนึกในพระคุณ กดว 21.5  พวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้าและต่อว่าโมเสสคนของพระเจ้า

เหตุการณ์ในข้อ 6-11 สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่คนอิสราเอลมีต่อพระเจ้า ซึ่งผลก็คือความสัมพันธ์แย่มาก ไม่ดีเลย การเหลียวหลัง เพื่อให้เราได้ทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า ว่าเป็นอย่างไร เรารักที่จะนมัสการ อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ ร่วมสามัคคีธรรมกับพี่น้องในกลุ่มเซลล์และโบสถ์ อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ผ่านทางกิจกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้า

ดังนั้น ปีนี้ให้เราตั้งเป้าว่าจะทำให้ได้เหมือนเดิม .....  จำทำให้ได้มากกว่าเดิม .....  อาเมน!!!!!

2.         มองไปข้างหน้า (ข้อ 12-13)

หมายความว่า ชีวิตยังต้องก้าวต่อไป  สู้ต่อไป  สิ่งที่เคยเจอในปีที่แล้วก็อาจจะเจออีกในปีนี้ บางคนมองไปข้างหน้า

-            ปัญหายังอยู่เหมือนเดิม 

-            หนี้สินยังอยู่เหมือนเดิม

-            ความทุกข์ยากลำบากยังอยู่เหมือนเดิม

-            หลายสิ่งหลายอย่างนั้นยังเหมือนเดิม

2.1.     ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง   "อย่าประมาท" ใครที่คิดว่าตัวเองมั่นคงแล้ว ให้ระวังจะล้มลง

การมองไปข้างหน้า เพื่อเราจะดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ในข้อ 12  บอกว่า เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวเองมั่นคงดีแล้วก็จงระวังให้ดี กลัวว่าจะล้มลง

-            ยิ่งได้รับพระพรมากยิ่งต้องระวังให้มาก

-            ยิ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้ามากยิ่งต้องระวังให้มาก

-            เพราะการทดลองก็จะมากตามมาด้วย

-            มารซาตานก็จะจ้องโจมตีด้วย เหมืออย่างโยบถูกซาตานโจมตีและทดลอง

-            เปโตรบอกว่า ซาตานมันอยู่รอบๆเรา เพื่อหาโอกาสโจมตีเรา

-            ดังนั้นจงมองไปข้าหน้าโดยการมองที่พระเยซูคริสต์ และเลียนแบบพระองค์

2.2.     วางใจในพระสัญญาของพระเจ้า

ให้เรามองไปข้างหน้าด้วยความเชื่อวางใจในพระสัญญาของพระเจ้า ไม่ว่าจะพบเจออะไรก็ตาม มองไปที่พระสัญญาของพระองค์   ให้เราอ่าน ข้อที่ 13 ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่ง

-            เคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย

-            พระเจ้าทรงสัตย์ธรรมพระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้

-            และเมื่อท่านถูกทดลองนั้นพระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย

-            เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้  

พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ: พระองค์จะไม่ปล่อยให้เราถูกทดลองเกินกำลัง   เมื่อมีการทดลอง พระองค์จะทรงให้มี "ทางออก" เสมอ เพื่อให้เรามีความสามารถทนได้

-            ปัญหายังอยู่เหมือนเดิม 

-            หนี้สินยังอยู่เหมือนเดิม

-            ความทุกข์ยากลำบากยังอยู่เหมือนเดิม

-            หลายสิ่งหลายอย่างนั้นยังเหมือนเดิม

จงวางในในพระสัญญาของพระเจ้า  เพราะพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ

3.         บทสรุป

เราเหลียวหลัง เพื่อเรียนรู้ว่าอดีตพระเจ้าทรงนำเราอย่างไรและเราดำเนินในความสัมพันธ์กับพระเจ้าดีขนาดไหน    มองไปข้างหน้า เพื่อเราจะได้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต และเรียนรู้ที่จะไว้วางใจในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า "พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้"