โครงร่างคำเทศนา : วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026
ข้อพระธรรม อิสยาห์ 1:10-20
10 ดูก่อนท่านผู้ปกครองเมืองโสโดม จงฟังพระวจนะของพระเจ้า ดูก่อนท่านประชาชนเมืองโกโมราห์ จงเงี่ยหูฟังพระธรรมของพระเจ้าของเรา 11 พระเจ้าตรัสว่า“เครื่องบูชาอันมากมายของเจ้านั้นจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เราเราเอือมแกะตัวผู้อันเป็นเครื่องเผาบูชาและไขมันของสัตว์ที่ขุนไว้นั้นแล้ว เรามิได้ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้หรือลูกแกะหรือแพะผู้ 12 “เมื่อเจ้าเข้ามาเฝ้าเรา
ผู้ใดขอให้เจ้าทำอย่างนี้ ที่เหยียบย่ำเข้ามาในบริเวณพระนิเวศของเรา 13 อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโตและการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก 14 ใจของเราเกลียด วันเทศกาลข้างขึ้นของเจ้าและวันเทศกาลตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระแก่เรา เราแบกเหน็ดเหนื่อยเสียแล้ว 15 เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้าเปรอะไปด้วยโลหิต 16 จงชำระตัว จงทำตัวให้สะอาด จงเอากรรมชั่วของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของเรา จงเลิกกระทำชั่ว 17 จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย 18 พระเจ้าตรัสว่า “มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดง ก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ 19 ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน 20 แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะเป็นเหยื่อของคมดาบ เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสแล้ว”
คำนำ / เบื้องหลัง
อิสยาห์เริ่มเผยพระวจนะในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์
พร้อมกับการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์โยธาม ราชโอรส อุสซียาห์ครองราชย์นานถึง 52 ปี
ทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ประเทศชาติมีความสงบสุข
ประชาชนอยู่อย่างมั่งคั่ง กษัจริย์ก็เย่อหยิ่ง ลุแก่อำนาจ
กษัตริย์โยธาม แม่ตัวท่านเองจะรักพระเจ้ามาก
แต่กลับปล่อยประชาชนกราบไหว้รูปเคารพอย่างเสรี
สมัยกษัตริย์อาหัส ท่านได้ปฎิเสธพระเจ้าหันไปนมัสการพระของประเทศอัสซีเรีย
และเอามาตั้งไว้ในพระวิหารบังคับปุโรหิตและประชาชนนมัสการพระของชาวอัสซีเรีย
ที่ร้ายแรงคือถวายโอรสของตัวเองเป็นเครื่องบูชาให้พระเหล่านั้น คือเผาลูกทั้งเป็น
สาเหตุเพราะอัสซีเรียยกทัพมาโจมตีและอาหัสยอมจำนนและถวายเครื่องบรรณาการให้อัสซีเรีย
ทั้งหมดนี่เป็นที่มาของคำเผยพระวจนะในบทที่
1 อิสยาห์ตำหนิอาณาจักรยูดาห์อย่างรุ่นแรง
เปรียบพวกเขาเป็นเหมือนเมืองโสโดมและโกโมราห์ (เมื่อที่มั่งคั่งและปฎิเสธพระเจ้า)
ชาวยูดาห์ภายนอกดูเหมือนว่ารักพระเจ้ามาก
ทำศาสนกิจอย่างยิ่งใหญ่ แต่เนื้อในกลับเต็มไปด้วยความบาป วันนี้เราจะมาสำรวจผ่านพระธรรมอิสยาห์ว่า
การนมัสการแบบไหนที่พระเจ้าเรียกว่า "ไร้ค่า" และเราจะรักษามาตรฐานการนมัสการของเราให้เป็นที่พอพระทัยได้อย่างไร
หัวเรื่อง การนมัสการที่ "ดูดี" ในสายตามนุษย์
แต่กลับ "ไร้ค่า" ในสายพระเนตรพระเจ้า
1.
ความหมายการนมัสการที่ดูดีในสายตามนุษย์ กลับไร้ค่าในสายพระเนตรพระเจ้า
(ข้อ 11-15)
1.1.
ทำให้พระเจ้าทรงเอือมระอาและไม่พอพระทัยในการนมัสการนั้นๆ (ข้อ 11)
11 พระเจ้าตรัสว่า“เครื่องบูชาอันมากมายของเจ้านั้นจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เราเราเอือมแกะตัวผู้อันเป็นเครื่องเผาบูชาและไขมันของสัตว์ที่ขุนไว้นั้นแล้ว เรามิได้ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้หรือลูกแกะหรือแพะผู้
1.2. ทำให้พระเจ้าทรงสะอิดสะเอียน
และทนไม่ไหว (ข้อ 13)
13 อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโตและการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก
1.3.
ทำให้พระเจ้าทรงเกลียด เป็นภาระและเหน็ดเหนื่อย (ข้อ 14)
14 ใจของเราเกลียด วันเทศกาลข้างขึ้นของเจ้าและวันเทศกาลตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระแก่เรา เราแบกเหน็ดเหนื่อยเสียแล้ว
1.4.
ทำให้พระเจ้าต้องซ่อนพระพักตร์และไม่ฟังคำอธิษฐาน (ข้อ 15)
15 เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้าเปรอะไปด้วยโลหิต
2.
ทำไมการนมัสการที่ดูดีจึงไร้ค่าในสายพระเนตรพระเจ้า
2.1.
เพราะไม่ได้ถวายเกียรติพระเจ้า
/ ทำตามใจตนเอง (12) “เยียบย่ำ)
12 “เมื่อเจ้าเข้ามาเฝ้าเรา ผู้ใดขอให้เจ้าทำอย่างนี้ ที่เหยียบย่ำเข้ามาในบริเวณพระนิเวศของเรา
2.2.
เพราะการแสดงออกที่ไม่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต (13)
13 อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโตและการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก
2.3.
เพราะมือที่เต็มไปด้วยโลหิต (15)
15 เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้าเปรอะไปด้วยโลหิต
3.
ทำอย่างไรให้การนมัสการของเรามีค่าในสายพระเนตรพระเจ้า (ข้อ 16-20)
3.1.
เริ่มต้นที่การกลับใจหันหลังให้ความบาป (16)
16 จงชำระตัว จงทำตัวให้สะอาด จงเอากรรมชั่วของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของเรา จงเลิกกระทำชั่ว
3.2.
สำแดงความรักความเมตตาต่อผู้อื่น ( 17)
17 จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย
3.3.
ถ่อมใจและยอมจำนนต่อพระเจ้า ( 18)
18 พระเจ้าตรัสว่า “มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดง ก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ
3.4.
เต็มใจและเชื่อฟัง (19-20) นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง
19 ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน 20 แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะเป็นเหยื่อของคมดาบ เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสแล้ว”
บทสรุปและประยุกต์ใช้ (Conclusion)
เราอาจมาโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ โดยไม่ขาดเลย
เราอาจเข้ากลุ่มเซลล์สม่ำเสมอ
เราอาจถวายสิบลดทุกๆ เดือน เราอาจมีส่วนร่วมในงานรับใช้มากมายหลายอย่าง สิ่งเหล่านี้ดูดีมากๆ ในสายตาของมนุษย์
พระเจ้าทรงเรียกร้องชีวิตแห่งการนมัสการที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ไม่ใช่แยกจากกัน อาจารย์เปาโลเรียกว่า
“การถวายตัวเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต เป็นการนมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณของเรา”
โรม 12.1
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น